382

เชียงใหม่ ชาวเมียนมา-คะฉิ่น ชุมนุมต้านรัฐประหาร หน้าสถานกงสุล

วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา 10.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณด้านหน้าสถานกงสุล สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ประจำเชียงใหม่ ได้มีกลุ่มผู้ชุมนุมชาวเมียนมา และชาวคะฉินในเชียงใหม่ ได้เดินทางรวมตัวกันอีดครั้งหนึ่งประมาณ 200 คน เพื่อเดินหน้าต่อต้านรัฐประหารและต่อต้านการจับกุมผู้นำและการละเมิดสิทธิมนุษยชนในเมียนมา

รายงานข่าวแจ้งว่า กลุ่มผู้ชุมนุมได้อ่านแถลงการณ์การเกิดรัฐประหารในเมียนมา พร้อมกันนี้ทางกลุ่มผู้ชุมนุมได้ ถือป้ายแสดงข้อความไม่เอารัฐประหาร ไม่เอาเผด็จการในเมียนมา โดยมีรูปนายพลมิ่น อ่อง หล่าย ผู้นำรัฐประหาร และขีดกากบาททับรูปตั้งขบวนเดินมาตามเส้นทางจากบริเวณด้านหน้าสนามกีฬาเทศบาลนครเชียงใหม่ จนมาถึงยังบริเวณหน้าสถานกงสุลเมียนมา ประจำเชียงใหม่ ด้านแกนนำผู้ชุมนุมจะได้ทำการอ่านแถลงการณ์ข้อเรียกร้องหน้ากงสุลเมียนมาเป็น 3 ภาษา ที่ประกอบด้วยภาษาคะฉิ่น ภาษาอังกฤษ และภาษาเมียนมา ในระหว่างการชุมนุมมีทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ช้างเผือก เดินทางมาสังเกตการณ์และดูแลรักษาความสงบเรียบร้อย

อย่างไรก็ตาม แกนนำจำนวน 3 คน ได้อ่านแถลงการณ์ ระบุว่า พวกเราชาวคะฉินในประเทศไทย ขอประณามความรุนแรงในการปฏิวัติรัฐประหารของกองทัพเมียนมา เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2564 โดยการอ้างความรับผิดชอบต่อการทุจริตการเลือกตั้ง ซึ่งนำไปสู่การกดขี่ถึงกลุ่มชาติพันธุ์อื่นๆ รวมทั้งพี่น้องชาวคะลิ่นในประเทศเมียนมา ผู้นำชนเผ่าเมียนมา และผู้นำกลุ่มชาติพันธุ์ได้ลงนามในข้อตกลง Panglong ในปี พ.ศ.2490 และ2491 พื้นที่ชาติพันธุ์ของเมียนมาได้รับเอกราชจากอาณานิคมของอังกฤษด้วยการทำลายสิทธิของชนกลุ่มน้อยภายใต้การปกครองของเมียนมา เป็นผลให้กลุ่มชาติพันธุ์ต่อสู้สิทธิ์ทางการเมืองของตนมานานกว่า 70 ปี มีการเจรจามากับทุกรัฐบาล เพื่อหาทางออกทางการเมือง แต่สิทธิทางการเมืองของกลุ่มชาติพันธุ์หรือชนกลุ่มน้อยยังถูกเพิกเฉย หากปัญหาทางการเมืองของกลุ่มชาติพันธุ์ในเมียนมา ยังคงถูกเพิกเฉยต่อไป

รายงานข่าวแจ้งด้วยว่ากลุ่มผู้ชุมนุมได้มีเอกสารแถลงการณ์เรียกร้องดังนี้
1.กองทัพเมียนมา ยุติการทำรัฐประหารและคืนอำนาจให้กับประชาชนเมียนมา
2.ถอนทหารเมียนมาทั้งหมดที่ประจำการอยู่ในรัฐคะถิ่นและพื้นที่ชาติพันธุ์ทันที
3.ให้ยกเลิกรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2551
4.รัฐบาลประชาชน ควรจัดการเจรจาทางการเมืองกับกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆรับรองสิทธิและเสรีภาพตามที่ชาติชาติพันธุ์ต่างๆเรียกร้อง เพื่อกำหนดชะตาชีวิตของตัวเองอย่างเต็มที่ ชาวคะฉินในประเทศไทย

ภายหลังการรวมตัวกันของทางกลุ่มผู้ชุมนุมครั้งนี้ได้ใช้เวลารวมตัวประมาณ 30-40 นาที จึงสลายตัวไปด้วยความเรียบร้อย