นเรศวร พร้อมรับมือโควิด พัฒนาหอผู้ป่วยแรงดันลบ นวัตกรรมหุ่นยนต์ติดตามอาการผู้ป่วย ส่งยา อาหาร สื่อสารแพทย์กับผู้ป่วย(คลิป)

615

ม.นเรศวร พร้อมรับมือโควิด พัฒนาหอผู้ป่วยแรงดันลบ นวัตกรรมหุ่นยนต์ติดตามอาการผู้ป่วย ส่งยา อาหาร สื่อสารแพทย์กับผู้ป่วย(คลิป)

วันที่ 11 กุมภาพันธ์.2564 ที่คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก ศาสตราจารย์ นายแพทย์ศิริกษม ศิริลักษณ์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ รักษาการผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร เปิดเผยว่า สถานการณ์การระบาดของโรด COVD-19 ทำให้โรพยาบาลหลายแห่งเริ่มมีห้องแรงดันลบ จะมากหรือน้อยแตกต่างกันไป ในส่วนโรงพยาบาลหาวิยาลัยนเรศวร ได้รับการสนับสนุนจากกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิการโทรคมนาคมเพื่อประโยช หรือสรารณะ (กทปส.) ภายใต้สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการกรคนคมแห่ชาติ (กสทช) ให้จัดทำโครงการเพิ่มศักยภาพกรให้บริการสุขภาพ รองรับการระบาดของโรค COVID-19

นายแพทย์ศิริเกษม กล่าวว่า โรงพยาบาลจึงได้ได้ปรับปรุงห้องผู้ป่วยเดิมให้เป็นห้องแรงดันลบ หรือ Negative Pressure Ro๐m จำนวน 8 เตียง ที่ชั้น 5 อาคารสิรินธร เรียกว่า Cohort Ward หรือ หอผู้ป่วยรวมชนิดแรงดันลบ เริ่มให้บริการตั้งแต่วันที่ 18 มกราคม 2564 ซึ่งเป็นห้องที่สำคัญมาก ในกรณีที่ผู้วยโควิดมีมากขึ้น จำเป็นต้องแยกโรค แยกผู้ป่วย ห้องแรงดันลบมีหลักการทำงาน คือ ในห้องจะมีการดึงอากาศ เพื่อให้เกิดแรงดันลบ อากาศเสียที่มีเชื้อปะปนอยู่จะผ่าน HEPA Fiter เพื่อส่งออกไปข้างนอกจะกลายเป็นอากาศบริสุทธิ์แล้วนำอากาศใหม่อากาศบริสุทธิ์ผ่น HEPA Fiter เข้าไปแทน จะทำการรักษาในห้องนี้จนกว่าผู้ป่วยจะหาย ทำให้ไม่มีการแพร่กระจายของเชื้อออกไปสู่ขัางนอก ห้องนี้ยังสามารถใช้กับผู้ป่วยอื่น เช่น วัณโรค ได้อีกด้วย

ผอ.รพ.มหาวิทยาลัยนเนศวร กล่าวอีกว่า  นอกจากนั้นยังนำเทคโนโลยีไร้สาย loT (lnternet of things) มาใช้ในการบันทึกการวัดสัญญาณชีพ แบบทันที ต่อเนื่อง จากห้องผู้ป่วย พร้อมเชื่อมโยงกับระบu Telemedicine เพื่อให้แพทย์ พยาบาลสามารถดูข้อมูลต่าง ๆ ของผู้ป่วยได้แบบปัจจุบัน (Real time) ห้องแรงดันลบของเราก็จะพิเศษกว่าที่อื่น ข้อแรก คือ ด้านกายภาพของห้อง เช่น ความชื้น อุณหภูมิ แรงดันของอากาศภายในห้อง ต่าง ๆ จะถูกควบคุมด้วยระบบ Remote Control Rom หมายความว่า แพทย์ พยาบาล หากไม่จำเป็นจริง ๆ ก็ไม่ต้องเข้าไปในห้องเพราะว่า senso ถูกติดตั้งเพื่อให้เราทราบสภาพของห้องว่ามีความชื้นเท่าไหร่ อุณหภูมิเท่าไหร่ และแรงดันเป็นเท่าไหร่
ข้อสอง คืออุปกรณ์ที่มี Senor ติดอยู่กับตัวคนไข้ในห้อง คอยวัดสัญญาณชีพต่าง ๆ เช่น ความดันของคนไข้เท่าไหร่ อุณหภูมิเท่าไหร่หายใจเป็นอย่างไร ชีพจรป็นอย่างไร Oxygen ในเลือดเป็นอย่างไร รวมถึงเรื่องของการติดอุปกรณ์ที่ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจอย่างนี้ เป็นต้น เพราะฉะนั้นต้อง Monitor อยู่ข้างนอกได้เลย โดยที่ไม่ต้องข้าไปตรวจบ่อย ๆ ไม่ต้องให้บุคลากรต้องสวมชุด PPE ลดความเสี่ยงการสัมผัส เพิ่มการรักษาระยะห่างระหว่างบุคลากรทางการแพทย์และผู้ป้วย ลดค่าใช้จ่าย โดยยังคงให้การดูแลอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

รายงานล่าสุดโรงพยาบาลได้ผนวกวัตกรรม MENU Delivery Robot หรือ น้องเมนู หุ่นยนต์เพื่อการขนส่งและการสื่อสารทางไกล  (MENU)ย่อมาจาก Medicine + Engineer + Naresuan University) เป็นหุ่นยนต์อัตโนมัติคอยติดตามอาการผู้ป่วย และการให้บริการดีขึ้นด้วย เช่น การส่งอาหาร การส่งยา หรืการพูดคุยกับผู้ปวยแบบที่เห็นหน้ากัน ใช้หุ่นยนต์เป็นตัวเชื่อมลดการสัมผัสระหว่างบุคลาการทางการแพทบ์กับผู้ป่วยลงไป

ชนันท์ ช่างเงิน ภาพ/ข่าว