พิษณุโลก จนท.ค้นหาคนหลงป่า ยังไม่เพบ ผงะชาวบ้าน 3 คน โค่น”ไม้ประดู่”แปรรูปเขตป่าสงวนฯ

843

พิษณุโลก จนท.ค้นหาคนหลงป่า ยังไม่เพบ ผงะชาวบ้าน 3 คน โค่น”ไม้ประดู่”แปรรูปเขตป่าสงวนฯ

วันที่ 9  กุมภาพันธ์  2564  นายสำรวย ชมบุญ หัวหน้าหน่วยป้องกันรักษาป่า ที่ พล.10 (น้ำดำ) พ.ต.ท.ชัย ถิ่นน้ำใส สารวัตร สภ.เมืองพิษณุโลก นายจักรกฤษณ์ มั่นบัว ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 14 ตำบลดอนทอง อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก นายสนาม  ดาเดช พนักงานพิทักษ์ป่า พร้อมกำลังสายตรวจปราบปรามประจำสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่  11(สบอ.11) นับสิบราย กำลังออกตรวจป่า เพื่อติดตามหา นางต้อย   สิงห์โต  อายุ68 ปี ซึ่งหลงป่าหายตัวไปตั้งแต่วันที่ 2 กุมภาพันธ์ หรือ เข้าวันที่ 6 แล้ว ยังไม่พบวี่แวว  ระหว่างทำการค้นหา ทั้งชุดร่มบิน เจ้าหน้าที่ป่าไม้และเจ้าหน้าพิทักษ์ป่า ลาดตระเวนปูพรมทั้งหลายหมู่บ้าน ต.ดอนทอง อำเภอเมือง ยังไม่พบผู้สูญหาย แต่กลับพบกลุ่มชาย 3 คน กำลังร่วมกันแปรรูปไม้โดยใช้เลื่อยโซ่ยนต์ คาตอไม้ จำนวน 1 ต้น


เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตนว่าเป็นเจ้าหน้าที่และแจ้งให้กลุ่มชายดังกล่าวหยุดกระทำการ พบกลุ่มชายดังกล่าว พบเห็นเจ้าหน้าที่ได้พากันวิ่งหลบหนี  เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า จึงคุมตัวไว้ได้ 2 คน อีก 1 คน หลบหนีไปได้พร้อมเลื่อยโซ่ยนต์ดัดแปลง 1 เครื่อง เหตุเกิดเวลา  15.00  น. ของ  8 ก.พ. 64  ป่า บ้านหินลาด หมู่ที่ 14 ตำบลดอนทอง  อำเภอเมือง  จังหวัดพิษณุโลก

นายสำรวย ชมบุญ หัวหน้าหน่วยป้องกันรักษาป่า ที่ พล.10 (น้ำดำ) เปิดเผยว่า จนท.ได้เค้นถามชายทั้ง 2 คน คือ นายกิตติพงษ์ เกตุแก้ว อายุ 47 ปี ราษฎรหมู่ที่ 14 ตำบลดอนทอง และนายภัทรวรรธน์ เกตุแก้ว อายุ 20 ปี ราษฎรหมู่ที่ 14 ตำบลดอนทอง ว่า  ทราบหรือไม่ว่า เจ้าหน้าที่กำลังระดมคนจากหลายหน่วยเพื่อค้นหา”นางต้อย”ซึ่งผู้ต้องหาทั้ง 2 บอกว่า ไม่ทราบ นอกจากนี้ นายกิตติพงษ์ฯ และนายภัทรวรรธน์ฯ บอกอีกว่า ไม้ประดูขึ้นอยู่และถูกตัดวานนี้(8 ก.พ. 64) อยู่ในที่ดินของตนเอง ไม่มีเอกสารสิทธิ์ในที่ดิน และที่ดินอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ จะนำไม้ไปทำพื้นบ้าน

โดยว่าจ้างชายที่หลบหนี ทราบชื่อว่า บล ไม่ทราบชื่อ-สกุลจริง อัตราวันละ 300 บาท เป็นเจ้าของเลื่อยโซ่ยนต์ เป็นคนในหมู่บ้านเดียวกัน และสายไฟฟ้าที่เจ้าหน้าที่ตรวจพบก็เป็นสายไฟฟ้าที่เชื่อมโยงมาจากบ้านของตนเอง  จนท.จึงทำการยึดไม้ประดู่และไม้แปรรูปจำนวน 7 แผ่น/ท่อน  ปริมาตร ๐.67 ลบม. (ตีตรา ต  ๙440  ตรา  ย  ๓๘๑ ) และยึดเลื่อยโซ่ยนต์ 1 เครื่อง

แจ้งข้อหาความผิดกฎหมายเกี่ยวกับการป่าไม้  ตามพระราชบัญญัติป่าไม้  พุทธศักราช  2484  มาตรา  11 ฐาน “ร่วมกัน  ทำไม้  หรือเจาะ  หรือสับ  หรือกระทำด้วยประการใดๆ  แก่ไม้หวงห้าม  โดยไม่ได้รับอนุญาต

พระราชบัญญัติป่าไม้  พุทธศักราช  2484  มาตรา 54 ฐาน “ร่วมกัน  ผู้ใดก่อสร้าง  แผ้วถางหรือกระทำด้วยประการใดๆอันเป็นการทำลายป่า หรือยึดถือครอบครองป่าเพื่อตนเองหรือผู้อื่น  โดยไม่ได้รับอนุญาต

พระราชบัญญัติป่าไม้  พุทธศักราช  2484  มาตรา 69 ฐาน “ร่วมกันมีไว้ในครอบครองซึ่งไม้หวงห้ามอันยังไม่ได้แปรรูป  โดยไม่มีรอยตราค่าภาคหลวง  หรือรอยตรารัฐบาลขาย” พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ  พ.ศ.2507  มาตรา  14  ฐาน “ร่วมกัน  ทำไม้  หรือกระทำด้วยประการใดๆอันเป็นการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติ  โดยไม่ได้รับอนุญาต


พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ  พ.ศ.2507 มาตรา 35  ฐาน “บรรดาไม้  ของป่า  อุปกรณ์  เครื่องมือ  เครื่องใช้  อาวุธ  สัตว์พาหนะ  ยานพาหนะ  หรือเครื่องจักรกลใดๆ ที่บุคคลได้มาหรือได้ใช้ในการทำความผิด หรือมีไว้เพื่อใช้กระทำความผิด หรือได้ใช้เป็นอุปกรณ์ให้ได้รับผลการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ให้ริบเสียทั้งสิ้น ไม่ว่าจะมีผู้ถูกลงโทษตามคำพิพากษาของศาลหรือไม่”


ตามพระราชบัญญัติเลื่อยโซ่ยนต์  พุทธศักราช  2545  มาตรา 4 ฐาน “ร่วมกันมีไว้ในครอบครองซึ่งเลื่อยโซ่ยนต์ โดยไม่ได้รับอนุญาตฯ” นำส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองพิษณุโลก