พิษณุโลก  ชาวบ้านร้องผู้ว่าฯ ถูก อบต.สมอแข ขับไล่ อีกรายตกเป็นจำเลยศาลแขวง  เข้ายืดครองก่อสร้างในที่ดินของรัฐ

578

พิษณุโลก  ชาวบ้านร้องผู้ว่าฯ ถูก อบต.สมอแข ขับไล่ อีกรายตกเป็นจำเลยศาลแขวง  เข้ายืดครองก่อสร้างในที่ดินของรัฐ

วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2564 นายทองปาน ทองเมือง  กำนันตำบลสมอแข อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก และชาวบ้านหมู่ที่ 1 และ หมู่ที่ 4 ตำบลสมอแขกว่า 40 คนเดินทางมาพบผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก เพื่อขอความเป็นธรรม เนื่องจากชาวบ้านถูกขับไล่ออกจากผืนดินที่เคยอยู่มานาน เนื่องจากบ้านเรือนที่ทำกินตั้งอยู่บนที่ดินสาธารณประโยชน์ อาทิ  1 รายอยู่ที่บ้านหมู่ที่ 4 ต.สมอแข กำลังถูกขับไล่ภายใน 15 วัน อีกรายอยู่หมู่ที่ 1ต.สมอแข กำลังถูกศาลแขวงพิษณุโลก นัดไต่สวน เพื่อฟ้องขับไล่ออกจากที่ดิน ซึ่งชาวบ้านทั้งหมดประมาณ 70 รายกำลังได้รับความเดือดร้อน จึงเดินทางมาร้องเรียนขอความเป็นธรรม

โดยมีนายศักดิ์ชัย คุณานุวัฒน์ชัยเดช รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก เดินทางมารับหนังสือร้องเรียนพร้อมกับนายอธิปไตย ไกรราช ผู้อำนวยการกลุ่มงานศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดพิษณุโลก รับปากว่าจะประสานไปยัง อบต.สมอแข ให้ยืดระยะเวลาขับไล่ที่ดินออกไป ส่วนกรณีศาลแขวงพิษณุโลกนั้น จะต้องว่ากันอีกครั้ง

นายกังวล อิ่มพันธ์แบน บ้านเลขที่ 149/1  หมู่ 4 ต.สมอแข กล่าวว่า ได้รับหนังสือจาก นายกองค์การบริหารส่วนตำบลสมอแข ว่า ตนรุกล้ำที่ดินสาธารณะประโยชน์ โดยอ้างถึงหนังสือจากสำนักงานที่ดินจังหวัดพิษณุโลก ที่ระบุว่า ให้ตนเปิดทาง เนื่องจากไปบุกรุกที่สาธารณประโยชน์บริเวณคลองวงพาด ต.สมอแข นั้น ซึ่งที่ดินได้รังวัดสอบเขตที่ดิน และให้ตนย้ายออกจากที่ดินสาธารณประโยชน์แปลงดังกล่าวภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือ ( ลงวันที่ 21 มกราคม 64)  หากฝ่าฝืน เจอพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ (ฉบับที่ 11 ) พ.ศ.2551 มาตรา 112 และระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการดูแลรักษาและคุ้มครองป้องกันที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน พ.ศ.2553 ข้อ 6

ตนมีอาชีพรับจ้าง อาศัยอยู่กับภรรยาและลูก 1 คนหลานๆอีก 2  คน บนที่ดินไม่ถึง 100 ตารางวา เป็นบ้าน 2 ชั้น อยู่เป็นรุ่นที่ 2 หากทางราชการขับไล่ออกจากที่ดิน ก็ไม่รู้จะไปพึ่งใคร  จึงนำเอกสารหลักฐานมายื่นเพื่อขอความเป็นธรรมจากผู้ว่าฯ เพราะถูกไล่ ก็ไม่มีที่ไปจริงๆ

อีกรายหนึ่ง ตามเอกสารหมายศาลแขวงพิษณุโลก  ระบุว่า คดีหมายเลขดำ อ. 1093 ความอาญาระหว่าง พนักงานอัยการคดีศาลแขวงพิษณุโลก กับ นายซ้อน จันทร์คุ้ม จำเลย มีฐานความผิด  เข้าไปยืดถือครอบครองก่นสร้างในที่ดินของรัฐ ซึ่งเป็นสาธารณสมบัติของประชาชนใช้ร่วมกันโดยมิได้มีสิทธิครอบครองและมิได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานเจ้าหน้าที่

บุตรสาวของนายซ้อน จันทร์คุ้ม กล่าวว่า ตนอายุเกือบ 40 ปี อาศัยอยู่บนที่ดินกับพ่อ บ้านเลขที่ 143/1 หมู่ 1 สมอแข ได้ซื้อแปลงที่ดินต่อจากคนรุ่นทวด มีเอกสารใบซื้อขาย แต่มีบ้านเดียว ที่ถูกคดีแขวงพิษณุโลกฟ้องขับไล่ โดยต้นเดือนมีนาคม นี้ศาลนัดเพื่อไต่สวน ทำให้ตนเดือดร้อน ต้องมาขอความเป็นธรรมจากผู้ว่าฯ เพราะชาวบ้านแถบนี้อาณาบริเวณ 3 ไร่เศษตกอยู่ในชะตาธรรมเดียวกัน อยู่กันหลายครอบครัวมานานหลายสิบปี ซึ่งเป็นที่ดินติดคลองไม่มีเอกสารสิทธิ์ จึงมาร้องขอความเป็นธรรมจากรองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก เพราะยังมีชาวบ้านอีกหลายรายเดือดร้อน มีเพียงแต่พ่อตนเป็นรายแรกที่เข้าสู่กระบวนการศาลฯ