913

“กฤษฏา-ชาติชาย”สนามเลือกตั้งนายก อบจ.วัดใจคนพิจิตร

การเลือกตั้งท้องถิ่นจังหวัดพิจิตร ทั้งสมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัด(ส.อบจ.) และ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด(นายก อบจ.) แม้ว่าจะมีผู้สมัครนายก อบจ.จำนวน 5 คน แต่ทว่าไฮไลท์คู่ต่อสู้ที่สายตาทุกคู่จับตามองอย่างระทึก น่าจะเป็นคนในตระกูล“ภัทรประสิทธิ์” กับ“เจียมศรีพงษ์”

กล่าวคือ พ.ต.อ.กฤษฎา ภัทรประสิทธิ์ ผู้กำกับ “กบ” อดีต ผกก.สืบสวน ตำรวจภูธรภาค 6 และอดีต ผกก.สภ. วังทรายพูน จ.พิจิตร ผู้สมัครหัวหน้าทีมพัฒนาจังหวัด หมายเลข 1 สลัดเครื่องเครื่องแบบทิ้งลงสนามเลือกตั้งอย่างเต็มตัว และมีศักดิ์เป็นลูกผู้น้องของนายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ อดีตเลขาพรรคประชาธิปัตย์ อดีตรัฐมนตรี และอดีต ส.ส.จังหวัดพิจิตร มีน้องชายอีกคน คือ นายวินัย ภัทรประสิทธิ์ อดีต ส.ส.พิจิตร พรรคเพื่อไทย

ก่อนหน้านี้ตระกูล“ภัทรประสิทธิ์”เคยยึดครองพื้นที่ ส.ส.เขต 1 พิจิตร ทั้งเบื้องหลังเบื้องหน้ามาอย่างยาวนาน นับตั้งแต่นายวิศาล ภัทรประสิทธิ์ อดีต ส.ส.พิจิตร ปี 2519 บิดานายประดิษฐ์-นายวินัย แต่ไปพลาดพลั้งในการเลือกตั้ง ส.ส.ในปี 2562 ครั้งที่ผ่านมานายวินัย ไปลงสมัครในนามพรรคไทยรักษาชาติ(ทษช.) แต่ถูกศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรคไปก่อนเลือกตั้ง จึงเปิดช่องว่างพื้นที่การยึดครองไปเป็นของ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ในปัจจุบัน

ทั้งนี้ ประกอบกับนายนราพัฒน์ แก้วทอง อดีต ส.ส.พิจิตร พรรคประชาธิปัตย์ “หัวแก้วหัวแหวน” นายไพฑูรย์ แก้วทอง อดีต ส.ส.ประชาธิปัตย์ และรัฐมนตรีหลายสมัยหลายกระทรวง ดันขยับไปขึ้นสมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ แต่ลำดับไปไม่ถึงดวงดาว สนามนี้เลย“หวานคอแร้ง”นายพรชัย อินทร์สุข แห่งพรรคพลังประชารัฐ ส.ส. พิจิตร เขต 1

สภากาแฟ และคอการเมืองจังหวัดพิจิตร วิเคราะห์กันว่า “ภัทรประสิทธิ์” ดูเหมือนว่าต้องการกลับมายึดครองสนามการเมืองอีกครั้ง หากจะรั้งรอสนามเลือกตั้ง ส.ส.อาจยึดยาวเนิ่นนาน จะไม่มีใครดำเนินกิจกรรมทางการเมือง ชื่อชั้นและฐานะความเป็นอยู่ขั้นอัครมหาเศรษฐีอาจถูบลบเลือนหายไปจากสนามการเมืองพิจิตร

จึงจำเป็นต้องส่งทายาทของตระกูลมาตรึงพื้นที่ไว้ไม่ว่าจะเป็นสนามใดสนามหนึ่ง เพื่อวันข้างหน้าสามารถก้าวขยับกันภายหลังไม่ว่าจะเป็นทั้งนายประดิษฐ์ และนายวินัย คงยังไม่เก่ากะลาจนเกินไป อีกทั้งทายาทในตระกูล”ภัทรประสิทธิ์” คนใดคนหนึ่งที่จะมีที่ยืนทางการเมืองในอนาคต

ด้านคู่แข่งขันคนสำคัญนั่นคือ นายชาติชาย เจียมศรีพงษ์ ผู้สมัครนายก อบจ.พิจิตร หมายเลข 2 หัวหน้าทีมเรารักพิจิตร อดีต นายก อบจ.พิจิตร หลายสมัย ที่มีความครบเครื่องทั้งเรื่องการเมืองและมวลชน ซึ่งมีขุมกำลังทั้งอดีต ส.อบจ.และนายศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ หรือ”ลูกยอด” ของ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรรคภูมิใจไทย

ประการสำคัญนายชาติชาย ยังมี“ผนังทองแดงกำแพงเหล็ก” อย่างนายไพฑูรย์ แก้วทอง อดีต ส.ส.พิจิตร หลายสมัย และรัฐมนตรีหลายกระทรวง นับว่าเป็นผู้มากบารมีคนหนึ่งที่ฝังรากลึกในจังหวัดพิจิตร จึงไม่ใช่เรื่องง่ายดายนักที่ใครจะมา “หักด่านมะขามเตี้ย”อีกทั้งนายชาติชาย นับว่าเป็นนักกิจกรรม นักพัฒนาหลายด้านและมีผลงานในเชิงประจักษ์ จึงยากยิ่งที่ใครจะมาขุดรากถอนโคน

นอกจากนั้นนายชาติชาย มีสายสัมพันธ์ล้ำลึกในฐานะพี่น้อง“สวนกุหลาบวิทยาลัย”กับนายเนวิน ชิดชอบ อดีตรัฐมนตรี และอดีต ส.ส.จังหวัดบุรีรัมย์ การเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา นายชาติชาย จึงเป็นผู้สนับสนุนผู้สมัคร ส.ส.ภูมิใจไทย จังหวัดพิจิตร ทั้ง 3 เขต แต่ได้มาเป็นเพียงอันดับ 2 ทั้ง 3 เขตเลือกตั้ง พ่ายแพ้ให้กับผู้สมัครพรรคพลังประชารัฐ อย่างไรก็ตาม สามารถส่งให้นายศิริวัฒน์ “ลูกยอด”ไปมีตำแหน่ง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย เป็นผลสำเร็จ

การประเมินฐานคะแนนและขุมกำลังระหว่าง พ.ต.อ.กฤษฎา หัวหน้าทีมพัฒนาจังหวัด กับนายชาติชาย หัวหน้าทีมเรารักพิจิตร ทั้ง 12 อำเภอ ซึ่งเดิมทีการยึดครองพื้นที่และเก้าอี้ ส.อบจ.ล้วนเป็นของนายชาติชาย และนั่งทับเก้าอี้ นายก อบจ.มาอย่างยาวนานหลายสมัย โดยเฉพาะอำเภอโซนใต้ เคยเป็นฐานที่มั่น ประกอบด้วย อำเภอบางมูลนาก ทับคล้อ ตะพานหิน โพทะเล ดงเจริญ บึงนาราง และวังทรายพูน

แม้กระทั่งอำเภอสากเหล็ก เคยเป็นฐานเสียงของนายชาติชาย มี ส.อบจ.คนเดียว คือ นายพิศ วิริยะอารีธรรม ผูกขาดพื้นที่เหนียวแน่น เคยอยู่ในสังกัดของนายชาติชาย ปัจจุบันนายพิศ ย้ายข้างไปอยู่กับ พ.ต.อ.กฤษฎา อันเป็นสัจธรรมทางการเมือง“ไม่มีมิตรแท้ และศัตรูถาวร”

หากไล่เลียง ตั้งแต่ในเขตเลือกตั้งอำเภอเมือง 6 เขต ทีมเรารักพิจิตร มีผู้สมัครอดีต ส.อบจ.จำนวน 4 คน คือนาย สมพงษ์ ทองใบ และนายหล่วน ด่านรุ่งโรจน์ ครั้งนี้นายหล่วน เลิกเล่น แต่ส่งหลานชายนายสุรวิชญ์ ด่านรุ่งโรจน์ ลงสมัครแทน ในนามทีมเรารักพิจิตร และยังมีนายวันชัย ด่านรุ่งโรจน์ และนายพรศิริชัย ทองปาน อดีต ส.อบจ. อำเภอเมือง ทั้ง 4 คน คงทำให้นายชาติชาย คาดว่ายังตรึงพื้นที่ได้ไม่น้อย

อย่างไรก็ตามในพื้นที่อำเภอเมือง พ.ต.อ.กฤษฎา มีทีมผู้สมัคร ส.อบจ.ทีมพัฒนาจังหวัด ลงแข่งขันในเขตอำเภอเมือง และมีนายประดิษฐ์-นายวินัย ภัทรประสิทธิ์ เคยเป็นอดีต ส.ส.เขต 1 อำเภอเมืองพิจิตร ย่อมจะมีฐานเสียงเก่าแก่อยู่จำนวนไม่น้อย ประกอบกับมีความพร้อมทางด้านฐานะการเงิน

อำเภอตะพานหิน เคยเป็นฐานที่มั่นของนายชาติชาย เช่นเดียวกัน ในเขตนี้มี ส.อบจ.4 คน ครั้งนี้ ส.อบจ.ในสังกัด นายชาติชาย 1 คน คือนายพฤหัส แพรมงคล อดีต ส.อบจ. หันไปลงในทีมพัฒนาจังหวัด ของ พ.ต.อ.กฤษฎา แต่ทว่ายังมีนายต่อศักดิ์ วีระพจนานันท์ อดีต ส.อบจ.ตะพานหิน และอดีต ประธานสภาจังหวัดพิจิตร ที่เหนียวแน่นกับนายชาติชาย ในทีมเรารักพิจิตร

อำเภอบางมูลนาก นับเป็นฐานที่มั่นของนายชาติชาย เพราะเป็นถิ่นเกิด มี 3 เขตเลือกตั้ง อดีต ส.อบจ.2 คน ยังอยู่กับนายชาติชาย เพียงเสียพื้นที่ไป 1 คน คือ นายสมภพ ศรีบุศกร อดีต ส.อบจ.แม้เคยอยู่ฝั่งนายชาติชาย แต่ที่ต้องเลือกข้าง พ.ต.อ.กฤษฎา เพราะน้องชาย คือ นายสุรชาติ ศรีบุศกร ส.ส.พิจิตร หรือ ส.ส.ไก่ พรรคพลังประชารัฐ ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งประธานสภา อบจ.พิจิตร กับนายชาติชาย ก่อนที่ออกไปสมัคร ส.ส.แต่ครั้งนี้เลือกที่จะไปยืนฟากฝั่ง“ภัทรประสิทธิ์” พ.ต.อ. กฤษฎา ทีมพัฒนาจังหวัด

อำเภอทับคล้อ 2 เขตเเลือกตั้งในเขตนี้ นายชาติชาย มีอดีต ส.อบจ.เก่า 1 คน ที่โดดเด่นคือ นายปิยะพงษ์ นะราชา ในเขตเลือกตั้งที่ 2

อำเภอโพธิ์ประทับช้าง 3 เขตเลือกตั้ง ทีมพัฒนาจังหวัด เบียดเสียดหายใจรดต้นคอกับทีมเรารักพิจิตร อย่างแน่นอน แต่นายชาติชาย มีอดีต ส.อบจ.ที่ผูกขาดมาอย่างยาวนานทุกสมัยร่วมทีม คือ นายวราวุธ แก้วทอง น้องชายร่วมสายโลหิต นายไพฑูรย์แก้วทอง อดีตรัฐมนตรี และอดีต ส.ส.พิจิตร หลายสมัย

อำเภอโพทะเล นับว่าเป็นถิ่นของนายศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ ส.ส.พิจิตร ปัจจุบันส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย บุตรชาย พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ อดีตรัฐมนตรี และส.ส.พิจิตร หลายสมัย อีกทั้งนายชาติชาย มี ส.อบจ.เก่า ในมือ คือ นายภัทรกัปป์ ด่านรุ่งโรจน์ แต่ฟากฝั่ง พ.ต.อ.กฤษฎา มีนายสุรศักดิ์ ศรีบุศกร หรือ ส.ส.ไก่ เคยเป็น ส.จ.ในเขตอำเภอโพทะเล มาก่อน

อำเภอวังทรายพูน เขตนี้คงสูสีเบียดเสียด เพราะเขตเลือกตั้งเดียว มีภรรยาอดีต ส.อบจ.คือนางสาวดวงทิพย์ เจียมศรีชัย ลงทีมพัฒนาจังหวัด ของ พ.ต.อ.กฤษฎา แต่มีเสียงวิพากษ์ว่าเป็นเครือญาติ“เจียมศรีพงษ์” ส่วนทีมเรารักพิจิตร มีอดีตรองนายก อบจ.มาลงชน คือนายมนัส บุญปู ทว่าในเขตนี้คงหนักหนายังมีนางสุจินดา อินทร์สุข ภรรยานายพรชัย อินทร์สุข ส.ส.พิจิตร พรรคพลังประชารัฐ ลงสนามด้วยอีกคน

อำเภอสามง่าม 2 เขตเลือกตั้ง คอการเมืองมีมุมองว่าทีมพัฒนาจังหวัด น่าจะเหนือนิดหน่อยทีมเรารักพิจิตร
แม้ว่าจะมีอดีต ส.อบจ.เก่า คือนายธวัชชัย พลอยกิตติกุล ครองพื้นที่อยู่ก่อน ส่วนเขต 2 นางรัตน์ฐาภัทร เหลืองวิจิตร ลงในทีมเรารักพิจิตร และเป็นน้องสะไภ้นางสาวสุณีย์ เหลืองวิจิตร อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย ที่ประกาศตัวชัดเจนสนับสนุน พ.ต.อ.กฤษฎา สุดลิ่มทิ่มประตู ตั้งแต่ไก่โห่

อำเภอวชิรบารมี 2 เขตเลือกตั้งน่าจะเป็นฐานคะแนนของ พ.ต.อ.กฤษฎา นับว่าเป็นถิ่นของนางสาวสุณีย์ เหลืองวิจิตร ซึ่งได้ส่งนายพงษ์ศักดิ์ เหลืองวิจิตร หลานชาย อดีต ส.อบจ.ลงเหมือนเดิม ส่วนเขต ที่ 2 ผู้สมัครหน้าใหม่ทั้งคู่ทีมพัฒนาจังหวัด ได้บุตรกำนันแม้น รอดเขียว ผู้ล่วงลับ คือนายบุญฤทธิ์ รอดเขียว ลงชนกับนายชอบ ถาวรมา อดีตนายก อบต.วังโมกข์ สังกัดทีมเรารักพิจิตร นายชอบ นับเป็นเด็กในคาถานายไพฑูรย์ แก้วทอง ในเขตนี้นายชอบ จึงค่อนข้างจะได้เปรียบ

อำเภอบึงนาราง ในเขตนี้มี ส.อบจ.ได้เพียงคนเดียว คงเป็นของนายทูล ศรีสวาท อดีต ส.อบจ.หลายสมัย ในค่ายนายชาติชาย ส่วนอำเภอดงเจริญ ผู้สมัครหน้าใหม่ทั้งคู่ แต่ฐานเสียงที่แข็งแกร่งน่าจะเป็นของนายรภัสสิทธิ์ รู้คงประเสริฐ ทีมเรารักพิจิตร ของนายชาติชาย ที่มีญาติเป็นนักการเมืองท้องถิ่นที่ยึดครองพื้นที่

สนามการเลือกตั้งท้องถิ่นครั้งนี้ เป็นการวัดขุมกำลัง วัดบารมี และวัดใจคนพิจิตร ทว่าคงไม่มีใครสามารถฟันธงได้เลย ตราบใดที่ยังไม่ผ่านพ้นค่ำคืน”หมาหอน”