สคร.2 พิษณุโลก ขอเชิญร่วม รณรงค์วันเอดส์โลก “เอดส์อยู่ร่วมกันได้ ไม่ตีตรา”

232

สคร.2 พิษณุโลก ขอเชิญร่วม
รณรงค์วันเอดส์โลก “เอดส์อยู่ร่วมกันได้ ไม่ตีตรา”

นายแพทย์ศรายุธ อุตตมางคพงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 2 (สคร.2 ) จังหวัดพิษณุโลก กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า วันที่ 1 ธันวาคม ของทุกปี เป็นวันเอดส์โลก (World AIDS Day) ซึ่งการติดเชื้อเอชไอวีเป็นปัญหาทางสาธารณสุขที่สำคัญและส่งผลกระทบต่อสังคมและเศรษฐกิจโดยรวมของทุกประเทศทั่วโลก ในประเทศไทยมีจำนวนผู้ติดเชื้อที่ยังมีชีวิตอยู่ประมาณ 472,376 ราย เป็นผู้ป่วยเอชไอวีรายใหม่ 4,855ราย/ปี จำนวนผู้ติดเชื้อฯ เสียชีวิตจากเอชไอวี 11,882 ราย/ปี ประเทศไทยมีเจตนารมณ์ที่จะยุติปัญหาเอดส์ภายในปี 2573 โดยการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์แห่งชาติว่าด้วยการยุติปัญหาเอดส์

โดยมีเป้าหมายหลัก 3 ประการคือ 1.ลดจำนวนผู้ติดเชื้อเอชไอวีรายใหม่ให้เหลือปีละไม่เกิน1,000 ราย 2.ลดการเสียชีวิตในผู้ติดเชื้อเอชไอวีเหลือปีละไม่เกิน4,000 ราย 3.ลดการรังเกียจและการเลือกปฏิบัติอันเกี่ยวเนื่องจากเอชไอวีและเพศภาวะลงจากเดิมร้อยละ 90 โดยการดำเนินงานเพื่อลดการรังเกียจและการเลือกปฏิบัติที่เกี่ยวเนื่องกับเอชไอวีและเพศภาวะยังเป็นความท้าทายในการดำเนินงานเพื่อลดอุปสรรคในการเข้าสู่ระบบเชิงบริการสุขภาพโดยเฉพาะกลุ่มประชากรหลัก
“WALK TOGETHER : เอดส์อยู่ร่วมกันได้ ไม่ตีตรา” หมายถึง ทุกคนมีบทบาทสำคัญและมีส่วนร่วมในการก้าวไปด้วยกัน ก้าวไปสู่การเปลี่ยนแปลงเพื่อลดการตีตราและเลือกปฏิบัติต่อผู้มีเชื้อเอชไอวีและเพศภาวะ

โดยสร้างความตระหนักและความเข้าใจอย่างถูกต้องว่า “เอดส์เป็นเรื่องธรรมดา” ไม่ใช่เป็นโรคติดต่อร้ายแรงที่น่ารังเกียจและน่ากลัว และไม่ได้ติดต่อกันง่ายๆ ผู้มีเชื้อเอชไอวี มีสิทธิ เสรีภาพ ในการดำรงชีวิต ทุกคนสามารถอยู่ร่วมกันได้ในสังคม ไม่บังคับตรวจเอชไอวี ไม่เปิดเผยผลเลือดของผู้อื่นและไม่นำผลเลือดมาเป็นเงื่อนไขในการเข้าทำงาน การเข้าศึกษา การรับบริการด้านสุขภาพ ทั้งนี้ การก้าวไปด้วยกัน

ทั้งนี้ เพื่อลดการตีตราและเลือกปฏิบัติจำเป็นต้องได้รับความร่วมมือจากบุคคล องค์กรและสังคม อันจะส่งผลให้ผู้มีเชื้อเอชไอวีสามารถเข้าถึงบริการด้านสุขภาพและได้รับการบริการที่เท่าเทียมซึ่งนำไปสู่การยุติปัญหาเอดส์ของประเทศไทยภายในปี 2573 ต่อไป

นายแพทย์ศรายุธ กล่าวอีกว่า ควรหลีกเลี่ยงที่จะมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ปลอดภัย ควรพกถุงยางอนามัยติดตัวไว้เสมอ และใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์ ถ้าไม่ใช้ถือว่าประมาทและเสี่ยงต่อการติดโรค เพราะทุกคนที่มีพฤติกรรมทางเพศที่เสี่ยงสามารถก็ติดโรคได้ง่าย ทั้งนี้ ถุงยางอนามัยนอกจากจะช่วยป้องกันการตั้งครรภ์แล้ว ป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้ด้วย หากประชาชนมีข้อสงสัยเพิ่มเติมสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422