229

เชียงราย ยืนยันพบผู้ป่วยโควิด-19 เพิ่มอีก 1 ราย รวม 3 ราย

วันที่ 1 ธันวาคม 2563 เวลา 14.00 น.ที่ศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข กรณีการระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เชียงราย นายวรวิทย์ ชัยสวัสดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วยนายแพทย์ ทศเทพ บุญทอง นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด(นพ.สสจ.)เชียงราย นายแพทย์ไชยเวช ธนไพศาล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ ร่วมกันแถลงข่าวกรณีตรวจพบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เพิ่มอีก 1 ราย รวมเป็น 3 ราย

สำหรับรายล่าสุดเป็นหญิงสาว อายุ 25 ปี มีภูมิลำเนาอยู่พื้นที่จังหวัดพะเยา เดินทางไปทำงานที่สถานบันเทิงแห่งหนึ่งในจังหวัดท่าขี้เหล็ก สาธารณรัฐสหภาพเมียนมาและเดินทางกลับประเทศไทยตามเส้นทางธรรมชาติ เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2563 ที่ผ่านมา และพักอยู่ในโรงแรมแห่งหนึ่งอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย โดยไม่ได้ออกจากโรงแรม ซึ่งใช้บริการสั่งอาหารจากฟู้ดเดลิเวอรี่

ต่อมมวันที่ 28 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา เข้าพักในโรงแรมหนึ่งหนึ่ง.อำเภอเมืองเชียงราย หลังทราบว่ามีผู้ทำงานด้วยกันติดเชื้อโควิด-19 จึงมาแสดงตนและขอรับการตรวจพร้อมกับเพื่อนอีก 2 ราย พบว่าติดเชื้อโควิด-19 และได้เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ทันที ส่วนเพื่อนอีก 2 ราย ผลตรวจไม่พบเชื้อ และแยกกักตัวเพื่อสังเกตอาการในสถานที่กักกัน (Local Quaruntine) แล้ว

ทั้งนี้ การสอบสวนโรคพบผู้สัมผัสกลุ่มเสี่ยงสูง 6 ราย ได้แก่ คนขับรถมาส่งที่โรงแรม 1 ราย เพื่อน 2 ราย พนักงานโรงแรม 3 ราย และสัมผัสกลุ่มเสี่ยงต่ำเป็นพนักงานโรงแรมอีก 4 ราย ทำให้ล่าสุดจังหวัดเชียงรายมีผู้ป่วยสะสม 12 ราย คือ 9 รายเดิม ซึ่งรักษาหายแล้ว และรายใหม่ 3 ราย

ด้านนายแพทย์ ทศเทพ บุญทอง นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า จังหวัดเชียงรายไม่มีผู้ติดเชื้อมากว่า 243 วัน กรณีที่เกิดขึ้นนี้มาจากพื้นที่ภายนอก ยืนยันว่าจังหวัดเชียงรายยังปลอดภัย หากชาวเชียงรายปฏิบัติตามมาตรการทางสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด โดยการสวมหน้ากากอนามัย หรือ หน้ากากผ้าตลอดเวลาที่ออกไปยังพื้นที่สาธารณะ หมั่นล้างมือด้วยสบู่ หรือแอลกอฮอล์ เว้นระยะห่าง ไม่อยู่ในที่ผู้คนแออัด รักษาความสะอาด และลงทะเบียนแอปพลิเคชั่นไทยชนะทุกครั้ง เพื่อความไม่ประมาทจะเป็นวิธีการในการป้องกันที่มีประสิทธิภาพ

อย่างไรก็ตาม จังหวัดเชียงราย ได้ประสานศูนย์ประสานงานชายแดนไทย-เมียนมา ยังคงเปิดโอกาสให้ผู้ที่ต้องการเดินทางกลับเข้ามาในประเทศไทยได้ ในเส้นทางปกติ โดยปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมาย ส่วนผู้ที่ลักลอบเข้ามาผิดกฎหมายจะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย