อาลัย”รุจน์ เตชาชาญ” ผู้สร้างตำนานพ่อค้าภูธร “เขย่า” กรอ.เมืองสองแคว เคยสะเทือนเลื่อนลั่น

1443

อาลัย”รุจน์ เตชาชาญ” ผู้สร้างตำนานพ่อค้าภูธร “เขย่า” กรอ.เมืองสองแคว เคยสะเทือนเลื่อนลั่น

การสูญเสียบุคคลสำคัญในวงการธุรกิจของจังหวัดพิษณุโลก”รุจน์ เตชาชาญ” เจ้าของห้าง “ฮ้งหลีง้วน”พิษณุโลก ตัวแทนจำหน่ายรถจักรยานยนต์หลายยี่ห้อ อดีตประธานหอการค้าจังหวัดพิษณุโลก ระหว่างปี 2529-2533 นับเป็นบุคคลคนที่ 2 ต่อจากนายสมพงษ์ พลไวย์ อดีต ส.ส.พิษณุโลก ซึ่งสามารถกล่าวได้ว่าเป็นกลุ่มก้อนบุกเบิกธุรกิจในยุคสร้างเมืองพิษณุโลก ที่เติบโตมาในระนาบเดียวและใกล้เคียงกันกับนายบรรเลง รอบบรรเจิด “พระเอกภูธร” เจ้าของธุรกิจในเครือท็อปแลนด์อาเขต เช่น ห้างสรรพสินค้า โรงแรม ภัตตาคารศรีพานิช เป็นต้น

อีกทั้งนายสุชน ชามพูนท เจ้าของโรงแรมอมรินทร์นครพิษณุโลก อดีต ส.ส.พิษณุโลก และอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง นายวานิช ศิริเจริญภัณฑ์ เจ้าของห้างเจริญภัณฑ์ นายสิงห์ มัตยะสุวรรณ เจ้าของโรงสีไฟสิงหวัฒน์ นายเมธี พิทักษ์สุธีพงษ์ “ขงเบ้งแห่งกองทัพยา” เจ้าของบ้วนฮั๊วตึ้ง ฯลฯ

“รุจน์ เตชาชาญ” ในช่วงนั่งเก้าอี้ประธานหอการค้าจังหวัดพิษณุโลก ได้สร้างคุณูปการกับวงการธุรกิจ และภาพลักษณ์หอการค้าจังหวัดพิษณุโลก ให้โดดเด่นเป็นลำดับ ประการสำคัญได้สร้างความหึกเหิม และหาญกล้าให้กับวงการธุรกิจในอันที่พัฒนาความรู้ความสามารถ ตลอดจนวิสัยทัศน์ อันกว้างไกล ทั้งการอบรม ประชุมสัมมนาของกรรมการและมวลสมาชิกในเชิงธุรกิจ โดยสถาบันและวิทยากรที่มีชื่อเสียงระดับประเทศ

โดยเฉพาะการย่างก้าวของภาคเอกชนเข้าไปมีบทบาทในคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ(กรอ.) จังหวัดพิษณุโลก ทำให้มีโอกาสสัมผัสใกล้ชิดและรู้บทบาทหน้าที่ของภาคราชการมากยิ่ง อีกทั้งเข้าไปมีส่วนช่วยเหลือสนับสนุนภาครัฐในแนวทางการพัฒนาจังหวัดและภาคเอกชนให้มีความเข้มแข้งมากยิ่งขึ้น

คณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ(กรอ.) ก่อตั้งขึ้นโดยมติคณะรัฐมนตรี เมื่อปี 2527 ในสมัยพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เพื่อเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ

นับว่า“รุจน์ เตชาชาญ”เป็นผู้มากบารมีคนหนึ่งของเมืองพิษณุโลก ที่สามารถรวบรวม“ขุนพล”และ“อัศวิน”ในแวดวงธุรกิจระดับแถวหน้าของยุคนั้นร่วมขับเคลื่อนหอการค้าจังหวัดพิษณุโลก อาทิ นายวิโรจน์ จิรัฐติกาลโชติ เอเย่นต์ถ่านพานาโซนิค 8 จังหวัดภาคเหนือตอนล่าง ปัจจุบันดำรงตำแหน่งรองประธานหอการค้าไทย และประธานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจพื้นที่ภาคเหนือ หอการค้าไทย นายสิงห์ พงษ์สุทธิ์ เจ้าของโรงงานผลิตภัณฑ์พิษณุโลกแก๊สออกซิเจน ผู้ก่อตั้งสภาอุตสาหกรรมจังหวัดพิษณุโลก นายฐิติ วิศวชัยวัฒน์ เจ้าของธุรกิจในเครือชุณหทัย และผู้ก่อตั้งกลุ่ม LIMEC ไทย-ลาว-เมียนมา นายแพทย์สุธี ฮั่นตระกูล เทศมนตรีนครพิษณุโลก อดีต ผอ.รพ.รวมแพทย์พิษณุโลก เป็นต้น

ด้วยบุคลิกภาพอันนุ่มนวล“อ่อนนอกแข็งใน”จนได้รับฉายาว่า“ผู้พนมมือทั่วสิบทิศ” แต่ “รุจน์ เตชาชาญ”ได้พลิกบทบาทพ่อค้าภูธรให้มีความเข็มแข็งกลายเป็นต้นแบบติดอันดับประเทศ ทำให้หอการค้าทั่วประเทศต้องหันกลับจับตามองในการพัฒนาศักยภาพของหอการค้าจังหวัดพิษณุโลก

การนำคณะกรรมการหอการค้าจังหวัดพิษณุโลก จำนวน 16 คน “ดับเครื่องชน”โดยประกาศลาออกจากคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.)จังหวัดพิษณุโลก และ”WALK OUT” จากที่ประชุมคณะกรรมการ กรอ.ซึ่งมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานโดยตำแหน่ง จนสร้างความได้เปรียบในเชิงกลยุทธ์ต่อภาคราชการ ในอันที่จำเป็นต้องกลับมาทบทวนบทบาทอำนาจหน้าที่ด้วยความหวั่นไหว

เหตุผล เนื่องจากพนักงานจราจรจังหวัดพิษณุโลก ได้มีการเปลี่ยนแปลงระบบการจราจรภายในเขตเทศบาล เมืองพิษณุโลก (ขณะนั้น) เป็นการเดินรถแบบทางเดียวหรือ “ONE WAY” บนถนนบรมไตรโลกนารถ ตั้งแต่สี่แยกธนาคารกรุงไทย- ห้าแยกสุรสีห์ ถนนพุทธบูชา ตั้งแต่สามแยกหลังสถานีตำรวจภูธรเมืองพิษณุโลก เลียบริมฝั่งแม่น้ำน่าน-ห้าแยกสุรสีห์ และถนนเอกาทศรถ ตั้งแต่สามแยกโรงเรียนเสริมสวยเกศริน -สี่แยกหอนาฬิกา

ทั้งนี้ อ้างว่าทำให้รถวิ่งคล่องตัวสามารถลดอุบัติเหตุ สร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน เพื่อรองรับความเจริญเติบโตของตัวเมืองตลอดจนประชากรและจำนวนยวดยานพาหนะที่เพิ่มขึ้นตามลำดับ แต่สร้างความสับสนให้กับผู้ใช้รถใช้ถนนค่อนข้างมาก เนื่องจากถนนและซอยต่างๆ มีป้ายจราจรห้ามเลี้ยวขวา-ซ้าย บางจุดห้ามไปตรง ถนนบรมไตรโลกนารถ ถนนเอกาทศรถ และถนนพุทธบูชา เปรียบประดุจเส้นเลือดใหญ่ผ่านกลางใจเมือง ที่หล่อเลี้ยงธุรกิจที่ตั้งเรียงรายทั้งสองฟากฝั่ง เช่น ธนาคารพาณิชย์ บริษัทวัสดุก่อสร้าง เครื่องสุขภัณฑ์ ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ปั๊มน้ำมัน ร้านค้า อาคารพาณิชย์ ฯลฯ

ทำให้นักธุรกิจ พ่อค้าและสมาชิก เข้าชื่อบัญชีหางว่าว จำนวน 402 ราย ยื่นต่อนายรุจน์ เตชาชาญ ประธานหอการค้าจังหวัดพิษณุโลก เนื่องจากได้รับผลกระทบกระเทือนต่อเศรษฐกิจจากการจัดระบบการจราจรแบบ “ONE WAY” หอการค้าจังหวัดพิษณุโลก จึงมอบหมายให้ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ พิษณุโลก (ปัจจุบันมหาวิทยาลัยนเรศวร ) เป็นผู้ออกแบบสำรวจความคิดเห็น พ่อค้าประชาชน สถาบันการศึกษา พร้อมทั้งสรุปประเมินผล มีผู้ไม่เห็นด้วยกว่า 60 เปอร์เซ็นต์ ควรแก้ไข 60 เปอร์เซ็นต์ และมีผู้เห็นด้วยเพียง 10 เปอร์เซ็นต์

ในที่สุดจึงนำเรื่องเข้าที่ประชุม กรอ.จังหวัด เพื่อหาแนวทางแก้ไข แม้ทางภาครัฐจะรับปากแก้ไขบางจุด แต่กลับบ่ายเบี่ยงมาโดยตลอด ทั้งนี้มีการพูดคุยนอกรอบกันหลายครั้งหลายหน

ต่อมาสำนักงานจังหวัดพิษณุโลก ได้ออกหนังสือเชิญประชุม ถึงหอการค้าจังหวัดให้นำเรื่องดังกล่าวเข้าที่ประชุม กรอ.จังหวัด ทว่าพอถึงวันประชุม ทั้งผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้กำกับการตำรวจภูธรจังหวัด กลับเดินทางไปต่างประเทศ จึงสร้างความไม่พอใจให้กับคณะกรรมการหอการค้าจังหวัด ตัดสินใจลุกออกจากที่ประชุม พร้อมกับยื่นหนังสือลาออกจากคณะกรรมการ กรอ.ในเวลาต่อมา

อย่างไรก็ตาม หลังจากเหตุการณ์ดังกล่าว ทำให้กองกำกับการตำรวจภูธรจังหวัด ต้องยกเลิกเส้นทางวันเวย์(ONE WAY)ทุกเส้นทาง เพื่อให้รถวิ่งสวนกันไป-มา ได้ดังเดิมจวบจนปัจจุบัน

ม่านชีวิต”รุจน์ เตชาชาญ”ปิดฉากลงแล้ว แต่ต้นแบบการต่อสู้และเสียสละเพื่อสังคม ยังคงเป็นตำนานเล่าขานไม่มีวันรู้จบ

ระลึกถึงเสมอแม้นาทีสุดท้ายของตัวอักษร

กร บ้านกร่าง รายงาน