341
d5b7d5cb8976588e9c25d6577b0f6a4f.jpg e78104119c584157f2b37c10945a79d5.jpg

พิษณุโลก จับมอดไม้ตัดไม้ประดู่ 12 ท่อนคารถกระบะ ในเขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาน้อย-เขาประดู่ ยึดธนบัตรและบัตรประชาชนทิ้งไว้ในรถเป็นหลักฐานสำคัญ นำส่งคดีทันที ระบุ เป็นคนในพื้นที่ตัดไม้ชัดเจน

วันที่ 24 กันยายน 2563 นายเสกสันต์ ลอมแปลง หัวหน้าหน่วยเขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาน้อย, พตท.ชัย ถิ่นน้ำใส สารวัตร ปทส.ตำรวจภูธรจังหวัดพิษณุโลก นายศักดิ์ปรินทร์ สุรารักษ์ หัวหน้าสายตรวจปราบปราม สบอ.11, จนท.ป่าไม้หน่วยป้องกัน ที่ พล.10 (น้ำดำ), ตำรวจป่าไม้ กก. 4 บก.ปทส.และตำรวจตระเวนชายเดนที่ 315 บุกจับกุม แก๊งมอดไม้กำลังตัดไม้บริเวณพื้นที่ป่าซำประตู หมู่ที่ 14 ตำบลดอนทอง อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก

จึงลาดตระเวนโดยทางเท้าเข้าตรวจสอบไปตรวจสอบการลักลอบตัดไม้ท่อน พบไม้กระยาเลยถูกตัดโค่นล้มลงและตัดทอนเป็นท่อนๆ ต่อมาจนท.วางกำลังดักซุ่มดูเหตุการณ์ จนเวลาผ่านไป 20 นาที พบกลุ่มบุคคลเป็นชายไม่ทราบชื่อมีประมาณ 3-4 คน กำลังทำการขนย้ายไม้กระยาเลย(ไม้ท่อน) นำไปใส่ท้ายกระบะรถยนต์ที่จอดรอดอยู่ คณะเจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตนว่าเป็นเจ้าพนักงาน บอกให้กลุ่มชายดังกล่าวหยุดเพื่อจะเข้าทำการตรวจสอบ แต่กลุ่มชายดังกล่าว อาศัยความชำนาญวิ่งหลบหนีกระเจิงเข้าป่า แต่เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าและป่าไม้ไม่สามารถติดตามตัวได้

ตรวจสอบบริเวณที่เกิดเหตุ พบรถยนต์กระบะบรรทุก ยี่ห้อ NISSAN สีเขียว หมายเลขทะเบียน บค 4381 พิษณุโลก ภายในกระบะท้ายรถยนต์บรรทุกมีไม้กระยาเลย ตรวจสอบทราบว่าเป็นไม้ประดู่ท่อน จำนวน 12 ท่อน อยู่ท้ายกระบะรถยนต์เพื่อรอการขนย้ายออกจากตอ จากนั้นคณะเจ้าหน้าที่จึงเคลื่อนย้ายรถยนต์ที่บรรทุกไม้มาที่ทำการหน่วยป้องกันและพัฒนาป่าไม้เมืองพิษณุโลก ที่ พล.10 (น้ำดำ) หมู่ที่ 10 ต.ดอนทอง อ.เมือง

ตรวจค้นภายในรถยนต์ พบเอกสารการต่อประกันภัยและพบธนบัตรฉบับละหนึ่งพันบาท จำนวน 4 ฉบับ ธนบัตรฉบับละห้าร้อยบาท จำนวน 1 ฉบับ ธนบัตรฉบับละหนึ่งร้อยบาท จำนวน 2 ฉบับ ธนบัตรฉบับละยี่สิบบาท จำนวน 3 ฉบับ เหรียญราคาห้าบาท และโทรศัพท์ จำนวน 2 เครื่อง และพบบัตรประจำตัวประชาชนของนายบุญเลิศ อินแตง ที่อยู่ 85 หมู่ที่ 14 ตำบลดอนทอง อำเภอเมือง คาดว่าน่าจะเป็นของผู้กระทำผิดได้ทิ้งไว้ ระหว่างการหลบหนีการจับกุมของคณะเจ้าหน้าที่

ผลการตรวจสอบไม้กระยาเลย (ไม้ประดู่) จำนวน 12 ท่อน ถูกตัดโค่นด้วยเลื่อยโซ่ยนต์ ไม่พบรูปรอยดวงตราของพนักงานเจ้าหน้าที่ตีประทับ ต่อมาคณะเจ้าหน้าที่ได้ตรวจพบต่อแหล่งที่มาของไม้ พบว่า มีตอไม้ 2 จุด
จุดที่ 1 ที่มีการตัดไม้กระยาเลย(ไม้ประดู่) เป็นพื้นที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาน้อย-เขาประดู่

จุดที่ 2 ตรวจพบรถยนต์บรรทุกไม้กระยาเลย(ไม้ประดู่) ปรากฏว่า เป็นพื้นที่เขตป่าสงวนแห่งชาติป่าลุ่มน้ำวังทองฝั่งขวา
คณะเจ้าหน้าที่จึงตรวจยึด เตรียมส่งบันทึก สภ.เมืองพิษณุโลก เพื่อตามหาผู้กระทำความผิด ตาม พระราชบัญญัติป่าไม้ 2484 มาตรา 11 ฐาน “ผู้ใดทำไม้ หรือเจาะ หรือสับไม้หวงห้าม โดยไม่ได้รับอนุญาต และ มาตรา 54 ประกอบมาตรา 55ฐาน “ห้ามมิให้ผู้ใดก่อสร้าง แผ้วถางหรือกระทำด้วยประการใดๆอันเป็นการทำลายป่า หรือยึดถือครอบครองป่าเพื่อตนเองหรืออื่น โดยไม่ได้รับอนุญาต และมาตรา 69 ฐาน “มีไว้ในครอบครองซึ่งไม้หวงห้ามอันยังไม่ได้แปรรูป โดยไม่มีรอยตราค่าภาคหลวง หรือรอยตรารัฐบาลขาย”

ตาม พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 มาตรา 14 ฐาน “ทำไม้ หรือกระทำด้วยประการใดๆอันเป็นการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติ โดยไม่ได้รับอนุญาต และ มาตรา 35 ฐาน “อุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ อาวุธ ยานพาหนะ ที่ใช้เป็นอุปกรณ์ให้ได้รับผลการกระทำผิด
ตามพรบ.และคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562 มาตรา67 (2) ฐาน “ตัด โค่น แผ้วถาง เผา ทำลาย ต้นไม้ เก็บแร่ โดยไม่ได้รับอนุญาตลากไม้กระยาเลยท่อน (ไม้ประดู่) จำนวน 12 ท่อน ปริมาตร ๐.71 ลบม. เก็บรักษาไว้ที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาน้อย-เขาประดู่ ต่อไป