154
d5b7d5cb8976588e9c25d6577b0f6a4f.jpg e78104119c584157f2b37c10945a79d5.jpg

กกล.ผาเมือง-ตร.ภ.5 หน่วยงานเกี่ยวข้อง ประชุมติดตามสถานการณ์ลักลอบหลบหนีเข้าเมือง ป้องกันโควิด-19

วันที่ 14 กันยายน 2563 ที่ห้องประชุมด่านศุลกากรเชียงแสน (แห่งใหม่) ด่านศุลกากรเชียงแสน อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย พลตำรวจโท ประจวบ วงศ์สุข ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วย พันเอก จักรกริศน์ เจริญโชติกาญจน์ ที่ปรึกษากองกำลังผาเมือง เป็นผู้แทน ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง และพันเอกสุพรรณ ร้อยพุทธ รองเสนาธิการกองกำลังผาเมือง รักษาราชการแทน รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารม้าที่ 2

อีกทั้ง หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ เจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดที่ประจำการตามแนวชายแดนภาคเหนือ , กองกำลังผาเมือง , ด่านตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) , สำนักงานจัดหางานจังหวัดเชียงราย ศุลกากรแม่สาย, ศุลกากรเชียงแสน , ตำรวจน้ำ , ตำรวจสันติบาล , ตำรวจตระเวณชายแดน (ตชด.) 32 , ฝ่ายปกครองจังหวัดเชียงราย

เพื่อติดตามสถานการณ์การลักลอบหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายของชาวต่างด้าว เพื่อป้องกันการนำเชื้อไวรัสโควิด-19 เข้ามาระบาดในประเทศไทย ซึ่งรัฐบาล และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งการให้ประสานเครือข่ายในการป้องกันการลักลอบหลบหนีเข้าเมือง ตามมาตรการป้องกันการระบาดของไวรัสโควิด – 19

ในพื้นที่ภาคเหนือมีช่องทางธรรมชาติที่สามารถใช้หลบหนีเข้าเมืองได้เป็นจำนวนมาก จึงต้องบูรณาการเจ้าหน้าที่ทุกหน่วย กวดขันอย่างเข้มงวด ไม่เฉพาะพื้นที่ชายแดนและเส้นทางที่เชื่อมโยงภายในเท่านั้น แต่ต้องตรวจสอบตามสถานที่ต้องสงสัยต่างๆ ที่อาจจะมีชาวต่างด้าวไปอาศัยอยู่ เช่น สวน ไร่ นา ร้านอาหาร สถานบันเทิง ฯลฯ ด้วย

ทั้งนี้ ตามรายงานของตำรวจภูธรภาค 5 พบว่าตั้งแต่เดือน มกราคม – กันยายน 2563 มีผู้หลบหนีเข้าเมืองผ่านพื้นที่ 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน คือ เชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง น่าน พะเยา แพร่ ลำพูน และแม่ฮ่องสอน รวมกันทั้งหมด 988 คน เฉพาะเชียงรายซึ่งเป็นพื้นที่ชายแดนที่ติดต่อทางบกกับพม่าที่กำลังประสบปัญหาไวรัสโควิด-19 ระบาดซ้ำ จับกุมได้ 527 คน

ขณะที่สถิติของกองกำลังผาเมืองพบว่า ระหว่างวันที่ 23 มีนาคม – 31 สิงหาคม 2563 นี้ จับกุมคนลักลอบเข้าเมืองได้ 153 ราย เป็นชาวพม่า 85 ราย ไทย 54 ราย ลาว 12 ราย และจีน 2 ราย

ด้านนายประจญ ปรัชญ์สกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ยังได้ลงพื้นที่ตรวจการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตามแนวชายแดนอย่างต่อเนื่อง พร้อมระบุว่าจากสถานการณ์ในประเทศเพื่อนบ้าน ทางศูนย์บริหารสถานการณ์เชื้อไวรัสโควิด – 19 (ศบค.) ได้สั่งการให้สกัดกั้นการลักลอบเข้าเมืองอย่างเข้มงวด แต่ที่ผ่านมาก็พบว่ายังมีผู้ที่ลักลอบหลบหนีผ่านชายแดนเข้าไปได้

ดังนั้นจะมีการตรวจสอบพื้นที่ชั้นในซ้ำอีกครั้ง โดยจะร่วมกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขเข้าไปดำเนินการ หากพบมีการลักลอบเข้ามาก็จะดำเนินคดีและผลักดันออกไปด้วยความระมัดระวังต่อไป ส่วนคนที่ลักลอบนำพาคนต่างด้าวเข้ามา ถือว่านอกจากจะผิดกฎหมายแล้ว ยังผิดมนุษยธรรม เพราะอาจนำโรคเข้ามาและคนที่จะติดเชื้อก่อนคือตัวคนนำพาเข้ามานั่นเอง