รองผู้ว่าฯตาก ตรวจท่าทราย หลังชาวบ้านร้อง

1130

รองผู้ว่าราชการจังหวัดตาก ตรวจท่าทราย ในพื้นที่บ้านท่าอาจ อำเภอแม่สอด หลังมีชาวบ้านร้องเรียนได้รับผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ย้ำให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย

วันนี้ ( 7 มีนาคม 2562 ) นายวรานนท์ ยิ้มมงคล รองผู้ว่าราชการจังหวัดตาก พร้อมด้วยคณะอนุกรรมการพิจารณาอนุญาตให้ดูดทรายประจำจังหวัดตาก ประกอบด้วยเจ้าหน้าที่กรมเจ้าท่า สำนักงานที่ดิน ชลประทาน เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง อำเภอแม่สอด ทหาร ตำรวจ อุตสาหกรรมจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง หลังได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้าน ในพื้นที่ บ้านท่าอาจ หมู่ 3 ตำบลท่าสายลวด อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ว่าได้รับผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ทั้ง เรื่องฝุ่น เสียงดัง น้ำบาดาลแห้ง ทรายไหลทับถมทำให้ไม่สามารถทำการเกษตรได้ รวมทั้งเรื่องหวั่นว่าแม่น้ำเมยจะไหลเปลี่ยนทิศ จนเกิดเป็นเกาะกลางแม่น้ำเมยเพิ่มขึ้นอีกแห่ง จนเป็นแหล่งอาชญากรรม จึงมีการรวมตัวกัน ถือป้ายคัดค้านการต่อสัญญาสัมปทานท่าทรายกวีลีลา


นางแสงวรรณ จองโป่ อายุ 60 ปี ชาวบ้านบ้านท่าอาจ หมู่ 3 ตำบลท่าสายลวด อำเภอแม่สอด หนึ่งในผู้ได้รับผลกระทบ เปิดเผยว่า ตนพร้อมชาวบ้าน จำนวนหนึ่ง คัดค้านการต่อสัญญาสัมปทาน ท่าทราย นายกวี สีเทียน หรือท่าทรายกวีลีลา เนื่องจาก สาเหตุผลกระทบ ทั้งเรื่องฝุ่น เวลามีการตักทราย เมื่อมีลมจะทำให้ฝุ่นฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณจนทำให้ได้รับความเดือดร้อน น้ำในบ่อบาดาลแห้ง และที่กลัวที่สุดคือกลัวแม่น้ำเมย แม่น้ำกั้นพรมแดนระหว่างประเทศ เปลี่ยนทิศทาง จนทำให้เกิดเป็นเกาะกลางแม่น้ำเมย และกลัวว่าจะซ้ำรอย กับเกาะกลางแม่น้ำเมย ใต้สะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา แห่งที่ 1 จนเป็นแหล่งก่ออาชญากรรม มีคนร้ายมาอาศัยอยู่ จึงอยากให้คิดการณ์ไกล เพื่อลูกหลานในอนาคต ซึ่งแค่ปัจจุบันก็มีเหตุโจรกรรมทรัพย์สินตามบ้านเรือนเกิดขึ้นต่อเนื่อง จึงอยากให้มีการย้ายท่าทรายออกจากหมู่บ้าน


ด้านนางสาวจุฑาทิพย์ สีเทียน เจ้าของกิจการท่าทรายกวีลีลา กล่าวว่าที่ผ่านมาตนก็พยายามแก้ไขปัญหามาอย่างต่อเนื่อง ทั้งเรื่องฝุ่นจะมีรถน้ำ รดน้ำ ทั้ง 3 เวลา มีการกั้นสแลนอยู่แล้ว แต่บางทีมีลมพัดทำให้เสียหายบ้าง แต่ก็จะให้ลูกน้องมาทำใหม่ มีการปรับกองทรายให้ต่ำลง เมื่อลมพัดมาทรายจะได้ไม่ปลิวฟุ้งกระจาย ส่วนกรณีน้ำบ่อบาดาลแห้งนั้น เคยมีเจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบแล้ว ตนคิดว่าน้ำแห้งไม่ใช่เฉพาะพื้นที่นี้ เพราะก็แห้งทุกพื้นที่ ในอำเภอแม่สอด และที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบ ก็พบว่าน่าจะไม่เกี่ยว เพราะเมื่อมีการดูดทรายน้ำก็มีการไหลกลับคืน เนื่องจากเราเอาเฉพาะทราย ส่วนกรณีที่ชาวบ้านจะให้หยุดกิจการเลยนั้น ก็คงต้องใช้เวลาระยะยาว เนื่องจากท่าทรายแห่งนี้เปิดกิจการมาร่วม 20 ปี ที่ผ่านมา เราก็ต้องมีการจัดซื้อพื้นที่ เช่าพื้นที่

“หากจะให้ย้ายกิจการก็คงต้องใช้เงินอีกจำนวนมาก เพราะปัจจุบันราคาที่ดินในพื้นที่อำเภอแม่สอด มีราคาที่สูง กิจการท่าทรายก็ไม่ได้ขายดีเหมือนก่อน จำนวนท่าทรายปัจจุบันในพื้นที่ชายแดน มีเป็นจำนวนมาก ส่วนกรณีทรายที่ไหลทับถมในช่วงน้ำหลาก จนทำให้ทำการเกษตรไม่ได้นั้น ที่ผ่านมาตนก็มีการให้ลูกน้อง นำเครื่องจักรไปปรับพื้นที่ให้ แต่หลังเจ้าของที่ดินไม่ให้เข้าไปดำเนินการ แต่ทั้งนี้ปัจจุบัน ท่าทรายไม่ได้มีการดูดทรายมาร่วมปีกว่าแล้ว”นางสาวจุฑาทิพย์ กล่าว


ด้านนายวรานนท์ ยิ้มมงคล รองผู้ว่าราชการจังหวัดตาก กล่าวว่าสำหรับปัญหาดังกล่าว ทางจังหวัดตากได้เรียกคณะอนุกรรมการพิจารณาอนุญาตให้ดูดทรายประจำจังหวัดตาก ลงพื้นที่ตรวจสอบ ข้อเท็จจริง ตามที่ชาวบ้านมีการร้องเรียน ส่งเรื่องถึงศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด ทั้ง7 ประเด็น คือเรื่องเสียงดัง ปัญหาฝุ่นละออง ตลิ่งพัง ถนนชำรุดเสียหาย พื้นที่เกษตรกรรมได้รับผลกระทบ ถูกทรายท่วมทำการเกษตรไม่ได้ แม่น้ำเมยเปลี่ยนทิศทาง และโบราณสถานคอกช้างเผือกได้รับผลกระทบ โดยให้แกนนำชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบ พาชี้จุดเข้าตรวจสอบ บางเรื่องก็จะต้องมีการสอบถามประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน เช่นเรื่องเสียงดัง ฝุ่นละออง โดยมอบหมายให้องค์การบริหารส่วนตำบลท่าสายลวด ร่วมกับอำเภอแม่สอด ลงพื้นที่สอบถามประชาชนที่ได้รับผลกระทบ โดยอาจจะใช้เครื่องมือมาตรวจวัด เป็นหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ รวมทั้งพื้นที่ทางการเกษตร ก็จะมีการตรวจสอบข้อมูลสภาพพื้นที่ ย้อนหลัง ผ่านทางดาวเทียม

นายวรานนท์ กล่าวอีกว่า หากได้ข้อมูลต่างๆแล้วก็จะทำการประชุมพิจารณาของคณะอนุกรรมการ โดยระหว่างนี้ ท่าทรายก็ไม่ได้มีการเปิดกิจการใดๆ เนื่องจากอยู่ในระหว่างการขอต่อใบอนุญาตใหม่ เนื่องจากใบอนุญาตเก่าหมดอายุ ทางจังหวัดก็ได้มีการสั่งระงับการดำเนินการทุกอย่างเอาไว้ หลังจากที่ได้ขอยุติแล้วก็จะมาแจ้งให้กับพี่น้องประชาชนได้รับทราบ โดยจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย และดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

ภาพ-ข่าว/ไพฑูรย์ สุขแว่น