3286d277a47174fd869a17d3572133d8.jpg 6a8d6f25fc13531e806da9ccd13c7de5.jpg

เชียงใหม่ คู่สัญญาสนามกอล์ฟกองบิน 41 นำแคดดี้แถลงสื่อยันไม่ยอมถอย

94
d5b7d5cb8976588e9c25d6577b0f6a4f.jpg e78104119c584157f2b37c10945a79d5.jpg

เชียงใหม่ คู่สัญญาสนามกอล์ฟกองบิน 41 นำแคดดี้แถลงสื่อยันไม่ยอมถอย

วันที่ 31 ก.ค. 63 ที่สนามกอล์ฟพิมานทิพย์ หรือ สนามกอล์ฟสตาร์โดม อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ดร.พรรณวิภา กฤษฎาพงษ์ ผู้บริหารสนามกอล์ฟสตาร์โดม พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายงานทั่วไป ได้จัดให้มีการประชุมพนักงานขึ้น และเตรียมการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน ก่อนที่จะมีการแถลงข่าว เจ้าหน้าที่ทหารได้เข้ามายุติห้ามมีการแถลงข่าว พร้อมกันนี้ได้เชิญนักข่าวออกนอกพื้นที่ และขอร้องให้ผู้บริหารสนามกอล์ฟดังกล่าว ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวด้านนอกพื้นที่ของกองบิน 41


ดร.พรรณวิภา กฤษฎาพงษ์ ผู้บริหารสนามกอล์ฟสตาร์โดม กล่าวว่า สืบเนื่องจากทางกองบิน 41 ในนามของกองทัพอากาศ เจ้าของพื้นที่สนามกอล์ฟพิมานทิพย์ (สตาร์โดม) อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ได้ขึ้นป้ายประกาศแจ้งเจ้าของผู้รับสัมปทานบริหารสนามกอล์ฟฯ คือ คู่สัญญาเช่าพื้นที่ให้ยุติกิจการ และขอให้ออกจากพื้นที่ภายในวันนี้

โดยมีข้อความระบุว่า กองบิน 41 แจ้งยุติกิจการและออกพื้นที่ ตามที่ทางกองบิน 41 ได้อนุญาตให้ “บริษัท เดอะ สตาร์โดมจำกัด” ใช้ประโยชน์ในพื้นที่ของกองบิน 41 และสัญญาอนุญาตได้สิ้นสุดลงแล้วเมื่อ 30 เมษายน 2563 นั้น บัดนี้ ได้สิ้นสุดระยะเวลาตามที่ทางกองบิน 41 ได้อนุโลมในการใช้ประโยชน์ในพื้นที่แล้ว กองบิน 41 ขอแจ้งให้ทราบโดยทั่วกันว่า การให้บริการสนามฝึกช้อมกอล์ฟในนาม “เดอะ สตาร์โดม และสนามฝึกซ้อมกอล์ฟพิมานทิพย์” จะสิ้นสุดลงอย่างเป็นทางการใน 31 กรกฎาคม 2563 นี้ และกองบิน 41 จะปิดพื้นที่อย่างไม่มีกำหนด ตั้งแต่ 1 สิงหาคม 2563 เป็นต้นไป

กองบิน 41 สงวนสิทธิ์ไม่มีความเกี่ยวข้องกับการดำเนินการหรือสิทธิประโยชน์ใด ๆ ระหว่างผู้ประกอบการ พนักงาน ลูกจ้างหรือลูกค้าที่มีต่อ “เดอะ สตาร์โดม และสนามฝึกข้อมกอล์ฟพิมานทิพย์” ทั้งสิ้น จึงแจ้งให้ทราบโดยทั่วกัน

ภายหลังจากมีประกาศดังกล่าว ได้สร้างความสับสนให้กับหลายฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ทั้งผู้บริหารสนามกอล์ฟ พนักงาน ลูกจ้าง และลูกค้านักกอล์ฟอย่างมาก โดยเฉพาะพนักงานบางคนที่ทำงานมานาน และมีความผูกพันกับบริษัท ถึงกับร้องไห้ออกมาอย่างน่าสงสาร โดยยังไม่ทราบชะตากรรมว่าจะตกงานหรือไม่

ต่อมา ดร.พรรณวิภา กฤษฎาพงษ์ ทางผู้บริหารสนามกอล์ฟฯ เปิดการแถลงชี้แจงกรณีดังกล่าวบริเวณภายในสนามกอล์ฟสตาร์โดมฯ มีผู้บริหาร พนักงาน ลูกจ้าง ร่วมประชุม โดยเป็นที่น่าสังเกตว่ามีสื่อมวลชนมาร่วมสังเกตการณ์เป็นจำนวนมาก ต่อมามีเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ทหาร ร้อย.สห.บน.41 จำนวนกว่า 20 นาย มาสังเกตการณ์ และไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าร่วมรับฟัง และไม่อนุญาตให้มีการแถลงข่าวใด ๆ อ้างว่าเป็นพื้นที่รับผิดชอบของทหารอากาศ เป็นพื้นที่หวงห้าม หากจะแถลงต้องทำเรื่องขออนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรก่อน โดยเหตุการณ์เป็นไปด้วยความเรียบร้อย

จากนั้น ดร.พรรณิภาฯ ได้นำคณะผู้บริหาร พร้อมพนักงาน และผู้เกี่ยวข้อง รวมทั้งแคดดี้กว่า 300 ชีวิต เข้ากราบสักการะศาลพระภูมิภายในสนามกอล์ฟ เพื่อความเป็นสิริมงคล ก่อนพากันเดินออกจากพื้นที่นอกประตูสนามกอล์ฟ เพื่อให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชน

ดร.พรรณวิภา กล่าวว่า บริษัทสตาร์โดมฯ ได้ชนะการประมูลได้รับสิทธิ์การบริหารสนามกอล์ฟแห่งนี้เป็นเวลา 30 ปี (ปี2550-2580) ก็ได้บริหารเรื่อยมา บริษัทฯ ใช้เงินกว่า 200 กว่าล้านบาท ลงทุนสร้างสนามกอล์ฟขนาดมาตรฐาน 9 หลุม ช่องไดร์ฟกอล์ฟ รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวก ปรับปรุงภูมิทัศน์ต่าง ๆ

“ต่อมาได้รับแจ้งจากทางกองทัพอากาศว่าสัญญาเดิม 30 ปี ยาวนานเกินไป เกรงจะมีข้อจำกัดต่าง ๆ จึงขอให้ต่อสัญญาทุก ๆ 3 ปี และทุกสัญญาจะขอปรับเพิ่มค่าเช่าขึ้น 5% เรายอมรับทำตามเรื่อยมา สัญญาล่าสุดต่อปี 60-63 ครบกำหนดแล้ว ได้รับแจ้งมาอีกว่าขอปรับเปลี่ยนรายละเอียดสัญญาเช่าใหม่ โดยขอปรับค่าเช่าขึ้น 500% และระบุว่าเนื้อหาในสัญญาจะถูกปรับแก้เมื่อไหร่ก็ได้ รวมถึงพื้นที่เช่าส่วนไหนจะถูกตัดปรับแก้อย่างไรเป็นอำนาจของกองทัพอากาศด้วย ตรงนี้เราจะรับได้อย่างไร

“ภายหลังสถานการณ์โควิด-19 ผลประกอบการรายได้เราลดลงอย่างมาก อยู่กันอย่างยากลำบาก อย่างที่ทราบกันดีว่ามีผลกระทบกับบุคคลทั่วไปเป็นบริเวณกว้าง เราได้เข้าไปเจรจากับคู่สัญญาฯ เพื่อขอความเห็นใจ การเจรจาก็ไม่เป็นผล แถมทางคู่สัญญายังได้แจ้งอีกว่าจะเปิดประมูลให้เอกชนรายใหม่เข้ามาบริหาร โดยเปิดโอกาสให้สตาร์โดมมีสิทธิ์ร่วมการประมูลสัมปทานครั้งใหม่ ทั้งที่เรามีสัญญายาวถึงปี 2580 ตรงนี้หมายความว่าอย่างไร”ดร.พรรรวิภา กล่าว

ดร.พรรวิภา กล่าวอีกว่า เราต้องยอมรับอย่างนั้นหรือ พนักงานเรา 300 ชีวิต จะอยู่ยังไร เราเป็นเอกชนไม่อยากจะมีเรื่องกับส่วนราชการอยู่แล้ว โดยเฉพาะทหารใคร ๆ ก็รู้ดี เราไม่อยากถูกรังแก จึงอยากขอความเห็นใจ ขอยืนยันว่าเราจะไม่ไปไหน จะเปิดให้บริการตามปกติ เพราะเรามีสิทธิ์โดยชอบธรรมตามสัญญา และขอให้พนักงานทุกคนมั่นใจและตั้งหน้าตั้งตาทำงานต่อไปจนกว่าจะหมดสัญญาปี 2580 ซึ่งจะต่อสู้จนถึงที่สุด