พิษณุโลก ฟ้องยกกะบิ ผู้ว่าฯ- กรรมการกลุ่มจังหวัด ป้องงบสร้างโรงงานมะม่วง 150 ลบ.

1728

พิษณุโลก ฟ้องยกกะบิ ผู้ว่าฯ- กรรมการกลุ่มจังหวัด ป้องงบสร้างโรงงานมะม่วง 150 ลบ.

วันที่ 13 กรกฎาคม 2563 ที่ศาลปกครองพิษณุโลก นางสาวศิลาพร สิงหลักษณ์ ประธานเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนศูนย์พัฒนาผลไม้สดและแปรรูปเพื่อการส่งออก อยู่บ้านเลขที่ 138 / 1 หมู่ที่ 3 ตำบล บางกระทุ่ม อำเภอ บางกระทุ่ม จังหวัดพิษณุโลก ร่วมกับกลุ่มเกษตรกร ฟ้องเพิ่มเติม คณะกรรมการบริหารงานกลุ่มจังหวัดแบบบูรณาการ (ก.บ.ก) กลุ่มภาคเหนือตอนล่าง 1 รายละเอียดของการกระทำ ข้อเท็จจริง หรือพฤติการณ์เกี่ยวกับการกระทำเป็นเหตุให้เกิดความเดือดร้อนเสียหาย โครงการส่งเสริมและพัฒนาสินค้าเกษตรปลอดภัย แปรรูปและการตลาด งบประมาณ 150 ล้านบาท

คณะกรรมการบริหารงานกลุ่มจังหวัดแบบบูรณาการ (ก.บ.ก.) ประกอบด้วย 1.นายพิพัฒน์ เอกภาพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก และหัวหน้ากลุ่มจังหวัดพิษณุโลก 2.รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก (กรรมการและเลขานุการ) 3.หัวหน้าสำนักงานจังหวัดพิษณุโลก 4.พาณิชย์จังหวัดพิษณุโลก 5.เกษตรและสหกรณ์จังหวัดพิษณุโลก 6.นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก 7.นายกเทศมนตรีนครพิษณุโลก 8.นายกองค์การบริหารส่วนตำบลวังน้ำคู้ จังหวัดพิษณุโลก 9.นางชุตินันท์ เครือสุข ผู้แทนภาคประชาสังคม จังหวัดพิษณุโลก 10.,ร้อยเอกอุบล พุทธรักษ์ ผู้แทนภาคประชาสังคม จังหวัดพิษณุโลก 11.ประธานหอการค้ากลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 1 12.ประธานสภาอุตสาหกรรมกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 1

ก่อนหน้านี้ นางสาวศิลาพร สิงหลักษณ์ กัยพวก ได้เคยยื่นฟ้อง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา และผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก กับพวกรวม 4 ราย เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2563 เพื่อขอให้ 1)ขอให้เพิกถอนมติของคณะกรรมการบริหารมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา วาระพิเศษ ครั้งที่ 3/2563 เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2563 มติในที่ประชุมเป็นเอกฉันท์ไม่ประสงค์ที่จะดำเนินโครงการส่งเสริมและพัฒนาสินค้าเกษตรปลอดภัย แปรรูปและการตลาด งบประมาณ 150 ล้านบาท

นายบุญส่ง สีสะท้าน ประธานวิสาหกิจชุมชนตำบลพันชาลี อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก กล่าวว่า พื้นที่การปลูกทั้งพิษณุโลกพิจิตรไม่ต่ำกว่า 2 แสนไร่ ผู้ปลูกมะม่วงทุกสวน เมื่อส่งออกมะม่วงแต่ละครั้ง จะต้องนำไปผ่านการอบไอน้ำฆ่าแมลงวันทองเสียก่อน เพื่อป้องกันการระบาดในประเทศรับซื้อผลผลิต อย่างเช่น เกาหลีหรือญี่ปุ่น ทำให้เจ้าของสวนจะต้องแบกรับภาระหรือมีต้นทุนเฉลี่ยกิโลกรัมละ 7 บาท โดยส่งไปอบไอน้ำที่ จ.เชียงใหม่ ชลบุรี นครปฐมฯลฯ หากมีโรงงานตั้งอยู่ที่จังหวัดพิษณุโลก เกษตรกรผู้ปลูกมะม่วงก็มีโอกาสรอด หากรัฐส่งเสริมและสนับสนุน

นายสมชาย คะเชนทรภักดี ประธานวิสาหกิจชุมชนตำบลหินลาด อำเภอวัดโบสถ์ จังหวัดพิษณุโลก กล่าวว่า อนาคตมะม่วงส่งออกที่พิษณุโลกและพิจิตรจะสดใสกว่านี้ หากมีโรงอบไอน้ำ ห้วงเหตุการณ์โควิค-19 ที่ผ่านมา สินค้ามะม่วงของกลุ่มฯ เสียหายไป 100 กว่าตัน เนื่องจากไม่สามารถส่งมะม่วงไปโรงอบไอน้ำได้ทันเวลา เนื่องจากโรงอบไอน้ำที่ จ.จันทบุรีเต็ม ฉะนั้นหากมีโรงอบไอน้ำแปรรูปมีอยู่ที่พิษณุโลก เกษตรกรผู้ปลูกมะม่วงซึ่งอยู่ในชะตากรรมเดียวกันก็รอดหมด ทั้งนี้ต้องยอมรับว่า การที่ส่งออกมะม่วงไปต่างประเทศ จะต้องผ่านขั้นตอนการฆ่าเชื้อ”แมลงวันทอง”ก่อน เพราะผู้รับซื้อในต่างประเทศโดยเฉพาะประเทศเกาหลี จะไม่ยอม จะต้องผ่านการฆ่าเชื้อก่อน 2-3 ปีที่ผ่านมา เคยส่งออกมะม่วงสร้างรายได้สูงสุด 75 บาทต่อกิโลเมตร ปีนี้เหลือเพียง 25 บาทต่อกิโลกรับ ส่วนราคาขายส่งในประเทศ 40 บาทต่อกิโลกรัม ปัจจุบันเหลือ 7 บาทต่อกิโลกรัม

นางสาวศิลาพร สิงหลักษณ์ ประธานเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนศูนย์พัฒนาผลไม้สดและแปรรูปเพื่อการส่งออก เปิดเผยว่า มีสมาชิกแต่กลุ่มในเครือข่ายประมาณ 3,000 คน รอคอยโครงการก่อสร้างอาคารส่งเสริมและพัฒนาสินค้าเกษตรแปรรูป ตั้งที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนามูลค่า 150 ล้านบาทหลายปีแล้ว ถึงวันนี้เกษตรกรผู้ปลูกมะม่วงไม่อยากเสียโอกาส เนื่องจากทราบว่า คณะกรรมการบริหารงานกลุ่มจังหวัดแบบบูรณาการ (ก.บ.ก.) ซึ่งมีผู้ว่าฯเป็นประธานฯนั้น ได้มีมติเปลี่ยนแปลงและจะนำงบประมาณไปทำโครงการอื่น จึงต้องมาฟ้องศาลปกครองในวันนี้อีกรอบ เนื่องจากคณะกรรมการดังกล่าว มีภาคเอกชนร่วมกับภาคราชการลงมติกระจายงบประมาณ 150 ล้านบาทไปใช้โครงการอื่นๆ ซึ่งทางกลุ่มเกษตรผู้ปลูกมะม่วงไม่เห็นด้วย