3286d277a47174fd869a17d3572133d8.jpg 6a8d6f25fc13531e806da9ccd13c7de5.jpg

เรื่องเล่าจากป่าลึก นาทีระทึกปฏิบัติการช่วยเหลือ 7 ชีวิต 7 วัน(คลิป)

479
d5b7d5cb8976588e9c25d6577b0f6a4f.jpg e78104119c584157f2b37c10945a79d5.jpg

เรื่องเล่าจากป่าลึก นาทีระทึกปฏิบัติการช่วยเหลือ 7 ชีวิต 7 วัน (คลิป)

 

การค้นหาและให้ความช่วยเหลือคนหลงป่า 4 คน พร้อมสุนัข 3 ชีวิต หลังจากเข้าไปหาของป่าบนเทือกเขาขมิ้นในเขตอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง ท้องที่บ้านป่ามะกรูด หมู่ที่ 11 ตำบลวังนกแอ่น อำเภอวังทองจังหวัดพิษณุโลก ตั้งแต่วันที่ 12 พฤษภาคม ที่ผ่านมา

ทำให้ทุกฝ่ายระดมสรรพกำลังค้นหาอย่างต่อเนื่อง พลเรือน ตำรวจ ทหาร อส. หน่วยกู้ภัย กู้ชีพ เจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ -อุทยานฯ ทั้งภาคพื้นดินและอากาศ โดยได้รับการสนุนเฮลิคอปเตอร์ จำนวน 3 ลำ จากกองทัพภาคที่ 3 ฮ.แบบ 212 กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 31 และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

จนกระทั่งในบ่ายวันที่ 17 พฤษภาคม ทหารพลร่ม ชุดปฏิบัติการจิตวิทยากองร้อยปฏิบัติการจิตวิทยา หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ และกองพันรบพิเศษที่ 2 กรมรบพิเศษที่ 4 ค่ายสฤษดิ์เสนา อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก โดยใช้เครื่องขยายเสียงผ่านลำโพง เฮลิคอปเตอร์ กองทัพภาคที่ 3 พบกลุ่มควันแสดงสัญญาณ พบเห็นเด็กชายอายุ 14 ถอดเสื้อโบกมือ จึงโยนน้ำดื่มลงไปให้ในพื้นที่บริเวณลำน้ำน้อยห่างจากหมู่บ้านประมาณ 10 กิโลเมตร ขอให้ก่อกองไฟเข้าไว้อยู่ประจำจุด จากนั้นได้บินกลับมายังสนามบินชั่วคราวลานมันบ้านป่ามะกรูด เพื่อแจ้งให้ทุกคนที่รอคอยความหวังให้ทราบและมีเสียงโห่ร้องแสดงความยินดีกึกก้อง

ต่อมาในวันเดียวกัน กองพันรบพิเศษที่ 2 กรมรบพิเศษที่ 4 จึงโรยตัวลงไปพร้อมสะเบียงอาหารและน้ำดื่ม และนอนพักค้างคืน ซึ่งต้องแผ้วถางป่าสร้างสนาม ฮ.ชั่วคราว เพื่อรอรับทั้งหมดกลับสู่อ้อมอกครอบครัว

วันที่ 18 พฤษภาคม 2563 ที่ลานจอดเฮลิคอปเตอร์ชั่วคราว บ้านป่ามะกรูด ต.วังนกแอ่น อ.วังทอง จ.พิษณุโลก ซึ่งเป็นสถานที่จัดตั้งกองอำนวยการค้นหาผู้พลัดหลงป่า ได้เริ่มปฏิบัติการเตรียมพร้อมที่จะลำเลียงผู้หลงป่า 4 ราย และสุนัข 3 ตัว นำส่งโรงพยาบาลวังทอง โดยใช้เฮลิคอปเตอร์ทหาร จำนวน 2 ลำ ขึ้นบินจากลานจอดเฮลิคอปเตอร์ชั่วคราว มุ่งจุดนัดพบบนอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง โดยมีรถพยาบาลจำนวน 4 คัน จากโรงพยาบาลวังทอง และโรงพยาบาลพิษณุเวช จอดเตรียมพร้อม รอรับผู้สูญหายทั้งหมดส่งโรงพยาบาลวังทอง

 

หลังจากเฮลิคอปเตอร์ของกองทัพภาคที่ 3 จำนวน 2 ลำ ได้ทะยานตัวขึ้นจากลานจอดชั่วคราว โดยมี พล.ต.ทวีศักดิ์ วงศ์ทวีทรัพย์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 39 ร่วมเดินทางไปอำนวยการจุดพบผู้สูญหายด้วยตนเอง เพื่อสั่งการให้การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่แต่ละฝ่ายดำเนินอย่างมีประสิทธิภาพ

กระทั่งเวลาผ่านไปประมาณ 10-15 นาที เฮลิคอปเตอร์ของกองทัพภาคที่ 3 ทั้ง 2 ลำ ได้บินกลับยังลานจอดชั่วคราว เพื่อนำตัวผู้สูญหายมาส่งให้กับเจ้าหน้าที่ประจำรถพยาบาลแต่ละคันที่จอดรออยู่ หลังจากเฮลิคอปเตอร์แตะลานจอด เจ้าหน้าที่ได้นำสุนัขตัวแรกลงมาก่อนใคร ทหารจะทยอยนำผู้สูญหายลงจาก ฮ. ทั้งหมด พร้อมกับสุนัขครบ 3 ตัว

ทั้งนี้ นายบุญเหลือ บารมี นายอำเภอวังทอง ได้นำญาติเดินเข้าไปที่เฮลิคอปเตอร์ เพื่อให้ญาติได้พบปะผู้สูญหายในเวลานั้น ซึ่งมีบางคนที่ใส่สายน้ำเกลืออยู่ตลอดเวลา ก่อนจะนำตัวเจ้าหน้าที่ได้ให้ผู้สูญหายทั้งหมดนอนเปล พร้อมนำขึ้นรถพยาบาลแต่ละคัน ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ประจำอยู่ออกเดินทางมุ่งหน้าที่ไปที่โรงพยาบาลวังทอง ทันที

ส่วนสุนัข 3 ตัว คือ เจ้าปีเตอร์ เจ้ามอม และเจ้าหมี ทางเจ้าหน้าที่ได้ให้น้ำกินด้วยความหิวกระหาย ก่อนจะให้ญาติพาตัวกลับบ้านพักในหมู่บ้านป่ามะกรูด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่อยู่บนเฮลิคอปเตอร์ ผู้หลงป่า 4 ราย แม้ว่าสภาพร่างกายจะอ่อนล้า จากการหลงป่ามาตั้งแต่ 12 พฤษภาคม แต่ยังสามารถยิ้มแย้มอย่างปริ่มสุข เมื่อขึ้นมาพร้อมกันบนเฮลิคอปเตอร์ นายวิโรจน์ ชัยชนะอายุ 45 ปี นางแดง ชัยชนะอายุ 45 ปี นางทองรัตน์ กัญยาประสิทธิ์ อายุ46 ปี และเด็กชายปัญญา น้อยอินทร์ อายุ14 ปี ชาวบ้านหมู่ 11 บ้านป่ามะกรูด ต.วังนกแอ่น อ.วังทอง จ.พิษณุโลก พร้อมสุนัขอีก 3 ตัว คือเจ้าปีเตอร์ สีดำปนขาว เพศผู้ อายุ 3 ปี เจ้ามอม สีน้ำตาล เพศเมีย อายุ 4 ปี และเจ้าหมี สีดำ เพศผู้ อายุ 2 ปี ได้ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ มาพร้อมกับพลตรีทวีศักดิ์ วงศ์ทวีทรัพย์ ผบ.มณฑลทหารบกที่ 39
และได้สอบถามขณะอยู่บนเฮลิคอปเตอร์ สาเหตุการหลงป่าครั้งนี้ “เพราะมีฝนตก 2 วัน 2 คืน จึงต้องหลบใต้ต้นไม้ ทำให้หาทางกลับไม่ถูก ช่วงที่หลงทางอยู่ในป่าได้อาศัยกินผลไม้ กินลูกมะไฟ ผลไม้ป่า นอนกับพื้นกับดิน หาดื่มน้ำในลำห้วย มีไฟแช็ค 1 ตัว และนางแดง เป็นคนจุดไฟ เพื่อให้สัญญาณ รู้สึกดีใจมากที่ได้กลับบ้านสักที”

ทันทีที่ขบวนรถฉุกเฉินทั้ง 4 คันของผู้พลัดหลงป่า เดินทางถึง โรงพยาบาลวังทอง อ.วังทอง จ.พิษณุโลก เจ้าหน้าที่ได้ทำการเคลื่อนย้ายทั้ง 4 ราย โดยรายแรกคือนางแดง ชัยชนะ อายุ 45 ปี นางทองรัตน์ กันยาประสิทธิ์ อายุ 47 ปี ด.ช.ปัญญา น้อยอินทร์ อายุ 14 ปี และนายวิโรจน์ ชัยชนะอายุ 44 ปี ซึ่งทั้ง 4 รายอยู่ในสภาพอ่อนแรง ร่างกายซูบผอม แต่ทุกคนมีสติดี


วินาทีที่นางสาวเจนจิรา ชัยชนะ อายุ 22 ปี ได้พบผู้เป็นพ่อ คือนายฯวิโรจน์ ชัยชนะ ทั้งสองได้สวมกอดกันทั้งน้ำตาด้วยความดีใจก่อนที่ผู้เป็นพ่อจะถูกเจ้าหน้าที่นำตัวเข้าห้องฉุกเฉินเพื่อตรวจสภาพร่างกาย

นางสาวเจนจิรา ชัยชนะ อายุ 22 ปี บุตรของนายวิโรจน์ ได้กล่าวว่าทั้งน้ำตาว่า วินาทีที่ทราบข่าวว่าพบทั้ง 7 ชีวิตแล้ว รู้สึกดีใจมาก มันเป็นวันที่รอคอยมาตลอดเกือบ 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา ดีใจมากๆ จนพูดไม่ออก อยากขอบคุณทุกหน่วยงาน ขอบคุณชาวบ้านใกล้เคียงทุกคนที่มาช่วยเหลือ

ขอบคุณทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องถ้าไม่ได้ทุกคน ก็อาจจะไม่มีวันนี้ก็ได้ หลังจากนี้ถ้าทุกคนสุขภาพแข็งแรงได้ออกจากโรงพยาบาลเมื่อไหร่ ก็จะทำการแก้บนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ได้บนบานศาลกล่าวไว้ทุกที่ และอยากจะฝากถึงคนที่มีอาชีพเก็บของป่า อยากจะบอกว่าอาชีพนี้เป็นอาชีพที่เสี่ยง เพราะเพียงนิดเดียวก็อาจจะหลงได้ ถ้าเป็นไปได้ไม่อยากให้ใครเป็นเหมือนครอบครัวตัวเอง

ด้านนายแพทย์จักริน สมบูรณ์จันทร์ ผอ.รพ.วังทอง กล่าวว่า จากการประเมินอาการเบื้องต้นทั้ง 4 รายมีอาการปกติ แต่อาจจะมีอ่อนเพลีย ไม่มีแรง จากการขาดอาหาร น้ำ และเกลือแร่ แต่อย่างไรก็ตามทางทีมแพทย์ได้ทำการตรวจเลือดจากห้องปฏิบัติการ อีกครั้งเพื่อดูเรื่องการติดเชื้อ หรือเกลือแร่ในร่างกายว่าอยู่ในระดับไหน น่าจะใช้เวลาประมาณ 1-2 ชั่วโมง จึงจะทราบผล ระหว่างนี้จะให้คนไข้ทั้ง 4 ราย แอดมิดอยู่ในโรงพยาบาลวังทองก่อน เพื่อติดตามอาการอย่างใกล้ชิด

“เราไม่ทิ้งกัน” คือ อีกหนึ่งในสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ทุกฝ่ายทุกภาคส่วนเร่งรีบช่วยเหลือลงพื้นที่ แม้ไม่ใช่ญาติ พี่ น้อง วงศ์วานว่านเครือ รวมคนไทยทั้งประเทศส่งกำลังใจเฝ้ารอคอย ด้วยความหวัง ความเมตตา ความเอื้ออาทร ความเสียสละ นี่เป็นความงดงามทางด้านจิตใจ

“ธาตุแท้ของคนไทย ไม่เหมือนใครในโลก”

การเวก /รายงาน