3286d277a47174fd869a17d3572133d8.jpg 6a8d6f25fc13531e806da9ccd13c7de5.jpg

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี พระราชทาน “ห้องตรวจหาเชื้อ”รพ.พุทธชินราช

321
d5b7d5cb8976588e9c25d6577b0f6a4f.jpg e78104119c584157f2b37c10945a79d5.jpg

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี พระราชทาน “ห้องตรวจหาเชื้อ”รพ.พุทธชินราช

วันที่ 17 พฤษภาคม 2563 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทาน “ห้องตรวจหาเชื้อ”Modular Swab Unit) แก่โรงพยาบาลพุทธชินราชจังหวัดพิษณุโลก ซึ่งเป็นหนึ่งใน “โครงการเครื่องช่วยหายใจและเครื่องมือแพทย์พระราชทาน” เพื่อรองรับสถานการณ์การระบาดของเชื้อโควิด-19 โดยพระราชทานพระราชทรัพย์ให้เอสซีจี (SCG) ดำเนินการก่อสร้างโรงพยาบาลต่างๆ 20 แห่งทั่วประเทศ โดยโรงพยาบาลพุทธชินราช นับว่าเป็นโรงพยาบาลศูนย์ ของภาคเหนือตอนล่างที่มีผู้ป่วยในพื้นที่และจังหวัดใกล้เคียงมาใช้บริการเป็นจำนวนมากเฉลี่ยวันละ 3,000 คน

โดยมีนายพิพัฒน์ เอกภาพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก นายสมชายเพชรอำไพ รักษาการในตำแหน่งรักษาการในตำแหน่งนักวิชาการสาธารณสุขเชี่ยวชาญ สาธารณสุขจังหวัดพิษณุโลกนายแพทย์สุชาติ พรเจริญพงศ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพุทธชินราช คณะผู้บริหารโรงพยาบาลพุทธชินราชพิษณุโลก พร้อมด้วยนายบรรณ เกษมทรัพย์ ในธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง SCG ร่วมพิธี

ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลกกล่าวว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีทรงมีพระเมตตาต่อจังหวัดพิษณุโลก บุคลากรทางการแพทย์ทุกคนของโรงพยาบาลพุทธชินราช อย่างหาที่สุดไม่ได้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าพระราชทานห้องตรวจหาเชื้อ เพื่อรับสถานการณ์ การแพร่ระบาดของเชื้อสุขุมวิท 19 โดยพระราชทานพระราชทรัพย์ให้ SCG ดำเนินการก่อสร้างให้แก่โรงพยาบาลต่างๆรวม 20 แห่งทั่วประเทศ รวมถึงโรงพยาบาลพุทธชินราช บุคลากรทางการแพทย์ทุกคนของโรงพยาบาล พระพุทธชินราช และประชาชนทุกคน รู้สึกซาบซึ้งและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพุทธชินราช พิษณุโลก กล่าวว่า โรงพยาบาลพุทธชินราชพิษณุโลกได้รับพระราชทานห้องตรวจหาเชื้อในครั้งนี้ รู้สึกปลื้มปิติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดไม่ได้มีการเพิ่มขวัญและกำลังใจต่อบุคลากรทางการแพทย์และเป็นประโยชน์ต่อประชาชนทั่วไป ที่มาใช้บริการ การตรวจหาเชื้อจากผู้ป่วยเป็นจุดที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อของบุคลากรทางการแพทย์ ดังนั้น ถ้ามีห้องตรวจหาเชื้อจะช่วยลดอัตราเสี่ยงจากการติดเชื้อและให้ความปลอดภัยต่อบุคลากรทางการแพทย์ผู้ปฏิบัติงานได้เป็นอย่างดี ทำให้การรักษาพยาบาลประชาชนชาวไทยเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับภายในห้องตรวจผู้ที่มีความเสี่ยงติดเชื้อติดโควิด19 ได้ออกแบบให้มีระบบ Smart lndoor Air Quality(IAQ Smart) ที่ช่วยควบคุมแรงดันและการหมุนเวียนของอากาศให้สะอาด ปลอดภัย และระบบการป้องกันอากาศรั่วไหล(Air Tightness) ที่ทำให้ห้องปิดสนิท ป้องกันอากาศเข้าออกตัวอาคาร ทำให้ในตัวการสามารถควบคุมแรงดันอากาศได้เป็นอย่างดี โดยทีมแพทย์จะอยู่ในห้องความดันบวก ที่ไม่มีอากาศเสียจากภายนอกเข้าไป อากาศภายในจึงบริสุทธิ์ปลอดภัย ส่วนผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงติดเชื้อจะอยู่ในห้องความดันลบ และมีระบบดูดอากาศเสียออกไปกำจัดอย่างต่อเนื่อง จึงป้องกันไม่ให้มีอากาศฟุ้งกระจายออกไปภายนอก เพื่อสร้างความมั่นใจในความปลอดภัยให้แก่ทีมแพทย์ ซึ่งการเก็บตัวอย่างจะทำผ่านแผ่นอะคริลิคที่เจาะเป็นช่อง โดยแพทย์สามารถสอดมือผ่านช่องที่มีถุงมือคลุมด้วยพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง เพื่อเก็บตัวอย่าง จึงลดความเสี่ยงในการปนเปื้อนจากผู้ที่เข้ารับการตรวจพร้อมใช้แสง UV เข้มข้นสูงฆ่าเชื้อโรคต่างๆหลังจากการใช้งานในห้องทุกครั้ง

ชนันท์ ช่างเงิน ภาพ/ข่าว