3286d277a47174fd869a17d3572133d8.jpg 6a8d6f25fc13531e806da9ccd13c7de5.jpg

พิษณุโลก ฟ้องศาลปกครอง โยงผู้ว่าฯ-กรมทางหลวง ดันงบสร้างอุโมงค์กลับรถเปลี่ยนจุดไม่สนเสียงค้าน นร.-ปชช.

12183
d5b7d5cb8976588e9c25d6577b0f6a4f.jpg e78104119c584157f2b37c10945a79d5.jpg

พิษณุโลก ฟ้องศาลปกครอง โยงผู้ว่าฯ-กรมทางหลวง ดันงบสร้างอุโมงค์กลับรถเปลี่ยนจุดไม่สนเสียงค้าน นร.-ปชช.


วันที่ 8 พฤษภาคม 2563 เวลา 13.30 น.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ศาลปกครองจังหวัดพิษณุโลก นายศรัทธา เสมามิ่ง ทนายความได้รับมอบอำนาจจากนายวีระเมธ ชามพูนท นายเจริญ เฉลิมวิสุตย์กุล นายวีระพล เตชะสถิตย์กุล นายสุทัศน์ โพธิ์ทอง และนางสาวโสภา วชิรพงศ์ และนำรายชื่อผู้คัดค้านกว่า 400 คน ได้ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองพิษณุโลก ขอฟ้องจังหวัดพิษณุโลก โดย นายพิพัฒน์ เอกภาพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 กรมทางหลวง ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 และแขวงทางหลวงพิษณุโลก ที่ 1 ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3

เพื่อคัดค้านการก่อสร้างอุโมงค์จุดกลับรถ ทางหลวงหมายเลข 126 ตอนควบคุม 0101ตอนถนนวงแหวนรอบเมืองพิษณุโลกด้านทิศเหนือ ที่ กม. 1 + 070 ตำบลท่าทอง อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก โดยงบประมาณกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 1 จำนวน 34,703,000 บาท

โดยมีนายพิพัฒน์ เอกภาพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก เป็นผู้ผลักดันให้เกิดการก่อสร้าง ในฐานะประธานกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 1 โดยมีเหตุผลดำเนินตามแผนงานยุทธศาสตร์ส่งเสริมการพัฒนาจังหวัดแบบบูรณาการ ยกระดับโครงข่ายคมนาคมขนส่งและโลจิสติกส์ ทางหลวงสายหลักเชื่อมโยงการคมนาคมจังหวัดภาคเหนือนตอนล่าง 1
นอกจากนั้นยังประโยชน์กับนักเรียน โรงเรียนพิษณุโลกพิทยาคม (พ พ.)ในการข้ามไป-มา สะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น

นายศรัทธา เสมามิ่ง ทนายความ กล่าวว่า นักเรียน ผู้ปกครอง ครู และเจ้าหน้าที่ โรงเรียนพิษณุโลกพิทยาคม ได้รับความเดือดร้อน จึงเข้าชื่อร้องเรียนกว่า 400 คน และมายื่นฟ้องศาลปกครอง เพื่อให้มีการทบทวนการก่อสร้างอุโมงค์จุดกลับรถ

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2562 แขวงการทางพิษณุโลกที่ 1 ได้เชิญครูนักเรียน เจ้าหน้าที่ โรงเรียนพิษณุโลกพิทยาคม(พ.พ.) ประชาชน และนักธุรกิจย่านบริเวณดังกล่าว ที่หอประชุม โรงเรียนพิษณุโลกพิทยาคม (พ พ.) เสียงส่วนใหญ่ในที่ประชุมออกแบบและสอบถามความคิดเห็นจากประชาชนและนักเรียนในโรงเรียนพิษณุโลกพิทยาคม( พ.พ.)ไปแล้ว อุโมงค์ลอดที่ กม.0+800 นักเรียนล้วนเห็นด้วย เพราะ สามารถขับรถจักรยานยนต์ออกจากโรงเรียนมุดข้ามถนนไปอีกฝั่งทันที และแขวงการทางพิษณุโลกที่ 1 ออกแบบการก่อสร้างแบบที่ 1 ได้มีเผยแพร่โบรชัวร์แจกจ่ายให้สาธารณชนรับทราบไปแล้วอย่างกว้างขวาง

ต่อมาแขวงการทางพิษณุโลกที่ 1 ได้ออกประกาศหนังสือเชิญประชุมร่วมแสดงความคิดเห็นอีกครั้งหนึ่งในวันที่ 24 มีนาคม 2563 ณ หอประชุมโรงเรียนพิษณุโลกพิทยาคม แต่ถูกยกเลิกไปเนื่องจากอยู่ในช่วงการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19

จนกระทั่งวันที่ 29 มีนาคม 2563 เฟซบุ๊กของแขวงการทางพิษณุโลกที่ 1 ได้มีการเผยแพร่ รูปแบบการก่อสร้างอุโมงค์จุดกลับรถแบบที่ 3 อีกครั้งหนึ่ง โดยมีการย้ายจุด จากเดิม ที่ กม 0 + 800 มาที่ กม 1 + 070 ซึ่งเลยจากจุดเดิมหน้าโรงเรียน พ.พ.ที่เคยออกแบบไปอีกประมาณ 270 เมตร โดยไม่ได้มีการประชุมรับฟังความคิดเห็นตามที่เคยกำหนดและยกเลิกไปแต่อย่างใด ที่กำหนดไว้วันที่ 24 มีนาคม ทั่ผ่านมา พร้อมกันนี้ แขวงการทางพิษณุโลกที่ 1 ได้ออกแบบประชาพิจารณ์สอบถามผ่านเฟซบุ๊ก และมีผู้แสดงความคิดเข้ามาเพียง 228 คน และเห็นด้วยกับรูปแบบดังกล่าว 220 คน ไม่เห็น ด้วย 8 คน

รายงานข่าวแจ้งว่า ส่วนใหญ่ ครู นักเรียน เจ้าหน้าที่ และประชาชนทั่วไป ไม่ค่อยทราบว่ามีการประชาพิจารณ์ผ่านเฟซบุ๊ก จึงมีคนเข้าไปแสดงความคิดเห็นเพียง 228 คน เท่านั้น อย่างไรก็ตาม การย้ายจุดสร้างอุโมงค์ไม่ตรงกับหน้าโรงเรียน พ.พ.ตามที่ออกแบบตามเสียงส่วนใหญ่เห็นด้วยตั้งแต่ครั้งแรก ซึ่งจะสร้างความลำบากยุ่งยากในการยูเทิร์น(U-TURN)ตามรูปแบบและรายการก่อสร้าง จะทำให้นักเรียนขับรถกลับไป-มา ก่อนเข้าปากทางโรงเรียนมีระยะทางถึง 560 เมตร ก่อนที่ขับขี่จะเข้าตัวเมือง อีกทั้งใช้ได้เพียงรถจักรยานยนต์ รถเก๋ง รถกระบะ เท่านั้น

ต่อมานักเรียน รร.พ.พ.และประชาชนที่พักอาศัยย่านบริเวณดังกล่าว เข้าชื่อหางว่าวกว่า 400 คน โดยมีแกนนำ คือ นายวีระเมธ ชามพูนท อดีตประธานสภาจังหวัดพิษณุโลกและน้องนายสุชน ชามพูนท อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง อดีต ส.ส.พิษณุโลก หลายสมัย
ยื่นหนังสือคัดค้านการย้ายจุดก่อสร้างอุโมงค์กลับรถต่อ นายพิพัฒน์ เอกภาพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก สำนักงานทางหลวงที่ 5 (พิษณุโลก) สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินที่ 10 (สตง.) พิษณุโลก อธิบดีกรมทางหลวง อธิบดีกรมบัญชีกลาง