qb6pMg.jpg qbVeHE.jpg 494d3cf8fe3ed00ce70b446cba600ef8.jpg

“ไฟป่า”เสียงสะท้อนจากภูผา การแก้ปัญหาที่ต้องนำกลับไปทบทวน

170
d5b7d5cb8976588e9c25d6577b0f6a4f.jpg e78104119c584157f2b37c10945a79d5.jpg

“ไฟป่า”เสียงสะท้อนจากภูผา การแก้ปัญหาที่ต้องนำกลับไปทบทวน

a2f08fba7b612786bb2130a960693c2b.jpg

ผู้ใหญ่บ้าน”โวย”นโยบายดับไฟป่าผิดทาง แนะทางออกสู้ปีหน้าปัญหาไฟป่าในภาคเหนือ กลายเป็นปัญหาใหญ่ที่ส่งผลกระทบหลากหลายด้าน ทั้งวงจรอาหารในธรรมชาติ มลภาวะฝุ่นละอองในอากาศ ความเสื่อมโทรมของธรรมชาติป่าไม้ และตามมาด้วยปัญหาความร้อนของอากาศความแห้งแล้งเพิ่มขึ้นกว่าปกติ เจ้าหน้าที่ป่าไม้ หน่วยต่างๆ ต้องทุ่มกำลังเข้ามาแก้ปัญหาร่วมกับฝ่ายปกกครองในแต่ละจังหวัด รัฐบาลมีคำสั่งเฉียบขาดเพิ่มบทลงโทษถึงจำคุกและปรับในอัตราสูง

แต่ทว่า ฤดูกาลห้ามเผาขณะนี้จนถึงเดือนพฤษภาคม พบว่า การแก้ปัญหาไฟป่าในแต่ละจังหวัดของภาคเหนือ ผลสรุปคือไม่ได้ผลแม้ว่าจะมีคำสั่ง การบังคับใช้กฎหมายที่รุนแรงก็ตาม เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องต้องทำงานอย่างหนัก ออกลาดตระเวน เฝ้าระวัง ตัวจักรสำคัญในการดับไฟคือ อาสาสมัครและกรรมการดับไฟป่าในชุมชน การปฏิบัติการที่ผ่านมาเหน็ดเหนื่อยอย่างมาก แต่ก็ดับไฟป่าไม่ได้ ภาพของการบริหารจัดการที่มีการอำนวยการโดย ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดอาจมีปัญหาก็เป็นได้ เพราะการทุ่มทั้งงบประมาณ การบังคับใช้กฎหมาย และการใช้บุคลากรที่มากเป็นพิเศษ

นายชัยวัฒน์ คำยวง ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 ต.น้ำชำ อ.เมือง จ.แพร่ กล่าวว่า ปัญหาไฟป่าทำไมจึงไม่สามารถแก้ได้ ภาพรวมของเหตุการณ์นี้ในการทำงานน่าจะเป็นอุปสรรค์หรือปัจจัยเสริมให้มีการจุดไฟ
นายชัยวัฒน์ คำยวง กล่าวย้ำว่า ถ้าจะแก้ปัญหาไฟป่าอย่างจริงจัง งบประมาณต้องออกระหว่างเดือนพฤศจิกายน หรือธันวาคม ส่งมอบงบประมาณให้หมู่บ้านที่ทำหน้าที่ดับไฟป่า 3,000 – 5,000 ก็ได้ไม่ต้องถึง 10,000 บาท เป็นกำลังใจและสามารถนำไปเตรียมการออกแบบหาทางป้องกันป่าของชุมชนตนเอง การออกแบบวิธีการแก้ไฟป่าโดยชุมชน อาจมีอาสาสมัครเข้าไปเฝ้าระวัง อาจมีแนวกันไฟ ควบคุมการเข้าป่า ฯลฯ ที่สามารถคิดได้อย่างหลากหลาย

นายชัยวัฒน์ กล่าวอีกว่า ทุกวันนี้หมู่บ้านชุมชนถ้าจะได้เงินต้องให้เกิดไฟป่าไหม้ลุกลามก่อน จึงจะสามารถนำภาพถ่ายการดับไฟไปเขียนรายงานขอเงิน ส่วนหมู่บ้านที่ตั้งใจ มีจิตสำนึกออกเฝ้าระวังจนไฟป่าไม่เกิดหมู่บ้านเหล่านี้ทำงานเหนื่อย แต่ไม่ได้เงิน หมู่ 1 บ้านน้ำชำ ต.น้ำชำ อ.เมือง อยู่ติดป่าแต่ไม่ได้เงินเพราะมีการจัดการโดยจิตสำนึกเฝ้าระวังตลอดปีนี้ไฟไม่เกิด ก็ไม่ได้เงินผลงานที่ทำไปเท่ากับไม่ได้ทำอะไรเลย ส่วนหมู่อื่นๆ ได้เพราะมีไฟป่าเกิดขึ้น ความจริงแล้วนโยบายแบบนี้ ถ้าไม่มีจิตสำนึกเราให้คนไปจุดพอไฟไหม้ก็ส่งคนเข้าไปดับถ่ายรูปเท่านี้ก็ได้เงิน ได้เงินมาแถมเงินงบประมาณลงไม่ถึงคนทำงาน ไปอยู่ที่คนระดับผู้นำ อย่างนี้อะไรจะเกิด ในบางตำบลองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้ความสนใจส่งงบประมาณให้ชุมชนจัดการสามารถทำได้ดี

“สรุปคือการดับไฟป่าแบบที่ทำกันมา จะทำให้ไฟป่าเพิ่มและเป็นอันตรายต่อคนต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น แต่ถ้าทำมาตรการแบบที่เสนอแนะ ชาวบ้าน อาสาสมัคร ที่มีใจ เป็นจิตอาสา จะสามารถใช้งบประมาณเพื่อเตรียมตัวได้เร็วก่อนที่จะมีไฟไหม้ อย่างมีประสิทธิภาพ หลังจากสามารถจัดการไฟป่าได้ ให้ผู้ใหญ่บ้านทำรายงานเสนอภาพรวมพื้นที่ที่รักษาได้และพื้นที่ถูกไฟป่าเสนอต่อนายอำเภอ เพื่อประเมินการทำงานผลประเมินที่ดีคือ ไฟไม่เกิด ไม่ใช่มีภาพดับไฟ หมู่บ้านที่ไฟไม่เกิดก็ควรมีการเติมงบประมาณเป็นรางวัล ไม่ต้องมากแต่ขอให้มี เพื่อชุมชนจะนำเงินไปเติมในสิ่งที่ตนเองต้องการวางแผนการทำงานปีต่อไป” นายชัยวัฒน์ คำยวง กล่าว

สมโรจน์ /รายงาน