พิษณุโลก เปิดงานสมโภชพระพุทธชินราช 662 ปี

755

พิษณุโลก เปิดงานสมโภชพระพุทธชินราช 662 ปี

วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2562 เวลา 16.30 น. หน้าพระวิหารหลวงพ่อพุทธชินราช วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดพิษณุโลก พระธรรมเสนานุวัตร รองเจ้าคณะภาค 5 เจ้าอาวาสวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร พร้อมพระเถรานุเถระ และ นายพิพัฒน์ เอกภาพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ พุทธศาสนิกชนชาวจังหวัดพิษณุโลก ร่วมพิธีเปิดงานสมโภชพระพุทธชินราชประจำปี 2562

วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร ร่วมกับจังหวัดพิษณุโลก ได้กำหนดให้มีการจัดงานสมโภชประจำปีขึ้น ระหว่างวันที่ 10-16 กุมภาพันธ์ 2562 รวม 7 วัน 7 คืน เป็นปีที่ 85 ที่วัดและจังหวัดได้ร่วมกันจัดงานโดยเริ่มตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2477 เป็นต้นมา

เพื่อให้ประชาชนได้บำเพ็ญกุศลเป็นกรณีพิเศษ พร้อมเผยแพร่ศีลธรรมและส่งเสริมกิจกรรมทางศาสนา และธำรงรักษาพร้อมส่งเสริมขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมของชาติ พร้อมเพื่อนำรายได้ไว้สำหรับบูรณะปฏิสังขรณ์พระอาราม เป็นต้น

พระพุทธชินราชปรากฏหลักฐานในพงศาวดารเหนือว่า สร้างขึ้นในปีพุทธศักราช 1900 โดยพระมหาธรรมราชาที่ 1 พญาลิไท พระมหากษัตริย์แห่งราชนีสุโขทัยในขณะที่ประทับอยู่เมืองพิษณุโลก 7 ปี พระองค์ทรงมีพระราชศรัทธาเลื่อมใสในพระพุทธศาสนาเป็นอย่างยิ่ง ปรากฏว่าในสมัยพระองค์นั้น พระพุทธศาสนาเจริญรุ่งเรืองเป็นอย่างมาก เป็นยุคทองของพระพุทธศาสนา ได้กำเนิดพุทธศิลป์ที่วิจิตรงดงามอลังการ เช่น พุทธปฏิมา เจดีย์ วิหาร อุโบสถ เป็นต้น ล้วนแต่มีศิลปะอันเป็นเอกลักษณ์

การจัดงานสมโภช นั้นได้มีปรากฏเป็นหลักฐาน ตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2025 ในรัชสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ พระมหากษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยา ในขณะประทับเมืองพิษณุโลก ทรงบูรณะพระอารามและโปรดให้มีการสมโภชเฉลิมฉลอง 15 วัน 15 คืน นับแต่นั้นเป็นต้นมา พระมหากษัตริย์ทุกสมัย เมื่อเสด็จมาส่งนมัสการพระพุทธชินราชได้โปรดให้มีการสมโภชเป็นโบราณราชประเพณีสืบมาจนถึงปัจจุบัน

พระพุทธชินราชเป็นพระพุทธรูปที่สำคัญของชาติ พระพุทธรูปปฏิมาที่งดงาม เป็นยอดแห่งพุทธศิลป์ และทรงไว้ซึ่งความศักดิ์สิทธิ์ อีกทั้งยังเป็นพระพุทธรูปปฏิมาองค์เดียว ที่มีความเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ของชาติไทยมาตามลำดับ โดยมีความผูกพันกับพระมหากษัตริย์ทุกยุคทุกสมัย และยังเป็นที่พึ่งทางใจของพุทธศาสนิกชนยาวมานาน นับแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เป็นเวลาถึง 662 ปี

ในทุกวันทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติต่างเดินทางมาจากทั่วทุกสารทิศเพื่อมากราบสักการะขอพร และชมความงดงาม จึงเป็นที่ประจักษ์พยานถึงความศักดิ์สิทธิ์ ขององค์พระพุทธชินราช แม้ที่ผ่านมาเมืองพิษณุโลกต้องประสบภัยจากสงครามหลายครั้ง ทำให้บ้านเมืองเดือดร้อน ทั้งวัดวาอาราม บ้านเรือนถูกเผาพังพินาศ แต่องค์พระพุทธชินราช รอดพ้นภัยอันตรายมาได้อย่างน่าอัศจรรย์ สถิตย์เป็นมิ่งขวัญเคียงคู่เมืองพิษณุโลกและประเทศไทยจูบจนปัจจุบัน การจัดงานสมโภชเฉลิมฉลองขึ้นเป็นประเพณีที่ถือปฏิบัติมาอย่างยาวนาน เพื่อเป็นการถวายเป็นพุทธบูชาและรักษาประเพณีวิถีบรรพชนไว้สืบไปตราบนานเท่านาน