d5b7d5cb8976588e9c25d6577b0f6a4f.jpg e78104119c584157f2b37c10945a79d5.jpg

สะกิด”อนุทิน ชาญวีรกุล”คืนความจริง ยาม้า-ยาบ้า ช่วยลดงบประมาณแผ่นดินมหาศาล(คลิป)

255

สะกิด”อนุทิน ชาญวีรกุล”คืนความจริง ยาม้า-ยาบ้า ช่วยลดงบประมาณแผ่นดินมหาศาล(คลิป)

นายประสงค์ เลิศรัตนวิสุทธิ์ ผู้อำนวยการบริหารสถาบันอิศรา กล่าวแสดงความคิดเห็นในการเสวนาหัวข้อ “สื่อมวลชนกับกลยุทธ์นำเสนอข่าวเจาะ” ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม ซึ่งจัดโดยสมาคมสื่อสารมวลชนพิษณุโลก สมาคมศิษย์เก่านิเทศศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏ ( มรภ.)พิบูลสงคราม และสาขาวิชานิเทศศาสตร์ มรภ.พิบูลสงคราม เมื่อวันที่ 30 มกราคม ที่ผ่านมา

นายประสงค์ กล่าวว่า คำว่า “ยาบ้า” เกิดขึ้นในยุคสมัยของนายเสนาะ เทียนทอง ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นผู้ยกระดับ จาก”ยาม้า”ให้เรียกว่า “ยาบ้า” จากยาเสพติดประเภทที่ 5 มาเป็นยาเสพติดประเภทที่ 1 เทียบเท่ากับ”เฮโรอีน” และ”ไอซ์”ทั้งที่ในอดีตถือว่าเป็นเรื่องปกติ”ยาม้า”คือยาขยันมีโทษสถานเบา พอปรับมาเป็นประเภทที่ 1 ราคาพุ่งพรวด เนื่องจากมีจำนวนน้อย และมีโทษความเสี่ยงสูง ในการครอบครองและลำเลียง

“เคยมีโครงการกำลังใจในสมัย พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ปัจจุบันดำรงตำแหน่งองคมนตรี สนับสนุนในการทำวิจัยชิ้นหนึ่ง โดยมี กระทรวงสาธารณสุข และกระบวนการยุติธรรม เช่น ผู้พิพากษา ที่จะต้องการเข้าไปแก้ไขประมวลกฎหมายยาเสพติดให้”ยาม้า”กลับไปเป็นยาเสพติดประเภทที่ 5 เหมือนเดิม สร้างระบบสาธารณสุขรองรับอย่าง ทั้งนี้ ไม่ได้คิดจะทำทันทีต้องวางระบบอย่างรอบครอบ”ผู้อำนวยการบริหารสถาบันอิศรา กล่าว

นายประสงค์ กล่าวด้วยว่า ถ้า”แอมเฟตามีน”นำเอาไปผสมกับยาเสพติดประเภทอื่น อย่างที่ทราบ คือยาขยันไม่ปล่อยเข้าสู่ตลาดเหมือนเดิม ต้องจ่ายยาแจกผ่านระบบสาธารณสุขเท่านั้น เช่น “คลินิกนิรนาม” มีการพูดคุยกันหมดแล้วเพียงอยู่ที่การปฏิบัติ การยอมรับการดำเนินการ อย่างรอบครอบรัดกุม ที่ผ่านมายาเสพติดชายแดนมีการจับกุมกันเป็น 100 ล้านเม็ด ทำให้มีราคาสูง 150 -200 บาท เมื่อถึงมือผู้บริโภค ราคาจะสูงขึ้นอย่างมาก ถ้าใครต้องการยานี้ต้องเข้ากระบวนการรักษาเท่านั้นที่ถูกกฎหมาย กระทรวงสาธารณสุข ต้องทำงานหนัก อยู่ที่นายอนุทิน ชาญวีรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งควรจะเข้ามาผลักดันเรื่องนี้ให้เกิดขึ้นวางระบบอย่างดี ไม่ให้รั่ว ถ้าจะเข้ามาในกระบวนการรักษาต้องมาเข้าทางนี้

“ปัญหาประการแรก คือขบวนค้ายาเสพติด และกระบวนการคุ้มครอง รับรองว่าเจ๊งหมดเลย ประการที่สอง คนที่กระทบหนักมีเสียงคัดค้านที่ปราบปรามแล้วได้รางวัลนำจับ แต่ละปีไม่ต่ำกว่า 500 ล้านบาท มีรางวัลนำจับเม็ดละ 3 บาท ในสมัยทักษิณ ชินวัตร ไม่มีจำกัด การปราบปรามอย่างไม่จำกัด ต่อมามีการ จำกัดว่าไม่เกิน 1 ล้านเมตร เข้าใจว่าปัจจุบันยังมีระเบียบนี้อยู่ คือการเป็นภาระของงบประมาณแผ่นดิน

รวมทั้งนักโทษที่มีอยู่ในขณะนี้ รวมแล้วประมาณ 370,000 คน เป็นผู้ต้องโทษคดียาเสพติด 70 % ที่รัฐจะต้องมีภาระค่าใช้จ่ายด้านอาหารอย่างต่ำกว่าปีละ 5,000 ล้านบาท ซึ่งจะไม่ต้องสูญเสียงบประมาณในการขยายเรือนจำ คดีในศาลจะลดลงที่อยู่ในระหว่างพิจารณาของศาล จะเห็นได้ว่ามีขบวนการผลประโยชน์ที่อยู่เบื้องหลังรวมทั้งค่ากำไร EM ( Electronic Monitoring)
อุปกรณ์อิเล็คโทรนิค ติดตามตัวที่ใช้ในการควบคุมผู้กระทำความผิดแทนการจำคุก และนักโทษที่อาจจะลดเหลือเพียง 100,000 คน”นายประสงค์ กล่าว

สำหรับกำไล EM ( Electronic Monitoring) คือ อุปกรณ์อิเล็คโทรนิค ติดตามตัวที่ใช้ในการควบคุมผู้กระทำความผิดแทนการจำคุกในเรือนจำ ประกอบด้วยตัวอุปกรณ์รับสัญญาณ มีลักษณะคล้ายนาฬิกา หรือสายรัดข้อเท้า และศูนย์ควบคุมกลางที่ใช้ติดตามตัว
เพื่อส่งข้อมูลพิกัดของผู้ปล่อยตัวชั่วคราว สามารถตรวจสอบการเดินทางของผู้สวมใส่ได้