d5b7d5cb8976588e9c25d6577b0f6a4f.jpg e78104119c584157f2b37c10945a79d5.jpg

ชาวอุตรดิตถ์ “ตื่นเต้น”สื่อโซเชียล เฝ้าดูอาการอดีต นศ.หญิง 1 ราย กลับจากจีน มีไข้ ไอ น้ำมูกไหล

650

ชาวอุตรดิตถ์ “ตื่นเต้น”สื่อโซเชียล เฝ้าดูอาการอดีต นศ.หญิง 1 ราย กลับจากจีน มีไข้ ไอ น้ำมูกไหล

a2f08fba7b612786bb2130a960693c2b.jpg

เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวจังหวัดอุตรดิตถ์ กำลังให้ความสนใจและตื่นตระหนกกับกระแสข่าวทางสื่อโซเซียลว่า โรงพยาบาลศูนย์อุตรดิตถ์ ได้เฝ้าดูอาการของผู้ป่วยหญิงชาว จ.อุตรดิตถ์ 1 ราย อายุราว 27 ปี โดยให้ผู้ป่วยรายนี้นอนพักที่ห้องปลอดเชื้อ หลังจากพบว่า มีอาการไข้ มีน้ำมูก ไอ และจาม ซึ่งเพิ่งเดินทางกลับมาจากประเทศจีน เมื่อช่วงที่มีการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาช่วงแรก โดยทางแพทย์ของโรงพยาบาลศูนย์อุตรดิตถ์ กำลังอยู่ระหว่างการตรวจเชื้อว่า จะเป็นเชื้อไวรัสโคโรนาหรือไม่ และผลยังไม่ออกมา ขณะเดียวกันทางโรงพยาบาลให้คนป่วยและญาติที่มาเฝ้าไข้ในโรงพยาบาลได้สวมใส่หน้ากากเพื่อป้องกันเชื้อโรคแล้ว

ผู้ป่วยรายดังกล่าว ก่อนหน้านี้ 2 ปี เคยศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยราชภัฎอุตรดิตถ์ แล้วเดินทางไปฝึกงานที่ประเทศจีน หลังจากฝึกงานเสร็จได้ทำงานต่อที่ประเทศจีน แต่ไม่ยืนยันว่าเป็นมณฑลไหนของประเทศจีน เมื่อมีการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาช่วงแรก ๆ ก็เดินทางกลับมายังประเทศไทยและกลับมาบ้านที่ จ.อุตรดิตถ์แล้ว เกิดอาการเป็นไข้ มีน้ำมูก ไอ จาม จึงไปทำการตรวจรักษาที่โรงพยาบาลศูนย์อุตรดิตถ์ หลังจากมีการสอบประวัติของผู้ป่วยแล้ว พบว่าเดินทางกลับมาจากประเทศจีน ทางแพทย์โรงพยาบาลศูนย์อุตรดิตถ์ จึงให้ผู้ป่วยแอดมิดด่วน เพื่อทำการรักษาและรอดูอาการว่า อาการป่วยนั้นจะมีเชื้อไวรัสโคโรนาหรือไม่

ด้านนายแพทย์อายุส ภมะราภา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลอุตรดิตถ์ กล่าวถึงกรณีที่สื่อสังคมออนไลน์แชร์ภาพและข้อความว่า “ด่วนตอนนี้โรงพยาบาลอุตรดิตถ์ พบคนไข้เสี่ยงติดเขื้อโรคไวรัส “โคโรนา” 1 ราย และได้ให้คนไข้แอดมิดเพื่อรอผลตรวจ ทราบข้อมูลว่า พึ่งกลับจากประเทศจีน ที่สนามบินตรวจคนเข้าเมืองตรวจไม่พบเชื้อ แต่พอกลับมาถึงที่อุตรดิตถ์ก็มีอาการไข้ น้ำมูก ไอจาม เบื้องต้นทางโรงพยาบาลได้ให้ญาติและคนไข้แต่ละตึกใส่หน้ากากเพื่อเป็นการป้องกันระวังโรคแล้ว” และขอยืนยันว่าโรงพยาบาลยังไม่พบผู้ป่วยหรือคนไข้ติดเชื้อไข้หวัดโคโรน่า ทั้งนี้ ทางโรงพยาบาล ได้ดำเนินการมาตรการเชิงรุก หาพบคนไข้รายใดที่เป็นไข้หวัดมาจากประเทศจีน จะดำเนินการเฝ้าระวังเอาไว้ก่อน

นายแพทย์อายุส กล่าวอีกว่า โรงพยาบาลจำเป็นต้องทำการเฝ้าระวังเชิงรุกไว้ให้ดี และรวดเร็ว หากปล่อยให้คนกลุ่มนี้ไปอยู่กับเด็กทั่วไป หรือกลับไปบ้านจะเกิดปัญหาในการแพร่เชื้อกับผู้อื่นได้ ถึงแม้จะเป็นไข้หวัดธรรมดาก็ตาม เนื่องจากอาการคล้ายกันมาก แต่ยังไม่ใช่ผู้ป่วยติดเชื้อโคโรน่า เราจำเป็นต้องทำมาตรการเชิงรุกในเชิงวินิจฉัยดีกว่าปล่อยให้เป็นแล้วเผยแพร่หรือแพร่ระบาดจะทำให้ยุ่ง เพราะไข้โคโรน่าเป็นกลุ่มไข้หวัดใหญ่เหมือนกันติดผ่านทางเชื้อไวรัส จะแพร่ได้เร็วมาก ตอนนี้ยังไม่พบผู้ป่วยติดเชื้อโคโรน่า และหากพบจะต้องรีบรายงานให้ผู้บังคับบัญชาได้รับทราบเป็นลายลักษณ์อักษร เพราะการหาเชื้อต้องใช้เวลา แต่ทางโรงพยาบาลก็ต้องเฝ้าระวังทุกคนที่สงสัย ส่วนใหญ่ที่ตรวจพบเป็นไข้หวัดธรรมดาคือไข้หวัดใหญ่

“ส่วนที่มีการแชร์กันในไลน์ในเฟสออกมา สืบเนื่องจากทางโรงพยาบาลอุตรดิตถ์ต้องเฝ้าระวังโดยสั่งการกับเจ้าหน้าที่ พยาบาลและแพทย์ของโรงพยาบาลตั้งแต่แรกแล้วว่า หากพบผู้ป่วยติดเชื้อไข้หวัดหรือต้องสงสัย ให้เฝ้าระวังผู้ป่วยก่อนไปถึงห้องฉุกเฉินจะต้องแยกผู้ป่วยออกจากกันทันที คงไม่ปล่อยให้กลุ่มผู้ป่วยไข้หวัดไปตรวจที่ห้องฉุกเฉินหวั่นพบติดเชื้อจริง เราจำเป็นต้องแยกตั้งแต่ช่วงนี้เลย เพื่อป้องกันคนอุตรดิตถ์ที่ยังไม่เป็นไข้หวัดด้วย เพราะไข้หวัดแพร่กันง่าย เป็นการป้องปราบที่รวดเร็ว ดีกว่าปล่อยให้เหตุการณ์เกิดขึ้นก่อนแล้วมาป้องกัน อยากให้ช่วยแก้ข่าวในเรื่องนี้ด้วย คนไข้รายนี้ไม่ได้มาจากเมืองอู่ฮั่นในประเทศจีน โอกาสเป็นมีไม่มาก แต่จำเป็นต้องทำ เพราะเป็นมาตรการในการป้องกัน ทำให้คนอุตรดิตถ์ ปลอดภัยมากขึ้นกว่าเดิม” นายแพทย์ อายุส กล่าว

ด้านนายเรืองเดช วงษ์หล้า อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฎอุตรดิตถ์ กล่าวว่า มหาวิทยาลัยราชภัฎอุตรดิตถ์ มีอาจารย์ที่สอนภาษาจีนจำนวน 3 คน และเป็นนักศึกษาที่เดินทางมาจากมณฑลยูนนาน ประเทศจีน 80 คนรวมเป็น 83 คน และทั้งหมดเดินทางมาอยู่ที่มหาวิทยาลัยนานหลายเดือนแล้ว ก่อนที่จะมีการระบาดของไวรัสโคโรน่า แต่อย่างไรก็ตาม ช่วงนี้ทางมหาวิทยาลัย ก็ประเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) อุตรดิตถ์ มาทำการตรวจสุขภาพทั้ง 83 คนแล้ว ไม่พบว่า ไม่มีอาการป่วยแต่อย่างใด แม้จะไม่มีการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า ทางมหาวิทยาลัยก็ดูแลชาวจีนทั้ง 83 คนอยู่อย่างต่อเนื่อง แต่ในช่วงนี้ก็ได้ทำความเข้าใจแล้วว่า ไม่ควรออกไปด้านนอกที่มีคนอยู่จำนวนมาก เพราะคนทั่วไปรู้ว่าเป็นชาวจีน เกรงจะเกิดการตกใจกับข่าวที่เกิดขึ้น

ปวินท์ อินกล่ำ รายงาน