d5b7d5cb8976588e9c25d6577b0f6a4f.jpg e78104119c584157f2b37c10945a79d5.jpg

5 จังหวัดเหนือล่าง ค่าฝุ่นละออง PM 2.5 เกินมาตรฐาน

2051

5 จังหวัดเหนือล่าง ค่าฝุ่นละออง PM 2.5 เกินมาตรฐาน

พิษณุโลก ค่าฝุ่น PM 2.5 พุ่ง จ.ตาก หนักสุด “มีผลต่อสุขภาพ”ส่วน พิษณุโลก สุโขทัย อุตรดิตถ์ ”เริ่มมีผลต่อสุขภาพ” เพชรบูรณ์”คุณภาพปลานกลาง”เผย เผาไร่อ้อย เจอ เขม่า-หิมะดำ ปลิวใส่บ้านเรือนเพียบ

a2f08fba7b612786bb2130a960693c2b.jpg

วันที่ 13 มกราคม 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์หมอกควันในพื้นที่รับผิดชอบสานักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 3 ประจำวันที่ 13 มกราคม 2563 จากการติดตามสถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 ในพื้นที่ 5 จังหวัด คือจตาก เพชรบูรณ์ พิษณุโลก สุโขทัย และอุตรดิตถ์ จากสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศกรมควบคุมมลพิษ (อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก) และสานักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ, Gistda สรุปผล คือ สถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 และจำนวน Hotspot ที่ จ.ตาก ถือว่า มีผลกระทบต่อสุขภาพ มี Hotspot 33 จุด จ.เพชรบูรณ์ คุณภาพปานกลาง Hotspot 16 จุด พิษณุโลก เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ มี Hotspot 13 จุด สุโขทัย เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ Hotspot 11 จุด และ อุตรดิตถ์ เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ มี Hotspot 9 จุด
หากเทียบกับ

เมื่อวานนี้ 12 ม.ค.2563 พบว่า มี จ.เพชรบูรณ์ เพียงจังหวัดเดียว ที่คุณภาพอากาศระบุว่า เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ มี Hotspot 10 จุด แต่จังหวัดอื่นข้างต้นไม่ปรากฏ เพิ่งปรากฏ Hotspot ในวันนี้

ทั้งนี้ คุณภาพอากาศ แบ่งตามเกณฑ์ สถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก ไม่เกิน 2.5 ไมครอน ( PM 2.5 ) ออกเป็น 6 ระดับ เริ่มจาก 1.คุณภาพดี 2.คุณภาพปานกลาง 3.เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ 4.มีผลกระทบต่อสุขภาพ 5.มีผลกระทบต่อสุภาพมาก 6.อันตราย
ล่าสุด นายพิพัฒน์ เอกภาพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก ได้สั่งการให้ รองผู้ว่าฯดำเนินการแก้ไขปัญหาให้เป็นรูปธรรม โดยให้สำนักทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมจังหวัดพิษณุโลกและสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาค 3 ดำเนินการแก้ไข พร้อมสั่งการให้ปภ.เขต 9 และ ปภ.จังหวัดฉีดน้ำเป็นละออง เพื่อลดค่า PM จนกว่าสถานการณ์จะยุติ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สาเหตุที่ทำให้คุณภาพอากาศแย่ ผลจากปัจจัยหลักมาจากการเผาไร่อ้อย ฝุ่นละออง หิมะดำเปลวลอยกระจายไปตามลม และปลิวตกใส่บ้านเรือนราษฎรและในเขตชุมชนต่างๆ สร้างความเดือดร้อน
ล่าสุดพื้นที่ อ.วังทอง และ อ.บางกระทุ่ม พบว่า มีเขม่าดำปลิว หรือหิมะดำที่เกิดจากการเผาไร่อ้อย เนื่องจากช่วงนี้เป็นฤดูตัดอ้อยส่งโรงงานผลิตน้ำตาลที่อยู่ในพื้นที่ อ.บางกระทุ่ม ทำให้เกษตรกรผู้ปลูกอ้อย เร่งเก็บเกี่ยวอ้อยส่งให้กับโรงงานน้ำตาลทุกวัน และเลือกใช้วิธีเผาอ้อย เพื่อง่ายต่อการตัดและเก็บเกี่ยวผลผลิต ซึ่งส่วนใหญ่จุดไฟเผาป่าอ้อยช่วงเวลากลางคืน บ้างลักลอบเผากลางวัน

ผู้ประกอบการร้านจำหน่ายอุปกรณ์การเกษตรรายหนึ่ง กล่าวว่า ช่วงนี้เป็นช่วงฤดูกาลเปิดหีบของโรงงานอ้อย ทำให้เกษตรกรเร่งเก็บเกี่ยวอ้อย โดยใช้วิธีเผาอ้อย เพื่อเก็บเกี่ยวให้ทันต่อการส่งโรงงาน ส่งผลให้เกิดเขม่าควัน หรือ หินมะดำ ปลิวตกลงมาปกคลุมไปทั้งพื้นที่เกือบทุกวัน เศษเขม่าดำ ยังลอยปลิวเต็มร้าน จนทำต้องเร่งฉีดน้ำ และทำความสะอาดอาคารบ้านเรือนของตนเองเกือบทุกวัน ต้องใช้เครื่องเป่าทำความสะอาดเกือบทุกวัน ตนเองเห็นใจเกษตรกรเร่งเก็บเกี่ยว แต่อยากให้เผาเป็นเวลา

ชาวบ้านรายหนึ่ง กล่าวว่า เดือดร้อนมาก เศษดำปลิวว่อนเต็มไปหมดปลิวเต็มกลางถนน หากเป็นเผาต่อไปต่อเนื่อง ย่อมมีผลกระทบต่อระบบหายใจได้ อากาศแย่ลง ก็ขอฝากหน่วยงานรัฐ ช่วยแก้ปัญหาด้วย