d5b7d5cb8976588e9c25d6577b0f6a4f.jpg e78104119c584157f2b37c10945a79d5.jpg

“ประเพณีบุญปราสาทข้าว”อำเภอฟากท่า จังหวัดอุตรดิตถ์

391

“ประเพณีบุญปราสาทข้าว”อำเภอฟากท่า จังหวัดอุตรดิตถ์

เมื่อเวลา​18.00 น. ของวันที่​ 27​ ธ.ค.62​ ที่วัดห้วยลึก​ ม.5​ บ้านห้วยลึก​ ต. ตำบลบ้านเสี้ยว​ อำเภอฟากท่า​ จังหวัดอุตรดิตถ์​ นายสมเกียรติ​ พูลสุขเสริม​ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์เดินทางมาเป็นประธานเปิดงานประเพณีบุญปราสาทข้าว

โดยมีนายสมศักดิ์​ สุขประเสริฐ​ นายอำเภอ(นอภ.)ฟากท่า​ นายสมควร​ พุทรา​ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านเสี้ยว​พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง​ และประชาชนในพื้นที่ตำบลบ้านเสี้ยวกว่า​ 1,000​ คน เข้าร่วมงาน

สำหรับงานประเพณีปราสาทข้าว เกิดจากแนวคิดในการพัฒนาปรับปรุงประยุกต์จากงานบุญกองข้าวเปลือกเดิม ซึ่งเป็นประเพณีที่พี่น้องชาวตำบลบ้านเสี้ยวอำเภอฟากท่ามักจะร่วมกันประกอบพิธีขึ้นหลังฤดูกาลทำนาเพื่อเป็นการรำลึกและบูชาพระคุณข้าวพระแม่โพสะพะเทวี หรือพระแม่โพสพซึ่งได้ให้คุณอุดหนุนเป็นอาหารให้ได้บริโภคหล่อเลี้ยงดำรงชีพตลอดมา โดยชาวบ้านเมื่อได้เก็บเกี่ยวข้าวจะร่วมกันนำเข้าเปลือกมากองรวมกัน เพื่อทำพิธีสู่ขวัญข้าวและนิมนต์พระสงฆ์สวดเจริญพระพุทธมนต์และร่วมถวายบุญกองข้าวเปลือกในพื้นที่ตำบลบ้านเสี้ยว​

อำเภอฟากท่า นิยมปลูกข้าวเหนียวพันธุ์​ กข 6 และ กข 10 ในเวลาต่อมาในปี 2559 ได้มีการส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยรัฐบาล นายศิวัช ฟูบินทร์ อดีตนายอำเภอฟากท่า ในขณะนั้นจึงเกิดแนวคิดในการนำข้าวมาประดับประดาจัดทำซุ้มปราสาทข้าว​ ประดับไฟ​ แสงสี​ เพื่อความสวยงามตระการตา ซึ่งองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านเสี้ยว ในฐานะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งมีหน้าที่ส่งเสริม​การประกอบอาชีพ​ ดำรงไว้ซึ่งศิลปะวัฒนธรรม​ ประเพณีอันดีงาม จึงได้ผนวกความร่วมมือจากทุกภาคส่วนและจัดงานบุญประสาทข้าวขึ้น เพื่อแสดงออกถึงวิถีชีวิตชุมชน ป็นการประชาสัมพันธ์รับรู้เป็นการทั่วไป​ ส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชนและการท่องเที่ยวในท้องถิ่นซึ่งเป็นแห่งเดียวในจังหวัดอุตรดิตถ์และจังหวัดภาคเหนือการจัดงานครั้งนี้เป็นการจัดเป็นปีที่ 3 โดยในปี 2562 นี้ได้จัดให้มีงานขึ้นตั้งแต่วันที่ 26​ ธันวาคม​2562​ วันที่ 30 ธันวาคม 2562 ซึ่งเป็นช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่เพื่อให้ลูกหลานได้กลับมาเยี่ยมพ่อแม่ญาติมิตรและเชิญชวนพุทธศาสนิกชนและนักท่องเที่ยวมาร่วมบุญ​ ชมความงดงามของปราสาทข้าว​ เลือกซื้อสินค้าของชุมชนท้องถิ่นและเก็บภาพความประทับใจนำไปเผยแพร่ให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางต่อไป​


ปวินท์ อินกล่ำ รายงาน