d5b7d5cb8976588e9c25d6577b0f6a4f.jpg e78104119c584157f2b37c10945a79d5.jpg

มณีวิสุทธิ์ “พระพุทธชินราช”

678

มณีวิสุทธิ์ “พระพุทธชินราช”

พุทธลักษณะ “พระพุทธชินราช”(ตอนที่.1)

พุทธลักษณะ ของพระพุทธรูปทั้งปวงนั้น ศิลปินผู้สร้างแต่อดีต ย่อมยึดหลักมหาปุริสลักษณะ คือ ลักษณะที่ปรากฏชัดของมหาบุรุษ 32 ประการ และอนุพยัญชนะ คือ ลักษณะส่วนย่อยอีก 80 ประการ มาเป็นต้นแบบของการสร้างพระพุทธปฏิมากร

จึงจะเป็นพุทธลักษณะที่สมควร อันเป็นเหตุแห่งความศรัทธาเลื่อมใส เพื่อน้อมเป็นพุทธานุสติยึดโยงจิตใจไปสู่ความสงบยังผลให้ถึงซึ่งมนุษย์สมบัติ สวรรค์สมบัติ และปัจจัยสู่นิพพานสมบัติในที่สุด

หากการสร้างพระพุทธปฏิมาจะด้วยวัสดุชนิดใดก็ตามไม่ยึดหลัก “มหาปุริสลักษณะ” และ”อนุพยัญชนะ “ดังกล่าว อาจจะไม่เหมาะสมและไม่เป็นที่ตั้งแห่งความเลื่อมใสอาจเป็นเพียงแต่กิริยาแห่งความเคารพหรือไม่ก็เหมือนไหว้เจ้ากันไปเน้นผลกัน เพียงปาฏิหาริย์ซึ่งก็ยังมิทราบได้ว่าจะเป็นจริงหรือไม่จึงเข้าลักษณะของความงมงายกันไป

“พระพุทธชินราช”จัดได้ว่าเป็นพระพุทธปฏิมาที่มีลักษณะถึงความเป็นรัฐชาติด้วยส่วนหนึ่งที่คนไทยในอดีตยุคสุโขทัย ได้รังสรรค์ขึ้นไว้มากกว่า 600 ปี แห่งความภาคภูมิใจของพุทธศาสนิกชนด้วยพระมหากษัตริย์ผู้ทรงธรรม คือ สมเด็จพระมหาธรรมราชาลิไท กับบรรดานายช่างผู้เป็นสัมมาทิฏฐิ ต่างเข้าใจในมาหาปุริสลักษณะ และอนุพยัญชนะเป็นอย่างดี

จริงอยู่การสร้างพระพุทธรูปนั้น จะให้เห็นปรากฏโดยสายตาในพุทธลักษณะทั้งหมดย่อมเป็นไปไม่ได้ เพราะพระพุทธลักษณะดังกล่าว ย่อมปรากฏได้เพียงในส่วนที่เปิดเผยได้เท่านั้น ซึ่งนับว่าเป็นการเพียงพอและเป็นสิ่งสมควรแก่การเคารพบูชาอันเป็นที่บังเกิดแห่งบุญกุศลของพุทธศาสนิกชนทั้งหลาย

ก่อนที่จะกล่าวถึงพุทธลักษณะที่ปรากฏแล้วในองค์พระพุทธชินราช ควรทำความเข้าใจในมาหาปุริสลักษณะ การให้พอเข้าใจก่อน มหาปุริสลักษณะ 32 ประการนี้ มีที่มาในลักขณสูตร แห่งทีฆนิกายปาฏิกวรรค แห่งพระสุตตันตปิฎกนั้น

พระลักขณสูตร พระพุทธองค์ทรงตรัสกับภิกษุสงฆ์ ที่วัดพระเชตวันมหาวิหาร อันเป็นอารามของอนาถบิณฑิกเศรษฐี ใกล้เมืองสาวัตถีนั้นว่า

…. ดูกรภิกษุทั้งหลาย มหาบุรุษในโลกนี้ย่อมเพียบพร้อมด้วยมหาปุริสลักษณะต่อไปนี้ คือ
1.มีฝ่าพระบาทราบเสมอกัน
2.พื้นภายใต้ฝ่าพระบาทของมหาบุรุษ มีจักรเกิดขึ้น มีกำข้างละ 1,000 มีกง มีดุม บริบูรณ์ด้วยอาการทั้งปวง
3. มีเส้นพระบาทยาว
4.มีพระองคุลี (นิ้ว)ยาวได้ส่วน
5. มีฝ่าพระหัตถ์ และฝ่าพระบาทอ่อนนุ่ม
6.ฝ่าพระหัตถ์และฝ่าพระบาทมีลายประดุจตาข่าย
7.มีกระดูกข้อพระบาทสูง
8.มีพระชงฆ์ (หน้าแข้ง )เรียวดุจแข้งเนื้อทราย
9. เมื่อประทับยืน มิได้น้องพระกายลง สามารถใช้ฝ่าพระหัตถ์ทั้งสองจับถึงพระชานุ (เข่า) ทั้งสองได้
10.มีพระคุยหะ (อวัยวะเพศ) เร้นอยู่ในฝัก
11.มีพระฉวี (ผิวพระกาย) สีดุจทอง คือ มีหนังประดุจหุ้มด้วยทอง
12.มีพระฉวีละเอียด เพราะพระฉวีละเอียด ธุลีละอองจึงไม่ติดพระวรกาย
13.มีพระโลมา (ขน) ขุมละเส้นเสมอไปทุกขุมขน
14.พระโลมา มีปลายงอนขึ้น มีสีดำสนิทเหมือนดอกอัญชัญและขดวนรอบเวียนขวา
15. มีพระวรกายตั้งตรง เหมือนกายพรหม
16.มีมังสะ (เนื้อ) เต็มบริบูรณ์ในที่ 7 แห่ง
17.มีพระวรกายทุกส่วนบริบูรณ์ ดุจกายท่อนหน้าของราชสีห์
18.มีร่องพระปฤษฎางค์(หลัง) เต็มเสมอกัน
19.มีพระวรกายเป็นปริมณฑล ดุจปริมณฑลแห่งต้นไทร พระวรกายของพระองค์สูงเท่ากับ 1 วา ของพระองค์( 1 วาของพระองค์ ยาวเท่ากับพระวรกายของพระองค์)
20. มีลำพระศอ (คอ) กลมเสมอกันตลอด
21.มีเส้นประสาท สำหรับรับรสอาหารอันดีเลิศ
22.มีพระหนุ (คาง) ดุจคางราชสีห์
23.มีพระทนต์ (ฟัน) 40 ซี่
24.มีพระทนต์เรียบเสมอกัน
25.มีพระทนต์ไม่ห่างกัน
26.มีพระเขี้ยวแก้วทั้ง 4 อันขาวบริสุทธิ์
27.มีพระชิวหา (ลิ้น) ใหญ่และยาว
28.มีพระสุรเสียง ดุจเสียงพรหม และ ตรัสดุจเสียงนกการเวก
29.มีพระเนตรดำสนิท
30.มีดวงพระเนตรทั้ง 2 ผ่องใสดุจนัยน์ตาลูกโค
31.มีพระอุณาโลมเกิดขึ้นระหว่างพระขนง(คิ้ว) สีขาวดุจสำลี
32.มีพระเศียรงาม ดุจประดับด้วยกรอบพระพักตร์

ดูกรภิกษุทั้งหลาย มหาปุริสลักษณะ 32 ประการนี้แหละ ที่ทำให้สำเร็จเป็น 2 อย่าง (ครองเรือน จักได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิผู้ทรงธรรม ออกผนวช จักได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า) ไม่เป็นอย่างอื่น

ดูกรภิกษุทั้งหลายพวก ฤาษีแม้ภายนอกสามารถทรงจำมาหาปุริสลักษณะของมหาบุรุษ 32 ประการ เหล่านี้ได้ แต่ฤาษีเหล่านั้นไม่ทราบว่า เพราะกรรมนี้ มหาบุรุษจึงได้ลักษณะนี้ ดังนี้

ในมหาปุริสลักษณะ 32 ประการที่ปรากฏในองค์พระพุทธชินราช โดยกายภาพปรากฏเห็นด้วยตาอย่างน้อย 15 ประการ ดังจะแสดงให้เห็นพอสังเขปเฉพาะส่วนที่ปรากฏแล้วพร้อมทั้งกุศลกรรม ที่พระองค์ได้ประพฤติปฏิบัติมาแต่อดีต จึงได้พุทธลักษณะดังกล่าวมาส่วนรายละเอียดนั้น โปรดหาอ่านได้ในลักขณสูตร พร้อมอรรถกถานั้นเถิด

ในส่วนของมหาปุริสลักษณะที่เหลืออยู่ 17 ประการ จะไม่กล่าวถึง เพราะเหลือวิสัยที่นายช่างผู้สร้างองค์พระพุทธชินราช จะกระทำได้ เช่น มีพระโลมา(ขน) ขนละเส้นเสมอไปทุกขุมขน มีเส้นประสาทสำหรับรับรถอาหารอันดีเลิศ มีพระทนต์ (ฟัน) 40 ซี่ เรียบเสมอ ไม่ห่าง เหล่านี้ต้องสร้างพระพุทธรูปให้อ้าพระโอษฐ์ ซึ่งไม่นิยมว่างาม หรือ พระชิวหาใหญ่ และยาว เป็นต้น

การที่ชวนให้พี่นิจมององค์พระพุทธชินราช จะขอชวนมองแต่พระบาทขึ้นไปถึงพระเศียร ส่วนใดเป็นอนุพยัญชนะ คือลักษณะส่วนย่อยใน 80 ประการ จะขอกล่าวเสริมต่อภายหลัง

ประการแรก องค์พระพุทธชินราช มีฝ่าพระบาทราบเสมอกัน ซึ่งสามารถมองเห็นด้วยตาเปล่า ด้วยสร้างเป็นพระพุทธปฏิมาแบบประทับนั่งขัดสมาธิราบ ซึ่งจะมองเห็นได้ชัดเจนอันตรงกับมหาปุริสลักษณะข้อที่หนึ่ง

ลักษณะที่ 1

สาเหตุที่มหาบุรุษมีฝ่าพระบาทราบเสมอกัน เพราะในอดีตภพชาติของมหาพระมหาบุรุษ ส่งสมาทานอย่างมั่นคงในกุศลกรรมบถ 10 (กายกรรม 3 วจีกรรม 4 มโนกรรม 3) โดยที่พระองค์สมาทานอยู่เป็นเนืองนิตย์ ไม่ถอยหลัง (ไม่ล้มเลิก)

นอกจากทรงมั่นคงในกุศลกรรมบท 10 แล้ว ยังทรงมีการบริจาคทาน รักษาเบญจศีล และอุโบสถศึล อีกทั้งปฏิบัติดีต่อมารดาบิดามาและสมณพราหมณ์ ให้ความเคารพต่อผู้ใหญ่ในวงศ์ตระกูล และในกุศลอันเป็นปัจจัยให้สำเร็จเป็นพระสัพพัญญุตญาณ

ด้วยกุศลกรรมที่ได้กระทำ สั่งสมพอกพูนเอาไว้ หลังจากสิ้นอายุขัย ได้ไปบันเทิงในสวรรค์อันเป็นทิพย์ ครั้นจุติจากโลกสวรรค์แล้วมาเกิดเป็นมนุษย์ จึงได้มหาบุรุษลักษณะนี้ คือ มีฝ่าพระบาทราบเสมอกัน ขณะเหยียบลงพื้น ฝ่าพระบาทราบเสมอกัน ขณะยกพระบาทขึ้นก็เสมอกัน ขณะจรดพื้นฝ่าพระบาททุกส่วนก็แตะพื้นเสมอกัน

ด้วยพระลักษณะเช่นนี้ พระองค์จะได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิราชาสมบูรณ์ด้วยรัตนะทั้ง 7 เป็นใหญ่ในแผ่นดิน มีมหาสมุทรทั้ง 4 เป็นขอบเขต ทรงชนะสงคราม และมีอาณาจักรที่มั่นคง

จักไม่มีมนุษย์ที่เป็นข้าศึกศัตรูคนใด จะสามารถครอบงำทำให้หวั่นไหวได้ ทั้งไม่มีเหล่าข้าศึกศัตรูภายใน คือ ราคะ โทสะ และโมหะ และไม่มีเหล่าศัตรูภายนอก คือ สมณพราหมณ์ เทวดา มาร พรหม หรือใครๆในโลก จะข่มได้ดังนี้

การที่สาธุชน ได้มีโอกาสเห็นพระบาท ขององค์พระพุทธชินราชที่ราบเรียบเสมอกัน ทั้งได้ศึกษาถึงกุศลกรรม ที่พระมหาบุรุษ ได้ประพฤติปฏิบัติมาแต่อดีตมีกรรมบถ 10 เป็นต้น นั้น

อันควรที่สาธุชน ควรน้อมนำเอาคุณธรรมเหล่านี้ ไปประพฤติปฏิบัติบ้าง อย่างนี้ก็จะเป็นการสร้างชีวิตของตน ให้งดงามด้วยคุณธรรมและจรรยาอันยอดเยี่ยมเป็นการสร้างภูมิธรรม ตามรอยบาทพระพุทธองค์ไปเพื่อมิให้ข้าศึกศัตรูทั้งภายนอก และภายในมาย่ำยีได้ ดังกุศลวิบากที่พระพุทธองค์ได้เสวยมาแล้ว จึงจะเป็นการสมควร แห่งการพบเห็นพุทธลักษณะปรากฏในองค์พระพุทธชินราชนั้น และควรมนสิการในองค์ธรรมของพุทธลักษณะอันจะกล่าวต่อไป เพื่อเป็นประโยชน์แห่งสัมมาปฏิบัตินั้น

ลักษณะที่ 3 ,4 ,15

สาเหตุที่พระมหาบุรุษ มีส้นพระบาทยาว (ลักษณะที่ 3 ) มีพระองคุลี(นิ้ว) ยาว (ลักษณะที่ 4 ) และมีพระวรกายตั้งตรงเหมือนกายพรหม (ลักษณะที่ 15) เพราะในอดีตภพชาติก่อนของมหาบุรุษนั้น ส่งละปาณาติบาต เว้นขาดจากปาณาติบาต แล้ววางอาชญา (อำนาจ) วางศาสตรา (อาวุธ) มีความละอายใมีใจกรุณาและอนุเคราะห์ประโยชน์ เกื้อกูลแก่สัตว์ทั้งปวง ด้วยสังคหวัตถุธรรม

เพราะกุศลกรรมดังกล่าวมา ทำให้พระมหาบุรุษ มีพระชนม์ยืนยาว ไม่มีมนุษย์ที่เป็นข้าศึกใดๆ ที่จะสามารถปลงพระชนม์ชีพในชาตินั้นได้

จากพุทธลักษณะ ที่ปรากฏในองค์พระพุทธชินราช ทั้ง 3 ประการ ดังกล่าวมานี้ สาธุชนถึงเจริญรอยตามพระพุทธองค์ได้ ด้วยการละการฆ่าสัตว์ทั้งปวง ไม่ถือเอาวุธ และอำนาจ มีความละอายต่อบาปอยู่เมื่อ จึงจะถือว่าเป็นเทวดาในเมืองคนได้ อีกทั้งมีใจกรุณา ปรานีต่อมนุษย์และสัตว์ทั้งปวง ก็จะได้ชื่อว่าเป็นพระพรหม ในโลกมนุษย์ด้วยเช่นกัน

เฉพาะในลักษณะที่ 4 คือมีองคุลี (นิ้ว) ยาวเสมอกันนั้น คือเสมอกันที่พระหัตถ์ (เว้นนิ้วหัวแม่มือ) ส่วนพระบาทมีนิ้วยาวเสมอกันทั้ง 5 ซึ่งปรากฏชัดเจน ในองค์พระพุทธะชินราช อันไม่ปรากฏในพระพุทธรูปทั่วไป เช่น พระพุทธรูปของพุทธศิลป์บางยุคสมัย นายช่างได้สร้างพระพุทธรูปให้มีองคุลี (นิ้ว) สั้นยาวเหมือนคนปกติทั่วไป ซึ่งไม่ถูกต้องตามพุทธลักษณะ

พระพุทธชินราช จึงนับได้ว่า มีพุทธศิลป์ที่สร้าง ตรงตามมหาปุริสลักษณะ อันควรแก่การภาคภูมิใจ ทั้งยังศรัทธาปสาทะให้บังเกิดแก่ผู้สักการบูชาเป็นที่สุดแล้ว

ลักษณะที่ 11
สาเหตุที่พระมหาบุรุษมีพระฉวีสีดุจทองคำ (ลักษณะที่ 11 ) ในอดีต เมื่อพระมหาบุรุษ ทรงสร้างพระบารมีนั้น พระองค์เป็นผู้อดทนต่อความโกรธได้ ไม่โกรธ ไม่พยาบาท หรือจองล้างจองผลาญ แม้คนหมู่มากเจ้าว่ากล่าวอย่างรุนแรง ก็อดใจได้ ไม่แสดงอาการขุ่นเคือง และความไม่พอใจให้ปรากฏออกมา ทางกาย วาจา

จากนั้นพระองค์ยังเคยให้ทานด้วยเสื้อผ้าห้าเนื้ออันดีในทุกประเภท ที่มีในวิสัย และกล้าให้จึงปรากฏเป็นอานิสงส์ คือ มีพระฉวีสีดูดทองคำคือ มีหนังกระดูกหุ้มหอด้วยทองฉะนั้น

ศัพท์ว่า “สุวณฺณวณฺโณ” มีพระฉวีดุจทองคำนี้ โบราณาจารย์ จึงนิยม นำทองคำเปลว มาปิดที่องค์พระพุทธชินราช หรือ พระพุทธปฏิมาทั้งหลาย เพื่อสื่อให้เห็นชัดเจนว่าพระพุทธเจ้า มีผิวพระกายดุจทองคำนั่นเอง

ลักษณะที่ 16

สาเหตุที่พระมหาบุรุษ ทรงมีพระมังสะ (เนื้อ) เต็มบริบูรณ์ในที่ทั้ง 7 แห่ง(ลักษณะที่ 16 ) เพราะในอดีตภพชาติ ของพระมหาบุรุษได้ให้อาหารอันปราณีตเป็นทาน ด้วยการให้ข้าวน้ำอันมีรสดี จึงเป็นเหตุให้บริบูรณ์ด้วยข้าวน้ำที่มีรสดีในภายภาคหน้า ด้วยบุญที่ให้โภชนาหารอันประณีตดังกล่าว จึงปรากฏพระมังสะเต็มทั้ง 7 แห่ง คือ ที่หลังพระหัตถ์ 2 ที่หลังพระบาท 2 ที่จะงอยบ่าทั้ง 2 และที่ลำพระศอ 1 รวมเป็น 7แห่ง ดังปรากฏแล้วที่องค์พระพุทธชินราช

ร้อยแก้ว สายยิ้ม /เรื่อง
อนุรักษ์ รักการศิลป์ /ภาพ