เพชรบูรณ์ เจ้าหน้าที่ไล่ยึดที่ดินนายทุนบุกรุก 685 ไร่

1513

กรมอุทยานฯร่วม ศปป.4 กอ.รมน.กวาดล้างนายทุนบุกรุกป่าลุ่มน้ำก้อ-ลุ่มน้ำชุน  ดำเนินคดีนายทุน 8 ราย ยึดคืน 685.54 ไร่

      

เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2562 นายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์    ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 11 (สบอ.11) พ.อ.พงษ์เพชร เกษสุภะ หัวหน้าชุดปฎิบัติการ ศปป.4 กอ.รมน. นายสมชาย ภิญโญชูโต หัวหน้าโครงการฟื้นฟูและพัฒนาพื้นที่เสี่ยงภัยลุ่มน้ำก้อ-ลุ่มน้ำชุน นายเพิ่มศักดิ์ ดวงแก้ว หัวหน้าสายตรวจปราบปราบ สายที่ 3 สบอ.11 นายอาทิตย์ อัมลา เจ้าหน้าโครงการฯ เจ้าหน้าที่ ศปป.4 กอ.รมน. เจ้าหน้าหน่วยป้องกันรักษาป่า พช.18(น้ำชุน)กรมป่าไม้ และนายธนาเทพ แก้วกก ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 6 ต.บ้านเนิน อ.หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์ ร่วมกันใน    การออกตรวจปราบปรามนายทุนที่บุกรุกในพื้นที่ป่าไม้ 2484 ในโครงการฟื้นฟูและพัฒนาพื้นที่เสี่ยงภัย ลุ่มน้ำก้อ-ลุ่มน้ำชุน จังหวัดเพชรบูรณ์

หลังจากเมื่อวันที่ 17 มกราคม 2562 ได้ตรวจยึดทวงคืนพื้นที่ป่าในโครงการฯที่ถูกบุกรุกไป จำนวน 195 ไร่ กลับคืนมา และได้แจ้งความดำเนินคดี กับนางวรรณี คล้ายทอง นายทุนจากจังหวัดตรัง และวันที่ 18 มกราคม 2562 จากนั้นได้ตรวจยึดทวงคืนพื้นที่ป่าในโครงฯที่ถูกบุกรุกไป จำนวน 80 ไร่ 2 งาน กลับคืนมา และแจ้งได้ความดำเนินคดีกับนายเจริญพร ศิริรัตน์ นายทุนจากจังหวัดสุราษฎร์ธานี ในวันที่ 21 มกราคม 2562 ยึดคืนอีพื้นที่ป่าในโครงการฯ จำนวน 164 ไร่ แจ้งความดำเนินคดีกับนายกิตติชัย เพชรใหญ่ นายทุนจากจังหวัดสุราษฎรธาณีไปแล้วนั้น 

วันนี้คณะเจ้าหน้าที่ดังกล่าว ได้เข้าดำเนินการ เดินหน้าปูพรมตรวจยึดแจ้งความดำเนินคดีกับนายทุนผู้บุกรุกพื้นที่ป่าไม้ 2484 ในโครงการฯดังกล่าว อย่างต่อเนื่อง และตรวจพบการบุกรุกครอบครองจากนายทุนบริเวณ หมู่ ที่ 6 ต.บ้านเนิน อ.หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์ โดยปลูกต้นยางพาราเป็นจำนวนมาก จากการตรวจสอบรังวัดนั้นเป็นพื้นที่ป่าในโครงการฯ จำนวน 7 แปลง เนื้อที่รวม 246.54 ไร่ สอบถาม นายธนาเทพ แก้วกบ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 6 ตำบลบ้านเนิน อำเภอหล่มเก่า แจ้งว่า พื้นที่ที่ถูกบุกรุกครอบครองปลูกยางพารา เป็นของนายทุนภาคใต้ 5 ราย ที่ได้ซื้อที่ดินในป่าในโครงการฯ มาจากชาวบ้านในหมู่บ้าน

คณะเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบพยานหลักฐานเพิ่มเติมจากเอกสารฐานข้อมูลการสำรวจพื้นที่โครงการฯ ตามคำสั่งสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่11 ที่982/2556 ลงวันที่ 25 ตุลาคม พ.ศ.2556 ปรากฏว่าเป็นของ นาย ศรชัย ศรทอง นายทุนจากจังหวัดสุราษฎร์ธานี 3 แปลง เนื้อที่รวม 105 ไร่ นายจิระเดช แซ่ภู่ นายทุนจากจังหวัดนครศรีธรรมราช 1 แปลงเนื้อที่ 39.32 ไร่  นายสมพร กาษจนธานี นายทุนจากจังหวัดนครศรีธรรมราช 1 แปลงเนื้อที่ 21.39 ไร่  นายนิพนธ์ ท้องอ่อน นายทุนจากจังหวัดนครศรีธรรมราช 1 แปลง เนื้อที่ 69.55 ไร่  นายพชร กาญจนธานี นายทุนจังหวัดกรุงเทพมหานคร 1 แปลง เนื้อที่ 11.28 ไร่ 

คณะเจ้าหน้าที่พิจารณาแล้วบุคคลทั้งหมดไม่เป็นราษฎรเดิมที่อาศัยและทำกินในที่เดิมในเขตนิคมสร้างตนเองสงเคราะห์ชาวเขาในลุ่มน้ำก้อลุ่มน้ำชุน ตามมติครม.18 มกราคม 2509 และไม่เป็นราษฎรเดิม ที่อยู่อาศัยหรือทำกินตามมติครม. 30 มิถุนายน 2541 และมติ ครม.26 พฤศจิกายน 2561และบุคคลทั้งหมด เป็นนายทุนเข้ามาซื้อพื้นที่ เพื่อปลูกต้นยางพาราหรือดำเนินการอื่นๆ จึงไม่ใช่บุคคลผู้ยากไร้ ผู้มีรายได้น้อย และผู้ที่ไร้ทำกินตามคำสั่งคสชที่ 66/57 ลงวันที่ 17 มิถุนายน 2557 คณะเจ้าหน้าเห็นการกระทำของบุคคลดังกล่าวมีความผิด ตามพ.ร.บ.ป่าไม้ 2484 มาตรา 54 55 และ 72 ตรี ประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 9 และมาตรา 108 ทวิ จึงนำส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรหล่มเก่า เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป 

นายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ ผอ.สบอ.11 กล่าวว่า ยังมีนายทุนที่บุกรุกครอบครองพื้นที่ป่าในโครงการฯ อีกหลายร้อยไร่ คณะเจ้าหน้าที่จะเดินหน้าตรวจสอบกวาดล้างดำเนินคดีตามกฎหมายให้หมด เพื่อนำพื้นที่ป่าในโครงการฯที่นายทุนครอบครองนำมาฟื้นฟูสภาพป่า ปลูกป่า 3 อย่าง เพื่อประโยชน์ 4 อย่าง เพื่อให้เกิดประโยชน์ส่วนรวมและสิ่งแวดล้อมที่ดีของชุมชนในท้องถิ่นต่อไป