ตร.สอบหนุ่มนั่งสมาธิเห็นศพ พร้อมยายวัย 79 คดีฆ่าเผาหนุ่มนิรนามคาห้องน้ำในปั้มร้าง

651

ตร.สอบหนุ่มนั่งสมาธิเห็นศพ พร้อมยายวัย 79 คดีฆ่าเผาหนุ่มนิรนามคาห้องน้ำในปั้มร้าง

ตร.เร่งแกะรอยกล้องวงจรปิด ซิมการ์ดและรถยนต์กระบะเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.วังกะพี้สอบหนุ่มนั่งสมาธิเห็นศพผู้เสียชีวิตและยายวัย 79 ผู้พบศพคนแรก เร่งแกะรอยคนร้ายจากกล้องวงจรปิดและซิมการ์ด ญาติ 4 ราย ทั้งในพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์ อยุธยาและตาก ติดต่อขอดูศพชายนิรนามเชื่อเป็นญาติของตนเองที่สูญหายไปเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานภาค 6 ลงพื้นที่ตรวจสอบรถยนต์กระบะต้องสงสัยอาจเอี่ยวคดีนี้ด้วย

เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 62 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีนายเกียรติศักดิ์ เสียนขุดทด หนุ่มวัย 30 ปี ชาวบ้านทุ่งยั้ง อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์ ตำแหน่งครูอัตราจ้างโรงเรียนอนุบาลอุตรดิตถ์ นั่งสมาธิจิตนิมิตเห็นศพผู้เสียชีวิต ชักชวนครอบครัวเดินทางไปตามที่นิมิตเห็นจนพบศพหนุ่มชายนิรนาม อายุประมาณ 25-40 ปี สูงไม่เกิน 170 เซนติเมตร ถูกฆ่าเผาอยู่ในห้องน้ำหญิงห้องที่ 4 ภายในปั้มน้ำมันร้างแห่งหนึ่ง พื้นที่หมู่ 8 บ้านดงช้างดี ต.หาดกรวด อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ และแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจประจำป้อมดงช้างดีทราบ

ต่อมาร้อยเวรพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน แพทย์เวรโรงพยาบาลอุตรดิตถ์ เข้าตรวจสอบชันสูตรพลิกศพ โดยมีเจ้าหน้าที่กู้ภัยวัดหมอนไม้ร่วมเก็บศพนำส่งโรงพยาบาลอุตรดิตถ์ และส่งต่อให้กับโรงพยาบาลพุทธชินราช จ.พิษณุโลก เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตต่อไป

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุไว้ประกอบสำนวนคดีประกอบด้วย กระป๋องน้ำมันขนาด 1 ลิตร รองเท้ายาง จำนวน 1 คู่ โทรศัพท์ถูกทำลายและถอดซิมการ์ดออกไปแล้ว จำนวน 1 เครื่อง ลายนิ้วมือแฝงบริเวณผนังกำแพงห้องน้ำจำนวนหนึ่ง

สำหรับคดีนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจพุ่งปมขัดแย้งส่วนตัว ปมชู้สาวและปมเรื่องธุรกิจมืด ที่ผู้ตายอาจเข้าไปรับรู้หรือรู้เห็นจนเป็นสาเหตุให้ถูกฆาตกรรม สำหรับคนร้ายที่ก่อเหตุคาดว่ามีไม่ต่ำกว่า 2 ราย ทั้งนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนขยายผลความคืบหน้า

โดยในวันนี้ นายเกียรติศักดิ์ พร้อมด้วยนางน้ำเย็น แก้วพันคำ (ยาย) ผู้ปฏิบัติธรรมวัดพระแท่นศิลาอาสน์ ได้เดินทางมายังสถานีตำรวจภูธรวังกะพี้ เข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อให้ปากคำเกี่ยวกับกรณีที่เดินทางไปพบศพหนุ่มนิรนาม อายุระหว่าง 25-40 ปี สูงไม่เกิน 170 เซนติเมตร ถูกฆ่าเผาอยู่ภายในห้องน้ำผู้หญิงของปั้มน้ำมันร้างแห่งหนึ่งในพื้นที่หมู่ 8 บ้านดงช้างดี ต.หาดกรวด อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ ติดถนนสายเอเชีย พิษณุโลก-อุตรดิตถ์ (ฝั่งขาล่อง)

ขณะที่นายเกียรติศักดิ์ นั่งสมาธิอยู่ที่บ้านช่วงวันศุกร์ที่ผ่านมา จิตลอยเข้านมัสการกราบสักการะพระแท่นศิลาอาสน์ จากนั้นจิตลอยไปพบเห็นศพผู้เสียชีวิตอยู่ในสถานที่แห่งหนึ่งไม่ทราบว่าเป็นที่ใด พบเห็นเพียงแค่ปลายเท้าที่ถูกเผาไหม้และไม่เห็นมีเล็บที่บริเวณเท้า ด้วยจิตใจที่สั่น จึงออกจากการนั่งสมาธิ แล้วนัดครอบครัวพร้อมยายน้ำเย็นเดินทางตามหาศพผู้เสียชีวิตที่พบเห็นตามนิมิต กระทั่งเดินทางมาพบศพผู้เสียชีวิตตามนิมิตจริง จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ป้อมดงช้างดีทราบ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานตำรวจภูธรจังหวัดอุตรดิตถ์และพนักงานสอบสวนเข้าตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม ที่ผ่านมา

นายเกียรติศักดิ์ ได้ให้ปากคำแก่พนักงานสอบสวนตามที่นั่งสมาธิเข้านิมิตเห็นภาพศพผู้เสียชีวิต พร้อมชักชวนครอบครัวร่วมเดินทางไปพิสูจน์ความจริงตามที่นิมิตเห็น โดยมีคุณยายน้ำเย็นร่วมให้ปากคำเริ่มตั้งแต่ที่นายเกียรติศักดิ์ชักชวนให้ร่วมเดินทางไปกับครอบครัวตามที่นิมิตเห็น เมื่อถึงห้องน้ำหญิงซึ่งอยู่ด้านหลังสุดของปั้มน้ำมันร้าง ได้กลิ่นควันไฟเกิดจากการเผาไหม้บริเวณห้องน้ำหญิงซึ่งมีทั้งหมด 10 ห้อง ลงจากรถแยกกันเดินตรวจสอบ คุณยายน้ำเย็นเดินมาถึงห้องน้ำหญิงห้องที่ 4 ได้กลิ่นศพคนตาย จึงเดินเข้าไปและพบศพผู้ชายนอนตายเสียชีวิตอยู่ เชื่อว่าเป็นศพที่นายเกียรติศักดิ์นิมิตเห็นจากการนั่งสมาธิ ระหว่างให้ปากคำ นายเกียรติศักดิ์ ได้มอบโทรศัพท์มือถือให้กับพนักงานสอบสวน เพื่อทำการตรวจสอบการใช้โทรศัพท์มือถือ พร้อมตรวจดีเอ็นเอร่างกายประกอบการให้ปากคำครั้งนี้ด้วยในฐานะพลเมืองดี

คุณยายน้ำเย็น กล่าวว่า หลังจากที่พบศพหนุ่มนิรนามถูกเผาในห้องน้ำหญิงของปั้มน้ำมันร้างเป็นคนแรก รู้สึกเฉยๆแต่สงสารและไม่ทราบว่าเป็นคนที่ไหน สอบถามชาวบ้านใกล้เคียงก็บอกว่าไม่มีใครหาย ช่วงค่ำคืนที่ผ่านมายายก็สวดมนต์แพร่เมตตาให้กับผู้เสียชีวิต หลานชายมีสมาธิในการปฏิบัติธรรมดีมาก แม่เป็นห่วงไม่อยากให้บวชพระกลัวจะไม่ยอมสึกออกมา เพราะหลานชายต้องคอยดูแลแม่ที่เป็นโรคเก๊าท์ นั่งสมาธิแล้วมักจะเจอศพคนตายบ่อย

นายเกียรติศักดิ์ กล่าวว่า ผู้ตายไม่ได้มาเข้าฝันหาผม แต่ผมทำสมาธิแล้วจิตของผมนำไปตรงจุดนั้นแล้วพบเจอศพ แลจึงพาครอบครัวออกค้นหา ดูว่าเขาเป็นใครแล้วจะจริงไหมหรือว่าเราคิดหลอนไปเอง สิ่งที่เกิดขึ้นกับผมคนเชื่อก็มีตัวผมเองก็ไม่ได้เชื่อร้อยเปอร์เซ็นต์ ไม่เคยเห็นผี เคยเห็นแต่ศพคนที่ตายแล้ว การฝึกสมาธิทำมาตั้งแต่เด็ก ช่วงเด็กเป็นคนสมาธิสั้น จึงถูกให้ทำสมาธิเรื่อย คนตายไม่ได้มาบอกอะไรผมแต่เกิดจากสมาธิจิตนิมิตเห็น และยายก็เดินไปพบเห็นกับตา แต่ก็ได้บอกกล่าวกับคนตายระหว่างที่เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบว่า “คุณผมช่วยแล้วนะ” จากนี้ไปให้รู้ว่าคุณเป็นใคร หากใกล้ไม่ไกลจากบ้าน เจอญาติเจอพี่เจอน้อง ผมจะไปทำบุญให้จะไปฟังพระสวดด้วย

หลังจากพบศพผู้เสียชีวิตตามนิมิตจากการเข้าสมาธิแล้ว รู้สึกโล่งว่าเราไม่ได้หลอนไปเอง ไม่ได้ไปดูข่าวดูหนังดูละครแล้วจำภาพติดตามาเราไปเห็นจริงๆ ดีที่ชวนมาหมดทั้งบ้าน หากมาคนเดียวนึกว่าถ้าไปแจ้งตำรวจคงถูกกล่าวหาว่าบ้าแน่ๆ แต่ก็นึกอยู่แล้วว่า หากแจ้งแล้วเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเชื่ออย่างไร จะบอกว่าเจออย่างไร แต่ยายก็บอกว่าให้เล่าไปตามความเป็นจริงที่เห็น จึงตัดสินใจแวะป้อมแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งนี้ จะติดตามข่าวเรื่องนี้เหมือนกันว่าผู้ตายเป็นใคร

ผู้สื่อข่าวถามว่า พอที่จะให้นั่งสมาธิสื่อสารกับคนตายได้หรือไม่ว่าเป็นใคร มาจากไหนอย่างไร นายเกียรติศักดิ์ ตอบว่า ไม่สามารถทำได้ถึงขนาดนั้น ตนใช้ชีวิตปกติไม่ใช่คนเห็นผี แต่จะเห็นลักษณะเป็นสิ่งที่ตายไปแล้วหรือไม่มีชีวิตแล้วมากกว่า ตายอย่างนี้ ตายอยู่ตรงนี้แค่นั้นเอง

ตอนนี้ตำรวจเพ่งเป้ามาที่ผมว่าผมเป็นคนเจอศพ แน่นอนว่าจะต้องเป็นหนึ่งในผู้ต้องสงสัย ซึ่งมันไม่น่าจะมีใครเข้าไปเห็นได้โดยบังเอิญ แต่บริเวณนั้นมองเป็นทางเหมือนมีรถเข้าออกอยู่ตลอดเวลา ตนไม่ต้องการรู้ว่าใครเป็นผู้ทำให้เขาตาย เพียงแต่อยากรู้ว่าผู้ตายเป็นใครเท่านั้นเอง

ระหว่างที่พนักงานสอบสวนทำการสอบปากคำนายเกียรติศักดิ์ และคุณยายน้ำเย็นอยู่นั้น ได้มีโทรศัพท์เข้ามายังสถานีตำรวจภูธรวังกะพี้ขอสายร้อยเวรคดี โดยคู่สายโทรศัพท์แจ้งว่ามาจากอยุธยามีคนสูญหาย จึงอยากขอดูศพผู้เสียชีวิตด้วย พนักงานสอบสวนได้แจ้งให้มาที่สถานีตำรวจ เพื่อขอตรวจดีเอ็นเอญาติกับศพผู้เสียชีวิตว่าตรงกันหรือไม่อย่างไร จึงจะทราบผลคนตายในคดีนี้ และมีคู่สายโทรศัพท์จากอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก โทรเข้ามาสอบถามเรื่องศพผู้ตายด้วยเช่นกัน เพื่อขอดูศพพนักงานสอบสวนได้แจ้งให้มาที่สถานีตำรวจภูธรวังกะพี้

ขณะเดียวกันนางเย็น อนุรักษ์ชมพู อายุ 69 ปี ชาวบ้านจากอำเภอท่าปลา จังหวัดอุตรดิตถ์ เดินทางมาขอพบพนักงานสอบสวน เพื่อขอดูศพชายนิรนามที่เสียชีวิตจากเหตุถูกฆ่าเผาในห้องน้ำหญิง ปั้มน้ำมันร้างพื้นที่ตำบลดงช้างดี บอกว่าลูกชายได้หายออกจากบ้านไปนานกว่า 1 ปี ไม่เคยกลับบ้านเลย ทราบจากข่าวสื่อทีวีจึงอยากมาขอดูศพคนเสียชีวิตว่าใช่ลูกชายหรือไม่

โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจให้นั่งรอเจ้าหน้าที่จากกองพิสูจน์หลักฐานตรวจสอบดีเอ็นเอจากร่างกายนางเย็นเพื่อเปรียบเทียบกับศพชายนิรนามที่ถูกฆ่าเผาภายในปั้มน้ำมัน แล้วจะแจ้งให้ทราบผลในภายหลัง

ด้าน พ.ต.อ.ฉัฐวัชร วงศ์วาสน์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรวังกะพี้ กล่าวว่า ศพชายนิรนามผู้เสียชีวิตจากเหตุฆาตกรรมอำพรางแล้วนำศพมาเผาทิ้งในห้องน้ำหญิงกลางปั้มน้ำมันร้าง ตอนนี้พนักงานสอบสวนได้นำร่างส่งตรวจพิสูจน์สาเหตุการเสียชีวิตที่โรงพยาบาลพุทธชินราช จ.พิษรุโลก รอผลตรวจไม่เกิน 2 สัปดาห์ ส่วนคดีกำลังเร่งติดตามสืบหาผู้เสียชีวิตว่าเป็นใครมาจากไหนให้ได้ก่อน ด้วยการกระจายข่าวออกจากสถานีตำรวจในหลายท้องที่ของจังหวัดอุตรดิตถ์และจังหวังใกล้ เคียง ตอนนี้เริ่มมีผู้แจ้งคนหายเข้ามาประมาณ 3-4 ราย ทั้งในพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์ จังหวัดตากและจังหวัดอยุธยา

โดยพนักงานสอบสวนจะต้องเก็บตรวจดีเอ็นเอญาติผู้แจ้งบุคคลสูญหายทุกรายเอาไว้เปรียบเทียบกับศพผู้เสียชีวิต หากพบดีเอ็นเอตรงกับญาติจะทำให้การสืบสวนง่ายขึ้นตอนนี้ตำรวจภูธรวังกะพี้เร่งดำเนินการอย่างเต็มที สั่งการให้ชุดสืบสวนออกตรวจกล้องวงจรปิดบริเวณให้เคียงกับจุดเกิดเหตุและบริเวณโดยรอบ เพื่อหารถต้องสงสัยที่นำศพเข้ามายังปั้มน้ำมันร้าง

สำหรับเครื่องโทรศัพท์ที่พบจุดเกิดเหตุ ตอนนี้กำลังตรวจสอบเกี่ยวกับข้อมูลที่เก็บภายในเครื่องถึงแม้นจะไม่มีซิมการ์ดอยู่ แต่เครื่องจะมีพื้นที่ส่วนหนึ่งในการจัดเก็บข้อมูล ซึ่งให้ฝ่ายเทคนิคดำเนินการตรวจสอบอยู่

ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่จากกองพิสูจน์หลักฐาน นิติวิทยาศาสตร์ ตำรวจภูธรภาค 6 จำนวน 5 นาย ได้เร่งเข้าตรวจสอบรถยนต์กระบะแคบ ยี่ห้ออีซูซุ สีดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรวังกะพี้ได้ทำการขนย้ายรถคันดังกล่าวซึ่งจอดอยู่ริมถนนสายเอเชีย พิษณุโลก-อุตรดิตถ์ ขาขึ้น และอยู่เยื้องกับปั้มน้ำมันร้าง มาไว้ที่โรงพัก โดยมีชาวบ้านแจ้งว่าจอดไว้นาน 2 วันแล้ว

การตรวจสอบหมายเลขคัดซีรถ ตัวถังรถ รอยนิ้วมือแฝงที่อยู่ภายในรถและที่ประตูรถยนต์กระบะทั้ง 2 ด้าน เพื่อเก็บข้อมูลทางคดีไว้เป็นหลักฐาน หากเกี่ยวข้องกับคดีฆ่าเผาหนุ่มนิรนามในห้องน้ำหญิงกลางปั้มน้ำมันร้าง จะได้นำไปเชื่อมโยงกัน

ปวินท์ อินกล่ำ รายงาน