พิษณุโลก“ข่มขู่”รศ.ดร.ม.นเรศวร ร่วมแบน 3 สารพิษตกค้างในผัก พาราควอต ไกลโฟเซต คลอร์ไพริฟอส

872

พิษณุโลกข่มขู่รศ.ดร..นเรศวร ร่วมแบน 3 สารพิษตกค้างในผัก พาราควอต ไกลโฟเซต คลอร์ไพริฟอส

ระบุทำงานวิจัยเพื่อสังคมรับรู้ถึงภัยอันตราย  ยืนยันพบสารเคมีหลายจังหวัดอยู่ในระดับไม่ปลอดภัยโดยเฉพาะคลอร์ไพริฟอสตกค้างเยอะในผักเนื่องจากเป็นยาฆ่าแมลงแนะนำให้เลิกใช้เท่านั้น

วันที่ 5 ตุลาคม 2562 รศ.ดร.พวงรัตน์ ขจิตวิชยานุกูล ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยเพื่อความเป็นเลิศทางวิชาการและนวัตกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม/ อาจารย์ภาควิชาวิศวกรรมโยธาสาขาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยนเรศวร ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ว่า กรณีถูกขู่ระหว่างขึ้นเครื่องบินและมีคนเดินตาม ถามว่าจะพูดอะไรอีกหรือจะพูดเรื่องสารเคมีเหล่านี้ไม่ดีอย่างไรอีกหรือ

ผู้สื่อข่าวถามว่า ย่อมรู้ตัวผู้ข่มขู่หรือไม่ รศ.ดร.พวงรัตน์ตอบว่าประเด็นข่มขู่ไม่อยากตอบ เพราะทำงานตรงนี้ย่อมมีคนไม่เห็นด้วยและไม่สร้างสรรค์ หากตอบเรื่องกรณีข่มขู่  ส่วนจะไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือไม่นั้น รศ.ดร.พวงรัตน์ กล่าวว่าจริงๆแล้วตนระวังตัวเองมาตลอดเพียงจะบอกว่าถ้ากลัวแล้วไม่ลุกขึ้นมาทำประโยชน์ให้คนทั้งประเทศถึงภัยอันตรายสารเคมี ถามว่าแล้วจะทำวิจัยไปเพื่ออะไร อยากบอกว่าควรไหมที่คุณมาข่มขู่ในสิ่งที่เขาเป็นห่วงพวกคุณ

เมื่อถามว่าเคยคุยกับอาจารย์ที่ถูกขู่ฆ่าเหมือนกันไหม รศ.ดร.พวงรัตน์ กล่าวว่า ต้องไปดูแต่ละคนเพราะเหตุการณ์ไม่เหมือนกปกติตนไม่มีศัตรูคนผ่านมาผ่านไปไม่อยากใส่ใจเพราะหน้าที่เราทำงานวิจัยเอาเงินภาษีราษฎรมาทำงานวิจัยเมื่อเจองานที่มีผลกระทบกับคนส่วนมากจำเป็นต้องนำเสนอว่าสารพาราควอตไกลโฟเซตและคลอร์ไพริฟอสที่คนไทยใช้กันมานานมันเป็นอันตรายต่อสังคมมีสารเคมีตกค้างต่อคนไทยทั้งประเทศแต่ไม่ได้บอกให้ตื่นตัว”

..ดร.พวงรัตน์กล่าวอีกว่าตนในฐานะนักวิจัยพยายามบอกว่าสิ่งที่เราทำคือเจตนาที่ดีบอกและประกาศต่อสังคมว่าสารเคมีกำลังเป็นปัญหาตกค้างเป็นภัยอันตรายต่อคนไทยแต่ก็ไม่แปลกที่คนไม่เชื่ออ้างว่าอยู่ไกลตัวแต่ถ้าใครไม่ยอมรับคงต้องไปตรวจเลือดดูก่อนไม่ต้องใช้วิธีข่มขู่ควรต้านด้วยสันติวิธีโดยเฉพาะคนที่ข่มขู่ฆ่าตนนั้นบอกได้เลยให้ไปตรวจเลือดก่อน จริงๆแล้วตำรวจก็อยู่รอบตัวเพราะตนทำเรื่องนี้มานานแล้วอยากให้คนไทยไปสนใจในสิ่งที่ควรสนใจคือชีวิตคนไทยที่กำลังกินอาหาร(ผัก) ไม่ปลอดภัยจะดีกว่าไหม

รศ.ดร.พวงรันต์  กล่าวด้วยว่า ถ้าผ่านไปได้จะถือว่าครั้งนี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงของคนกลุ่มใหญ่การเปลี่ยนแปลงของคนทั้งประเทศคือทำให้อาหารปลอดภัยเนื่องจากรพ.สต.หลายจังหวัดตนไปตรวจคนในกลุ่มเสี่ยงพบว่าเจอสารเคมี(ยาฆ่าแมลง)ในร่างกายระดับ50 เปอร์เซ็นต์บางจังหวัดเจอ70 เปอร์เซ็นต์ ข้อเสนอแนะของนักวิจัยก็บอกว่ายกเลิกไม่ใช่จำกัดการใช้เพราะนักวิจัยบอกแล้วว่ามีสารพิษตกค้างไม่ใช่นักวิจัยเพียงคนเดียวเพราะมีนักวิจัยหลายคนซึ่งนักวิจัยฝั่งหมอก็พบอีกและบอกว่าภัยอันตรายใกล้ตัวแล้วแต่ก็สงสัยทำไมไม่สั่งยกเลิกการใช้สารเคมีอันตรายทั้งพาราควอตไกลโฟเซตและคลอร์ไพริฟอส

รศ.ดร.พวงรัตน์ กล่าวต่อไปว่า ซึ่งคนที่มีอำนาจในรูปคณะกรรมการวัตถุอันตรายจากคนมีหน้าที่ทั้ง  5 กระทรวงถึงเวลาแล้วที่ตัดสินใจว่าจะเอาอย่างไร  ต้องตัดสินใจบนฐานความจริงข้อเสนอแนะนักวิจัยของตนคือไม่ใช้สารเคมีดีกว่าไหม!! ควรเป็นเกษตรอินทรีย์ดีกว่าไหม!! ส่วนการทดแทนหรือสารเคมีอื่นนั้นต้องไปถามกรมวิชาการเกษตรหลักการของตนที่ทำงานวิจัยซึ่งไม่เกี่ยวกับทางแพทย์แต่ยืนยันว่างานวิจัยตนลงลึกถึงการใช้สารเคมีพาราควอตไกลโฟเซตและคลอร์ไพริฟอสโดยเฉพาะการปลูกผักยืนยันว่าแหล่งปลูกผักหลายแห่งหลายจังหวัดใช้ใช้สารเคมีจำนวนมากมีสารตกค้างในผักและในน้ำหลายครั้งที่ไปตรวจแปลงผักและตลาดสดยืนยันว่า  พบสารเคมีอยู่เรื่อยๆในระดับที่ไม่ปลอดภัยโดยเฉพาะสารคลอร์ไพริฟอสตกค้างเยอะในผักเนื่องจากเป็นยาฆ่าแมลงถือว่าใช้มากที่สุด

เนื่องจากมีผลทำให้ใบผักสวยไม่มีแมลงกัดกินไม่เป็นรูอยากได้ใบสวยๆกลายเป็นที่ต้องการของผู้บริโภคแต่กลับพบว่ามีสารตกค้างเพียบแต่ยืนยันว่าแปลงเกษตรอินทรีย์ไม่มีเนื่องจากไม่ได้ใช้สารเคมีส่วนข้ออ้างที่ว่าใช้สารคลอร์ไพริฟอสและเว้นเวลาก่อนการเก็บเก็บหรือนำผักไปขายก็ยังไม่รู้อีกว่าพ่นยานานเท่าใดแต่สิ่งที่นักวิจัยทำคือไปตรวจสอบสารตกค้างจริงไหมซึ่งทุกครั้งที่ไปเก็บหลายจังหวัดทั้งเพชรบูรณ์พิษณุโลกแม่สอดฯลฯพบหมด

กรณีพ่นยาฆ่าหญ้าถามว่าพาราคอตพาราคอตเจอในดินแล้วไหลลงสู่แหล่งน้ำซึ่งจังหวัดน่านเจออาทาซีนเป็นยาฆ่าหญ้าเพิ่มมาอีกนอกเหนือที่พบพาราควอตไกลโฟเซตและคลอร์ไพริฟอสส่วนสารเคมีตกค้างที่ใดต่อต้องไปดูว่าใช้พาราคอตนานกี่ปีหากใช้นานๆก็สะสมในดินเหนียวมากกว่าดินทรายพอเวลา30-40 ปีก็ถูกปลดปล่อยออกมาไหลสู่แหล่งน้ำแล้วก็เจอในปลากบฯลฯมีสารพาราวอตไกลโพเสทอาทาซีนเจอในปลา จากนั้นคนเรากินปลาสารเคมีเข้าสู่ร่างกายมนุษย์ก็มีโอกาสเจอได้อีกแต่ความแข็งแรงร่างกายไม่เหมือนกันทั้งนี้.มหิดลท่านหนึ่งเคยวิจัยและไปตรวจเจอแม่รายหนึ่งซึ่งพบว่าสารเคมีอยู่ในขี้เถาเด็กหรืออุจระของเด็กแรกเกิดนั่นคือสิ่งที่นักวิจัยพบและบอกว่าสารเคมีพาราคอตเป็นตกค้างและเป็นสิ่งที่น่ากลัวอันตราย

กรมส่งเสริมสุขภาพสิ่งแวดล้อมและกรมส่งเสริมวิชาการเกษตรของรัฐไปตรวจเองก็ยังพอสารเคมีตกค้าง แต่ก็สงสัยว่าทำไมข้อมูลปริมาณนำเข้าปี60 61 จากกรมศุลกากรหายไปซึ่งปกติมีการนำเข้าปริมาณยอดเงินจำนวนเท่าใดแต่วันนี้ข้อมูลดังกล่าวกลับหายไปและบอกไม่ได้ว่าตัวเลขหายไปไหนหลังจากปรากฎข่าวแบน3 สารเคมี.วันนี้ต้องไปถามคณะกรรมการวัตถุอันตรายจะทำอย่างไรต่อไป