ป.ป.ช. เผยแพร่ผลคดีชี้มูลความผิด “บงกชพร กัณฑ์อเนก” อดีต พนง.ธนาคารออมสิน สาขาเชียงแสน

129

ป.ป.ช. เผยแพร่ผลคดีชี้มูลความผิด “บงกชพร กัณฑ์อเนก” อดีต พนง.ธนาคารออมสิน สาขาเชียงแสน

ปลอมลายมือลูกค้า-ผู้จัดการฯ ถอนเงินบัญชีฝาก ล่าสุด ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืนโทษ 73 กระทง จำคุก 182 ปี 6 ด. หลังให้การรับสารภาพได้ลดโทษกึ่งหนึ่ง แต่โดนจริง 50 ปี

สำนักข่าวอิศรา www.isranews.org รายงานว่า เมื่อเร็วๆ นี้ เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เผยแพร่ผลการพิจารณาคดี นางบงกชพร กัณฑ์อเนก เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งพนักงานปฏิบัติการ ธนาคารออมสิน สาขาเชียงแสน จังหวัดเชียงราย ปลอมลายมือชื่อลูกค้า และผู้จัดการสาขา แล้วถอนเงินในบัญชีเงินฝากของลูกค้าไปเป็นประโยชน์ส่วนตน ซึ่งถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์กรหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 มาตรา 4 และ มาตรา 11 และ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 265 และ มาตรา 268 ตั้งแต่เมื่อวันที่ 13 ต.ค.2558  ที่ผ่านมา

ความคืบหน้าล่าสุด ศาลอุทธรณ์ มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 24 ธ.ค.2561 ยืนตามศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 5 ว่า นางบงกชพร กัณฑ์อเนก มีความผิดตาม มาตรา 268 วรรคแรก วรรคสอง ประกอบมาตรา 265 และมีความผิดตามมาตรา 4 และมาตรา 11 พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์กรหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตาม ป.อาญา มาตรา 91 โดยแต่ละกรรมเป็นกรรมเดียว เป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทให้ลงโทษ ตามมาตรา 4 ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด ตามมาตรา 90 จำคุกกระทงละ 5 ปี รวม 73 กระทง ให้การรับสารภาพลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่ง ตาม ป.อาญา มาตรา 78 คงจำคุกกระทงละ 2 ปี 6 เดือน รวม 73 กระทง เป็นจำคุก 182 ปี 6 เดือน เมื่อรวมโทษทุกกระทงแล้ว คงให้จำคุก 50 ปี ตาม ป.อาญา ม.91 (3)

สำหรับประมวลกฎหมายอาญา มาตรา  265  ระบุว่า ผู้ใดปลอมเอกสารสิทธิ หรือเอกสารราชการ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงห้าปี และปรับตั้งแต่หนึ่งหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนบาท

มาตรา 268  ระบุว่า ผู้ใดใช้หรืออ้างเอกสารอันเกิดจากการกระทำความผิดตามมาตรา 264 มาตรา 265 มาตรา 266 หรือมาตรา 267 ในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ต้องระวางโทษดังที่บัญญัติไว้ในมาตรานั้น ๆ ถ้าผู้กระทำความผิดตามวรรคแรกเป็นผู้ปลอมเอกสารนั้น หรือเป็นผู้แจ้งให้เจ้าพนักงานจดข้อความนั้นเองให้ลงโทษตามมาตรานี้แต่กระทงเดียว

เบื้องต้น คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีการประชุมลงมติ เมื่อวันที่ 3 ก.ค.62 เห็นชอบตามความเห็นของอัยการสูงสุด (อสส.)ที่จะไม่ฎีกาคำพิพากษาศาลอุธรณ์