ตำรวจอุตรดิตถ์ คุมตัวผู้ต้องหาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ วิ่งราวทรัพย์ต่อเนื่อง 2 จุด(คลิป)

454

ตำรวจอุตรดิตถ์ คุมตัวผู้ต้องหาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ วิ่งราวทรัพย์ต่อเนื่อง 2 จุด


เมื่อวันที่ 26 ก.ย. 62 เวลา 18.35 น.กล้องวงจรปิดได้จับภาพ ชายขับรถยนต์เก๋งสีเขียว หมายเลขทะเบียน กจ 4509 อุตรดิตถ์ ไปจอดบริเวณหน้าร้านขายกล่องพัสดุ ในเขตเทศบาลเมืองอุตรดิตถ์ ก่อนจะลงจากรถไปหยิบเอากระเป๋าของ นายอนุวัฒน์ ปานเพ็ง ลูกจ้างร้านขายกล่องพัสดุ ซึ่งวางอยู่บนโต๊ะหินอ่อนบริเวณหน้าร้าน แล้ววิ่งขึ้นรถขับออกไปอย่างรวดเร็ว

จากนั้นยังได้ไปก่อเหตุวิ่งราวกระเป๋าของ นางสาววัฒนา ปัทมะสุคนธ์ อายุ 62 ปี ขณะมาทำธุรกรรมที่ตู้เอทีเอ็ม หน้าธนาคาร ธกส.สาขาอุตรดิตถ์ แล้วขับรถหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว เหตุเกิดเมื่อช่วงเย็นของวันที่ 26 ก.ย.2562 ที่ผ่านมา

วันนี้ (27 ก.ย.2562) เวลา 15.00 น. พ.ต.อ.ดิษยเดช พัชรภูวดล ผกก.สภ.เมืองอุตรดิตถ์ พร้อมด้วย ร.ต.อ.สนิท น้อยเซ็น รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองอุตรดิตถ์ ได้ควบคุมตัว นายอัครเดช คำโยธา อายุ 33 ปี ชาวบ้าน ต.ฝายหลวง อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์ มาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ หลังได้ก่อเหตุวิ่งราวกระเป๋าต่อเนื่องกัน 2 จุด โดยมีเหตุจูงใจมาจากปัญหาเรื่องการเงินไม่พอใช้


นางสาววัฒนา ปัทมะสุคนธ์ อายุ 62 ปี ผู้เสียหาย กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุ ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์มาฝากเงินเข้าบัญชีที่ตู้เอทีเอ็ม ธนาคาร ธกส.สาขาอุตรดิตถ์ และเมื่อโอนเงินเสร็จได้เดินมาที่รถจักรยานยนต์ที่จอดไว้ ระหว่างนั้นแขวนกระเป๋าทรัพย์สินไว้ที่แขนข้างซ้าย และต่อมาได้มีชายสวมเสื้อเชิ้ตแขนสั้นสีกลมท่า กางเกงขายาว ผมรองทรงสั้น ได้เปิดประตูรถยนต์เดินมาทำทีสอบถามทางไปจังหวัดแพร่ และกระชากกระเป๋าจากแขนของผู้เสียหายแล้วขับขี่รถยนต์หลบหนีไป

โดยทรัพย์สินที่ถูกคนร้ายวิ่งราวไปมีเงินสด จำนวน 13,800 บาท สมุดบัญชีเงินฝากธนาคารกรุงไทย 1 เล่ม พร้อมบัตรเอทีเอ็ม สมุดบัญชีเงินฝากธนาคาร ธกส. จำนวน 2 เล่ม พร้อมบัตรเอทีเอ็มและรหัส จำนวน ๑ ใบ บัตรเครดิต บัตรประชาชน และสมุดบัญชีเงินฝากธนาคาร พร้อมบัตรเอทีเอ็ม ของหลานชายผู้เสียหาย

พ.ต.ท.ดิษยเดช กล่าวว่า เมื่อ 26 ก.ย.2562 เวลาประมาณ 18.35 น. ได้รับแจ้งมีเหตุวิ่งราวทรัพย์ บริเวณข้างตู้เอทีเอ็ม ธนาคาร ธกส.สาขาอุตรดิตถ์ ซ.8 ถ.บรมอาสน์ ต.ท่าอิฐ อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ จึงเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบกระเป๋าคาดเอวหล่นอยู่ จึงทำการตรวจสอบตามบัตรประชาชนที่พบในกระเป๋า ทำให้ทราบว่ากระเป๋าดังกล่าวได้ถูกวิ่งราวมา

โดยมีภาพจากกล้องวงจรปิดจับภาพไว้ได้ จึงร่วมกับชุดสืบสวน ออกติดตามจนทราบว่า ผู้ก่อเหตุคือ นายอัครเดชฯ จึงตามไปจับกุมตัวไว้ได้ที่บ้านพัก ซึ่งนายอัครเดช ก็ได้รับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุดังกล่าวจริง จากการเช็คประวัติยังทราบอีกว่า นายอัครเดชฯ นั้นเคยถูกจับกุมในข้อหาเสพยาเสพติด มาแล้ว 1 ครั้ง เมื่อปี 2560

ปวินท์ อินกล่ำ รายงาน