“เหล็กไหล” ฤา “เหลวไหล”

333

“เหล็กไหล” ฤา “เหลวไหล”

เรื่องราว “เหล็กไหล” ดูเหมือนจะผุดโผล่กลายเป็นประเด็นข่าวออกมาฮือฮา เพราะมีนักการเมืองทั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) แม้กระทั่ง ส.ต.(สอบตก)ออกมาชี้แจงบัญชีทรัพย์สิน และสิ่งของสะสม เผยแพร่สื่อต่างๆรวมทั้งสื่อออนไลน์ กระทั่งผู้ที่เชื่อว่าครอบครอง “เหล็กไหล”อยู่ยังแสดงตนกันอย่างต่อเนื่อง

ซึ่งอาจทำให้สังคมงุนงง สงสัย กังขา มองกันหลายมุม อีกทั้งพระเครื่อง พระบูชา เครื่องรางของขลัง ตีราคาค่างวด หรือมูลค่ากันเป็นจำนวนไม่น้อย ทำให้หลายคนเข้าใจว่าจะสร้างราคา หรือว่าโอ้อวด

โดยเฉพาะ “เหล็กไหล”ถูกนำมาโยงอยู่ในบัญชีทรัพย์สิน อีกทั้งตั้งราคามีมูลค่าค่อนข้างสูง จึงเกรงว่าผู้คนในสังคมที่ไม่ทราบเรื่องราวในเชิงลึกและข้อเท็จจริงที่ยากยิ่งจะพิสูจน์ทราบแค่ไหนเพียงใด เกี่ยวกับเรื่อง “เหล็กไหล”จึงอาจถูกคนรุ่นหลังและไม่ทราบเรื่องราวพอได้ยินได้ฟังบางคน อาจคิดเตลิดเปิดเปิงไปไกล จนกลายเป็นเรื่อง “เหลวไหล”

หากกล่าวถึง “เหล็กไหล” ความน่าเชื่อถือจากเรื่องราวที่จะได้นำมาพิจารณาใคร่ครวญ ซึ่งน่าจะได้มีการศึกษาและค้นคว้า เพื่อต้องการทราบข้อเท็จจริงถึงธาตุกายสิทธิ์จริงหรือไม่ และมีฤทธานุภาพมากมายเพียงใด

จนในที่สุด สิ่งที่ผมได้จดจำได้ว่าเคยอ่านและผ่านตา “พนมเทียน”เคยเขียนลงใน น.ส.พ.เดลินิวส์ หลาย 10 ปีก่อน เพราะเพียงต้องการศึกษาข้อเท็จจริงเกรงว่าจะโดนต้มเปื่อย  จึงพยายามควานหาจนพบหนังสือที่สำนักพิมพ์นำมารวมเล่ม“พ็อกเก็ตบุ๊ค”และในที่สุดได้มาครอบครอง นานนับ 10 ปี หนังสือชุดเหล็กไหล จำนวน 4 เล่ม ที่รวบรวมและเรียบเรียงโดย“พนมเทียน” เจ้าของบทประพันธ์นามระบือ ที่บอกเล่าเบื้องลึกของ “เหล็กไหล” เพราะการได้มาและการรักษาครอบครองมิใช่ง่ายดาย หนังสือทั้ง 4 เล่มเนื้อหาแก่นแท้ระหว่างบรรทัดเข้มข้นชวนติดตามอย่างระทึก

“คำนำ” หนังสือ “เหล็กไหล” ที่ “รักชนก นานทอน” สำนักพิมพ์ ณ บ้านวรรณกรรม ได้เขียนไว้มีข้อความบางตอนว่า “สำหรับนวนิยายเหล็กไหลเรื่องนี้เป็นการรวบรวม เอาสรรพศาสตร์และประสบการณ์อีกมุมหนึ่งของ “พนมเทียน”มานำเสนอโดยเรียงร้อยขึ้นจากคำบอกเล่าของ “ทันตแพทย์วิชิต ตริชอบ” ผ่านหน้ากระดาษของหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ในช่วงเดือนเมษายน 2523 ถึงเดือนมกราคม 2525

ซึ่งนับเป็นที่ฮือฮามาก เพราะเป็นเรื่องเล่าในเชิงสารคดี นามปากกา “พนมเทียน”นักอ่านรุ่นเก่าคงจดจำกันได้ ซึ่งเป็นเจ้าของบทประพันธ์สุดยอดวรรณกรรมคลาสสิคของเมืองไทย เรื่อง“เพชรพระอุมา” “ศิวาราตรี” “เล็บครุฑ” เป็นต้น

ต่อมาในปี 2540 “ฉัตรชัย วิเศษสุวรรณภูมิ”เจ้าของนามปากกา “พนมเทียน”ได้รับรางวัลศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์

จึงนับว่าหนังสือ “เหล็กไหล”ที่ “พนมเทียน” บันทึกเรื่องราวคำบอกเล่า รวบรวมตำนานเล่าขานโบราณนานมา เกี่ยวกับฤทธานุภาพในทางคงกระพันชาตรี และวัตถุที่ผู้คนกล่าวอ้างตั้งราคา ยากยิ่งที่จะมีใครพิสูจน์ทราบได้ว่าเป็นของจริง

หากทว่าได้มีโอกาสอ่านหนังสือ”เหล็กไหล” ของ “พนมเทียน”คงช่วยสร้างความรับรู้ให้มีความกระจ่างชัดเจนขึ้นในระดับหนึ่ง ระบุไว้เพียงสองสี คือ “ท้องปลาไหล”และ”ปีกแมลงทับ” ซึ่งอาจทำให้มีบางคนล้มเลิกที่จะแสวงหาและโบกมือลาไปในที่สุด

กร บ้านกร่าง /รายงาน