พิษณุโลก นายก “ลุงตู่” ตรวจเยี่ยมและมอบสิ่งของประชาชนประสบภัยน้ำท่วม

วันที่ 4 กันยายน 2562 พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว้าการกระทรวงกลาโหม ลงพื้นที่ตรวจความเสียหายและเยียวยาผู้ประสบภัยน้ำท่วมในจังหวัดพิษณุโลก และสุโขทัย หลังพายุ “โพดุล”ได้ถล่มในหลายจังหวัด หลังจากคณะนายกฯ เดินทางจากสนามบินกองบิน 46 มามารับฟังปัญหา ประชุมติดตามสถานการณ์ และแนวทางการแก้ปัญหาที่ห้องประชุมสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ศาลากลางจังหวัด พิษณุโลก

 

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงห่วงใยและมีพระราชกระแสรับสั่งให้รัฐบาลดูแลประชาชนอย่างดีที่สุด นอกจากนั้น นายกรัฐมนตรี กำชับเรื่องพื้นที่กักเก็บน้ำไม่ให้เกิดการระบายน้ำทิ้งอย่างเดียวแต่ต้องเอาน้ำกลับมาใช้ประโยชน์ ทางด้านพื้นที่การเกษตรด้วย พร้อมย้ำว่ารัฐบาลมีโครงการช่วยเหลือระยะสั้นประชาชนที่ได้รับผลกระทบ/ส่วนเรื่องงบประมาณโครงการใดที่สำคัญรัฐบาลก็พยายามผลักดัน ส่วนการเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบ กระทรวงการคลังมีหลักเกณฑ์อยู่แล้ว พร้อมย้ำว่าข้าราชการระดับจังหวัดจะต้องทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ/โดยเฉพาะการประชาสัมพันธ์แจ้งข่าวให้กับประชาชน

 

จังหวัดได้รายงาน สถานการณ์น้ำในเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน ปริมาณน้ำเก็บกักสูงสุด 939 ล้าน ลบ.ม. ปัจจุบันเก็บกัก 276 ล้าน ลบ.ม. (คิดเป็น 29%) ปริมาณน้ำใช้การ 234 ล้าน ลบ.ม. (คิดเป็น 26%) น้ำไหลเข้า 22.07 ล้าน ลบ.ม. ระบายน้ำ 0.12 ล้าน ลบ.ม.ปริมาณฝนสะสมจังหวัดพิษณุโลก 1 ม.ค.-31 ส.ค. 2562 ปริมาณฝนสะสม 626.50 มม. (ค่าเฉลี่ยรายปีสะสม 1,317.00 มม. )

สถานการณ์อุทกภัย แม่น้ำชมพู อำเภอเนินมะปราง ได้รับอิทธิพลของพายุโพดุล ทำให้เกิดน้ำท่วมบ้านเรือน จากต้นน้ำ ตำบลชมพู อำเภอเนินมะปราง จังหวัดพิษณุโลก และ ไหลผ่าน อำเภอวังทอง, อำเภอบางกระทุ่ม ลงสู่แม่น้ำน่าน ตำบลท่าหลวง อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร ปัจจุบัน อำเภอเนินมะปราง เข้าสู่ภาวะปกติ

ส่วนแม่น้ำวังทอง อำเภอวังทอง ต้นน้ำมาจากเทือกเขา จังผวัดเพชรบูรณ์ รวมเป็นแม่น้ำเข็ก เอ่อล้นตลิ่ และผ่าน อำเภอวังทอง ซึ่งเรียกว่า แม่น้ำวังทอง ไหลท่วมย่านเศรษฐกิจตลาด 120 ปีวังทอง จากนั้นไหลสู่ อ.บางกระทุ่ม จ.พิษณุโลก ไหลต่อไปที่ ตำบลท่าฬ่อ อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร คาดว่าภายใน 2-3 วัน น้ำท่วมในเขต อำเภอวังทองจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ

ดังนั้น เพื่อการบริการจัดการน้ำเพื่อแก้ปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งอย่างยั่งยืนจังหวัดพิษณุโลก โดยผู้ว่าราชการจังหวัดได้บูรณาการ แนวทางการแก้ไขปัญหาระยะยาว คือ
โครงการพัฒนาลุ่มน้ำคลองชมพู โดยการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำคลองชมพู ตำบลชมพู อำเภอเนินมะปราง จังหวัดพิษณุโลก เพื่อเป็นแหล่งเก็บกักน้ำ ความจุ 90 ล้าน ลบ.ม. และบรรเทาปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ อำเภอเนินมะปราง, อำเภอบางกระทุ่ม จังหวัดพิษณุโลก และ จังหวัดพิจิตร งบประมาณ 2,000 ล้านบาท

กรมชลประทานเคยได้ว่าจ้างสำรวจออกแบบ แต่ติดปัญหากลุ่มอนุรักษ์ต่อต้านในพื้นที่ ต้องการให้กรมชลประทานทบทวนการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) อีกครั้ง
โครงการพัฒนาลุ่มน้ำวังทอง โดยการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำจำนวน 2 แห่ง ได้แก่ อ่างเก็บน้ำห้วยระเบย ตำบลบ้านแยง อำเภอนครไทย ความจุ 40 ล้าน ลบ.ม. เพื่อเป็นแหล่งเก็บกักน้ำ งบประมาณ 750 ล้านบาท บรรเทาปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ อำเภอวังทอง

โดย กรมชลประทานได้ว่าจ้างบริษัทสำรวจออกแบบ
อ่างเก็บน้ำห้วยแยง ความจุประมาณ 40 ล้าน ลบ.ม. ตำบลบ้านแยง อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก ยังไม่ได้รับการสำรวจออกแบบ พื้นที่มีศักยภาพสร้างอ่างเก็บน้ำได้ แต่ยังไม่ได้รับการสำรวจออกแบบ ตั้งงบประมาณ 800 ล้านบาท เพื่อบรรเทาปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ อำเภอวังทอง, อำเภอบางกระทุ่ม และ จังหวัดพิจิตร

สำหรับ พื้นที่ประสบภัย 5 อำเภอ 36 ตำบล 251 หมู่บ้าน 30,072 ครัวเรือน ผู้เสียชีวิต 1 ราย โดย เนินมะปราง วังทอง ได้ประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือแล้ว

จากนั้น คณะนายกรัฐมนตรีได้ ก่อนเดินทางต่อไปเยี่ยมประชาชนและมอบสิ่งของ ที่วัดดงพลวง วังพิกุล อำเภอวังทอง

ต่อมานายกรัฐมนตรีและคณะ จะเดินทางไปยังจังหวัดสุโขทัย เพื่อตรวจเยี่ยมพิ้นที่ประสบอุทกภัย ที่ประตูระบายน้ำบ้านหาด สะพานจันทร์ อำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย และจะเดินทางกลับจังหวัดกรุงเทพฯ ในช่วงเย็นวันเดียวกัน