พิษณุโลก หนุ่มจีนฆ่าโหด ฟันหัวเมียคนไทยดับสยอง จับแก้ผ้ามัดมือมัดเท้าหมกศพ ตำรวจเร่งล่า

886
  1. พิษณุโลก หนุ่มจีนฆ่าโหด ฟันหัวเมียคนไทยดับสยอง จับแก้ผ้ามัดมือมัดเท้าหมกศพ ตำรวจเร่งล่า

 

12.00 น. วันที่ 2 กันยายน 2562 เวลา12.00 น.ร.ต.อ.สมเกียรติ บุญมีจิว รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองพิษณุโลก รับแจ้งมีหญิงสาวถูกฆาตกรรมอำพรางเสียชีวิตอยู่ภายในบ้านพักเลขที่ 56/11 หมู่ 7 ตำบลวัดจันทร์ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก

หลังรับแจ้งจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชารับทราบ ก่อนรุดตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.อ.ทรงพล สังข์เกษม ผกก.สภ.เมืองพิษณุโลก พ.ต.ท.มนู หรศาสตร์ รอง ผกก.(สอบสวน) พ.ต.ท.วรุต คณานนท์ รอง ผกก.สส. เจ้าหน้าที่ตำรวจวิทยาการศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 6 แพทย์เวรโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร และเจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยข่าวภาพ

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านปูนชั้นเดียวมีรั้วรอบขอบชิด เนื้อที่ประมาณ 50 ตารางวา ภายในห้องนอนบนบ้านพบศพผู้เสียชีวิตเป็นหญิงสาว 1 ราย ทราบชื่อต่อมา คือ น.ส.นันพิกา เกตุทอง อายุ 41 ปี เจ้าของบ้าน สภาพศพถูกห่อคลุมด้วยผ้าห่มมีเลือดไหลกองเต็มพื้น

พอเปิดออกดูพบว่ามีบาดแผลถูกฟันด้วยของมีคมที่บริเวณศีรษะ 2 แห่ง หางตาข้างขวา 1 แห่ง เป็นแผลฉีกขาดฉกรรจ์ สวมเสื้อลายเทาดำแขนยาว ท่อนล่างสภาพเปลือยเปล่า ถูกกางเกงมัดปาก มือถูกมัดด้วยเชือกไนล่อนสีขาว ขาทั้งสองข้างถูกมัดด้วยสายยู ศพเริ่มขึ้นอืดส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้งทั่วไป คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 48 ชั่วโมง เจ้าหน้าที่จึงช่วยกันนำร่างส่งผ่าชันสูตรพลิกศพอย่างละเอียดอีกครั้งที่แผนกนิติเวชโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร

ต่อมา นางลูกจันทร์ เกตุทอง อายุ 67 ปี พร้อมกับนายภาคภูมิ เกตุทอง อายุ 37 ปี ซึ่งแม่และน้องชายของผู้เสียชีวิต หลังทราบข่าวเดินทางมาจาก จ.สุโขทัย มาดูร่างไร้วิญญาณทั้งสองร่ำไห้ เสียใจ
พร้อมให้ปากคำว่า น.ส.นันพิกา เกตุทอง พักอาศัยอยู่กับสามี คือ นายยี อี่ ไซ่ หรือเหลียง อายุ 41 ปี ซึ่งเป็นคนจีน โดยจะช่วยกันทำมาหากินเปิดร้านขายน้ำเต้าหู้อยู่บริเวณสี่แยกวุ่นวาย ถนนสีหราชเดโชชัย ตำบลบ้านคลอง อำเภอเมืองพิษณุโลก นาบนับ 10 ปี

กระทั่งวันที่ 31 สิงหาคมที่ผ่านมา น.ส.นันพิกา ได้โทรศัพท์ติดต่อมาหาน้องชายให้ไปรับที่สนานบิน จังหวัดพิษณุโลก แต่ก็ไม่ได้บอกว่าให้มารับกี่โมงแล้วก็เงียบหายไป ซึ่งเข้าใจว่าอาจให้นายยี อี่ ไซ่ เป็นคนมารับกลับบ้านแทน สุดท้ายโทรติดต่อพี่สาวไม่ได้ จึงเอ๊ะใจให้ญาติที่อยู่จังหวัดพิษณุโลก มาดูที่บ้านพบว่าประตูรั้วถูกปิดล็อคเรียกเท่าไรก็ไม่มีใครออกมา มีเพียงสุนัขพันธุ์บางแก้ว 2 ตัว ซึ่งปกติแล้วจะขังไว้ในกรงปล่อยออกมาข้างนอก จึงต้องแจ้งเจ้าหน้าที่กู้ภัยให้ไปตัดกุญแจบ้าน เพื่อตรวจสอบ เมื่อเปิดประตูเข้าไปถึงกับผงะเมื่อได้กลิ่นเหม็นเน่าโชยออกมาจากห้องนอนอย่างรุนแรง กระทั่งไปพบศพของ น.ส.พันพิกา ถูกคนร้ายฆ่าหมกศพไว้ดังกล่าว

ส่วนนายยี อี่ ไซ่ หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย พร้อมกับรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า สีขาว ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองได้ตรวจสอบแล้วกลับ พบว่าเดินทางออกนอกประเทศไปแล้วที่สนามบินสุวรรณภูมิ เมื่อเวลา 10.08 น. ของวันที่ 1 ก.ย. ที่ผ่านมา คาดว่าน่าจะมีส่วนรู้เห็นเกี่ยวกับการฆาตกรรมอำพรางในครั้งนี้ พร้อมกับได้ขออำนาจหมายศาลจังหวัดพิษณุโลกออกหมายจับแล้ว โดยจะประสานกับตำรวจสากลเร่งติดตามตามคาดว่าหลบหนีกลับไปยังประเทศจีน

ชาวบ้านละแวกใกล้เคียงเปิดเผยว่า ช่วงเวลา 22.00 น. ของคืนวันที่ 31 ส.ค. ได้ยินเสียงคนทะเลาะกันดังลั่นมาจากที่บ้านหลังเกิดเหตุ แล้วมีเสียงผู้หญิงร้องขอความช่วยเหลือ แต่ก็ไม่มีใครสนใจอะไร เพราะคิดว่าเป็นเรื่องในครอบครัว กระทั่งวันนี้มาทราบเหตุสะเทือนขวัญที่เกิดขึ้น ซึ่งปกติแล้ว น.ส.นันพิกา ผู้เสียชีวิต จะมีน้ำใจกับคนสูงอายุละแวกบ้านมักจะนำน้ำเต้าหู้มาแบ่งให้อยู่เสมอ แต่ตัวของนายยี อี่ ไซ่ ไม่เคยออกมาสุงสิงกับใครเลย และมักจะมีนิสัยขี้โมโหอารมณ์ร้อนเคยก่อเหตุชกภรรยาจนฟันหักมาแล้ว

โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานเบื้องต้นคาดว่า คืนวันเกิดเหตุทั้งคู่น่าจะมีปากเสียงทะเลาะกันเรื่องใดเรื่องหนึ่ง หรืออาจจะเป็นเรื่องหึงหวง เพราะผู้ตายมีรูปร่างหน้าตาดี ก่อนใช้อาวุธมีดทำครัวที่อยู่ในบ้านฟันศีรษะและใบหน้าภรรยาจนเสียชีวิตคาที่ แล้วจับแก้ผ้ามัดมือมัดเท้าใช้ผ้าห่มคลุมอำพรางศพก่อนขับรถยนต์หลบหนีไปในที่สุด อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจจะเร่งติดตามจับกุมตัวคนร้ายรายนี้ เพื่อมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.