ชาวบ้านหมู่ 1 ตำบลบ้านฝาย อำเภอน้ำปาด ประท้วงขับไล่ผู้ใหญ่บ้านกลางวงประชุม

2703

ชาวบ้านหมู่ 1 ตำบลบ้านฝาย อำเภอน้ำปาด ประท้วงขับไล่ผู้ใหญ่บ้านกลางวงประชุม

วันที่ 2 สิงหาคม 62 ที่บริเวณหน้าหอประชุมที่ว่าการอำเภอน้ำปาดจังหวัดอุตรดิตถ์ นายนพรัตน์ ปทุมมาศ แกนนำชาวบ้านหมู่ที่ 1 ตำบลบ้านฝายพร้อมด้วยกลุ่มชาวบ้านประมาณ 70 คนได้รวมตัวถือป้ายประท้วงขับไล่ผู้ใหญ่เมฆา เสาวภา ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 1 ตำบลบ้านฝาย ขณะที่นายศุภชัย บุญทิพย์ นายอำเภอน้ำปาด กำลังประชุมประจำเดือนกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน อยู่ภายในหอประชุมเฉลิมพระเกียรติ อำเภอน้ำปาด

ทำให้นายศุภชัย ต้องออกมารับเรื่อง โดยแกนนำและกลุ่มชาวบ้านได้เขียนโปสเตอร์มีข้อความว่า พี่น้องชาวบ้านฝายมาดี เงียบ สงบ สันติ ผู้ใหญ่เมฆา เสาวภา ต้องลาออกไป / เดินหน้าต่อไปผู้ว่าอุตรดิตถ์กระทรวงมหาดไทย/ ประกาศเสียงตามสายด่าคนเฒ่าคนแก่หัวหงอกหัวขาวตายวันตายพรุ่ง / มีเจ้าหน้าที่คอยปกป้องขอให้ท่านพ่อพญาปาด สาปครอบครัวจงมีอันเป็นไปสาธุ / ประกาศตนออกจากวัดไม่ยุ่งไม่เกี่ยวกับทางวัดใช้อำนาจข่มขู่เวรกรรมมีจริงผู้ใหญ่ / บ้านฝายบ้านพญาปาด ชาวบ้านแตกแยกเพราะผู้ใหญ่เมฆา เสาวภา มันคุ้มไหม / เงินกฐินเอาไปนับ 2 คนกับกำนัน(เมีย)ที่บ้านความโปร่งใสเยี่ยม

นายนพรัตน์ กล่าวว่า ผู้ใหญ่ได้ประกาศเสียงตามสายว่าเขาเป็นเสือจะคอยขย้ำเหยื่อและปัญหาเงินวัดก็ชี้แจงไม่ชัดเจน และทางอำเภอก็มาประชุมแล้วแต่หาข้อยุติยังไม่ได้แต่ก็ได้ทำเรื่องยุติส่งไปให้ ปปท.ที่จังหวัดพิษณุโลกแล้ว
โดยนายศุภชัย บุญทิพย์ นายอำเภอน้ำปาด ได้ถามแกนนำชาวบ้านคือนายนพรัตน์ ว่าที่มาในวันนี้ต้องการยังไง นายนพรัตน์ และกลุ่มชาวบ้านได้ตอบว่าขอให้ถอยคนละก้าว เพราะตอนนี้ชาวบ้านแตกแยกประชาธิปไตยไม่เดินหน้าการเป็นผู้ใหญ่จะต้องมีวุฒิภาวะ ความเสียสละความยุติธรรมขอให้ผู้ใหญ่บ้านลาออกแล้วมาลงรับสมัครเลือกตั้งใหม่ก็มีใครว่าหากผู้ใหญ่ดีจริงชาวบ้านก็ต้องเลือกเข้ามาอีกไม่ใช่ว่าเลือกตั้งเข้ามาแล้วจะอยู่ค้ำฟ้ามันไม่ใช่


ด้านผู้ใหญ่เมฆาและภรรยา กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า เรื่องนับเงินกฐินในบ้านก็ยอมรับว่าเป็นเรื่องจริง แต่เป็นการนับภายหลังจากคณะกรรมการวัดนับมาแล้วแต่ว่าเป็นช่วงวันหยุดราชการธนาคารปิดจึงไม่สามารถนำเงินไปฝากได้ ส่วนเรื่องที่ผ่านมาเป็นเรื่องของการไม่ถูกกันในด้านการเมือง จึงได้มีการขุดประเด็นต่างๆขึ้นมาโจมตีผมว่าผมโกงเงินวัดบ้างซึ่งผมก็ได้เอาหลักฐานเกี่ยวกับการใช้จ่ายต่างๆที่กล่าวหาผมมาแสดงให้กับทางอำเภอแล้ว ทางสถานีตำรวจไว้หมดแล้วครับ

สำหรับการลงรายชื่อถอดถอนผมนั้นลูกบ้านผมที่มีสิทธิ์ถอดถอนผมมีจำนวน 850 เสียงโดยทางอำเภอได้ให้เวลาลงรายชื่อถอดถอน 1 เดือนหากใครต้องการลงรายชื่อถอดถอนผู้ใหญ่ก็มาแจ้งความจำนงได้ที่ศูนย์ดำรงธรรมอำเภอน้ำปาดและไปให้ลงที่หมู่บ้านอีก 3 วันสรุปแล้วมีคนที่มาลงรายชื่อถอดถอนผมจำนวน 276 รายและมีคนมายกเลิกภายหลังอีก 3 ราย เหลือ 273 ราย สำหรับคำพูดที่ว่าผมเป็นเสือจะคอยขย้ำเหยื่อนั้นผมไม่ได้พูดผมเพียงแต่พูดว่าผมคือเสือหมอบไม่ใช่เสือไหว้ ก็ขอให้เข้าใจกันบ้านนะครับผมก็ไม่ใช่คนอ่อนแอ” นายเมฆา กล่าว

ปวินท์ อินกล่ำ รายงาน