พะเยา ตามรอย “ลิลิตพระลอ” เส้นทางแห่งความรักจากเวียงลอสู่เวียงสรอง(คลิป)

135

พะเยา ตามรอย “ลิลิตพระลอ” เส้นทางแห่งความรักจากเวียงลอสู่เวียงสรอง(คลิป)

เมื่อค่ำคืนวันที่ 27 กรกฎาคม 2562 สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดแพร่ ร่วมกับสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดพะเยา จัดกิจกรรมส่งเสริมอัตลักษณ์วัฒนธรรมล้านนา และการท่องเที่ยวของสองเมือง จัดขึ้นที่บริเวณโบราณสถาณวัดศรีปิงเมือง ตำบลลอ อำเภอจุน จังหวัดพะเยา

โดยนำเส้นทางประวัติศาสตร์ของเมืองเก่าทั้งสองเมือง ที่มีเรื่องราวของความรักของพระลอ มาเชื่อมโยง แลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมที่เคยมีความสัมพันธ์กันมาในอดีต ตามโครงการ ตามรอยลิลิตพระลอ เส้นทางแห่งความรักจากเวียงลอสู่เวียงสรอง

สินค้าที่บ่งบอกถึงวัฒนธรรมของความเป็นอยู่ของชาวตำบลลอ อำเภอจุน จังหวัดพะเยา รวมทั้งการแสดงแสงสีเสียงที่บอกเล่าถึงประวัติศาสตร์เวียงลอ เป็นส่วนหนึ่ง ที่ถูกนำมาแสดงในงานมหกรรมพัฒนาอัตลักษณ์อารยธรรมการท่องเที่ยวล้านนาตอนบน 2 ของสองเมืองคือเวียงลอกับเวียงสรอง จังหวัดแพร่ ที่ทางสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดแพร่ ร่วมกับสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดพะเยา

เพื่อเป็นการเชื่อมโยงวัฒนธรรมและส่งเสริมการท่องเที่ยว ในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน 2 โดยผ่านเรื่องราวของประวัติศาสตร์ ที่มีมายาวนานหลายร้อยปีซึ่ง ทั้งสองเวียงดังกล่าว ได้มีความสัมพันธ์กันมาในอดีต โดยได้เชื่อมโยงเส้นทางการท่องเที่ยว ภายใต้โครงการ “ตามรอยลิลิตพระลอ เส้นทางแห่งความรักจากเวียงลอสู่เวียงสรอง” ที่ในอดีตเคยมีความสัมพันธ์กันตามตำนานวรรณกรรม ที่บอกเล่าถึงเรื่องราวของเส้นทางความรักระหว่างพระลอกับพระเพื่อนพระแพง

โดยในพื้นที่ทั้งสองเวียง ดังกล่าวนั้นถือว่าเป็นเวียงที่เก่าแก่และมีวัฒนธรรมโบราณสถานที่มีความโดดเด่นเป็นอัตลักษณ์ของชาวล้านนา ในสมัยเมื่อหลายร้อยปีที่ผ่านมา ซึ่งทางกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบนก็ได้นำเรื่องราวดังกล่าวมาพัฒนาเป็นการเชื่อมโยงแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม ตลอดจนถึงการส่งเสริมการท่องเที่ยว ระหว่างเวียงลอจังหวัดพะเยา และเหวี่ยงสรอง จังหวัดแพร่ ผ่านเรื่องราวทางประวัติศาสตร์

ซึ่งกิจกรรมได้จัดให้มีการแสดงศิลปวัฒนธรรม แสง สีเสียง เรื่องราวของการกำเหนิด เวียงลอ ซึ่งเป็นเมืองเก่าแก่ของจังหวัดพะเยา และเป็นเมืองที่มีความเจริญรุ่งเรืองในอดีต รวมทั้งการแสดงถึงวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชุมชน ผ่านวัฒนธรรมทางอาหาร หัตถกรรม รวมทั้งความเป็นอยู่ของชาวตำบลลอ ในปัจจุบัน ซึ่งถือว่าเป็นสถานที่ที่มีโบราณสถานที่มีความสวยสดงดงามและยังคงหลงเหลือให้ได้ศึกษาเรียนรู้ รวมทั้งเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่สำคัญของจังหวัดพะเยา

 

“ลิลิตพระลอ” เป็นนิยายท้องถิ่นของไทยภาคเหนือ เข้าใจกันว่าเป็นเรื่องจริง ในหลักฐานพงศาวดารกล่าวว่า พระลอเป็นคนสมัยเดียวกับท้าวฮุ่ง จึงสันนิษฐานว่าน่าจะเป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นระหว่าง พ.ศ. 1616-1693 และยังสันนิษฐานกันว่า เมืองสรองคงจะเป็นตอนเหนือของอำเภอร้องกวาง จังหวัดแพร่ ส่วนเมืองสรวงคงจะเป็นเขตอำเภอแจ้ห่ม จังหวัดลำปาง

ลิลิตพระลอ เป็นวรรณคดีสำคัญอีกเรื่องหนึ่งของไทย วรรณคดีสโมสรยกย่องให้เป็นยอดวรรณคดีประเภทลิลิต ไม่ทราบว่าใครเป็นผู้แต่งและแต่งเมื่อใด มีผู้สนใจศึกษาค้นคว้าหาหลักฐานเกี่ยวกับผู้แต่งและระยะเวลาในการแต่ง แต่ยังหาข้อยุติไม่ได้ว่าแต่งในสมัยใด ระหว่างสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 หรือสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช

“ท้าวแมนสรวง”กษัตริย์ของเมืองแมนสรวง พระองค์มีพระมเหสีทรง พระนามว่า “นาฏบุญเหลือ” ทั้งสองพระองค์มีพระโอรสมีพระนามว่า “พระลอดิลกราช” หรือเรียกกันว่า “พระลอ” มีกิตติศัพท์เป็นที่ร่ำลือกันว่าพระองค์นั้นทรงเป็นชายหนุ่มรูปงามไปทั่วสารทิศ จนไปถึงเมืองสรอง ( เมืองสอง ) ซึ่งเป็นเมืองที่ถูกปกครองโดยท้าวพิชัยวิษณุกร พระองค์มีพระนามว่า “พรดาราวดี” และพระองค์ทรงมีพระธิดาผู้เลอโฉมถึงสองพระองค์พระนามว่า “พระเพื่อน” และ “พระแพง” พระเพื่อนและพระแพงได้ยินมาว่าพระลอเป็นชายหนุ่มรูปงาม ก็ให้ความสนใจยากจะได้ยล

พี่เลี้ยงของพระเพื่อนและพระแพง คือนางรื่น และนางโรย สังเกตเห็นความปราถนาของนายหญิงของตนก็เข้าใจในพระประสงค์ สองพี่เลี้ยง จึงอาสาจะจัดการให้นายของตนนั้นได้พบกับพระลอ โดยการส่งคนไปขับซอในนครแมนสรวง และในขณะที่ขับซอนั้นจะไห้นักดนตรีพร่ำพรรณนาถึงความงามของเจ้าหญิงทั้งสอง ในขณะเดียวกันนั้นพี่เลี้ยงทั้งสองก็ได้ไปหาปู่เจ้าสมิงพราย เพื่อที่จะให้ช่วยทำเสน่ห์ให้พระลอหลงใหลในเจ้าหญิงทั้งสอง

เมื่อพระลอต้องมนต์ก็ทำใคร่อยากที่จะได้ยลพระเพื่อนและพระแพงเป็นยิ่งนัก พระองค์เกิดความคลั่งไคล้ไหลหลงจนไม่เป็นอันทำอะไรแม้แต่กระทั่งเสวยพระกระยาหาร พฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของพระองค์ ได้ทำให้พระราชชนนีสงสัยว่าจะมีผีมาเข้ามาสิงสู่อยู่ แต่ถึงแม้ว่าจะหาหมอผีคนไหนมาทำพิธีขับไล่ก็ไม่มีผลอันใด พระลอก็ยังคงมีพฤติการณ์อย่างเดิมอยู่ เพื่อที่จะได้ยลเจ้าหญิงทั้งสอง พระลอจึงทูลลาพระราชชนนีออกประพาสป่า แต่จุดประสงค์ที่แท้จริงก็คือเพื่อที่จะได้ไปยลเจ้าหญิงแห่งเมืองสรองนั่นเอง จากนั้นพระลอก็ออกเดินทางมุ่งหน้าสู่เมืองสรองพร้อมคนสนิทอีก 2 คน คือ นายแก้วกับนายขวัญ พร้อมกับไพร่พลอีกจำนวนหนึ่ง ทั้งหมดต้องเดินผ่านป่าผ่าดงจนกระทั่งมาพบแม่น้ำสายหนึ่งมีชื่อว่า “แม่น้ำกาหลง”

ณ แม่น้ำกาหลงนั่นเอง ที่พระลอได้ตั้งอธิฐานเสี่ยงน้ำ เพื่อตรวจดูดวงชะตาของพระองค์เอง ทันทีที่ได้สิ้นคำอธิษฐานนั้น แม่น้ำก็เปลี่ยนเป็นสีแดงเลือดในทันทีและไหลเวียนวนผิดปกติ เมื่อพระลอเห็นดังนั้นก็รู้ได้ว่าจะมีเรื่องร้ายรออยู่เบื้องหน้าของพระองค์ แต่ก็ไม่ได้ทำให้พระองค์เกิดความย่อท้อที่จะได้พบกับเจ้าหญิงที่พระทัยของพระองค์เรียกร้องแต่อย่างใด ถึงแม้ว่าพระองค์นั้นจะไม่เคยพบนางเลย แต่พระองค์คลั่งไคล้ไหลหลงในตัวนางทั้งสองเป็นยิ่งนัก…ส่วนเจ้าหญิงทั้งสองรอการเดินทางมาของเจ้าชายรูปงามไม่ได้ และเกรงว่ามนต์เสน่ห์ของปู่เจ้าสมิงพรายจะไม่เห็นผล จึงได้ขอร้องให้ปู่เจ้าสมิงพรายช่วยเหลืออีกครั้ง โดยให้ช่วยเนรมิตไก่งามขึ้นตัวหนึ่งให้มีเสียงขันที่ไพเราะ ทั้งสองพระองค์คิดว่าไก่ตัวนั้นจะต้องทำให้พระลอสนพระทัยและติดตามาจนถึงเมืองสรองอย่างแน่นอน

เหตุการณ์ก็เป็นไปตามที่เจ้าหญิงสองคาดไว้ พระลอได้ตามไก่เนรมิตไปจนถึงพระราชอุทยาน และได้พบกับเจ้าหญิงทั้งสองซึ่งกำลังทรงสำราญอยู่ ในทันทีที่ทั้งสามได้พบกันก็เกิดความรักใคร่กันในบัดดล และก็เป็นเวลาเดียวกับที่นายแก้วกับนายขวัญ ได้ตกหลุมรักของนางรื่นและนางโรยผู้ซึ่งเปิดหัวใจต้อนรับชายหนุ่มทั้งสองโดยไม่รีรอเช่นกัน ปรากฏว่าพระลอและบ่าวคนสนิทของพระองค์ลักลอบเข้าไปอยู่ในพระตำหนักชั้นใน ซึ่งเป็นที่ประทับของเจ้าหญิงทั้งสอง

อย่างไรก็ตาม ความลับนี้ได้ถูกเปิดเผยเข้าจนได้ …เมื่อข่าวได้ไปถึงพระกรรณของพระราชาจึงได้เสด็จมาไต่สวนในทันที และเมื่อพระลอกราบทูลให้ทรงทราบเรื่อง พระองค์ก็ทรงกริ้วเป็นยิ่งนัก แต่ก็ทรงเข้าพระทัยในความรักของคนทั้งสาม และทรงพระเมตตารับสั่งจะจัดการอภิเษกพระลอกับพระเพื่อนและพระแพงให้ทันที

แต่พระเจ้าย่าของพระเพื่อนพระแพงนั้นยังทรงพยาบาทพระลอ อ้างรับสั่งท้าวพระพิชัยวิษณุกรตรัสสั่งว่าให้นำทหารไปรุมจับพระลอ พระเพื่อนพระแพงและพี่เลี้ยงอาไว้ …ในขณะที่พระลอกับไพร่พลได้ต่อสู้เอาชีวิตรอด พระเจ้าย่าก็สั่งให้ทหารระดมยิงธนูเข้าใส่ ลูกธนูที่พุ่งเข้าหาพระลอและไพร่พลประดุจดังห่าฝนก็ไม่ปานจึงทำให้ไม่อาจจะต้านทานไว้ได้อีกต่อไป และเพื่อที่ปกป้องชีวิตของชายคนรัก พระเพื่อนกับพระแพงจึงเข้าขวางโดยใช้ตัวเองเป็นโล่กำบังให้พระลอ สุดท้ายพระลอพระเพื่อน พระแพง และพี่เลี้ยงทั้งสี่ช่วยกันต่อสู้จนสิ้นชีวิตทั้งหมด …ทันใดนั้นทั้งสองเมืองก็ต้องตกอยู่ในความวิปโยคต่อการจากไปของทั้งสามพระองค์ผู้บูชาในความรัก

ท้าวพิชัยพิษณุกรพิโรธพระเจ้าย่าและทหาร รับสั่งให้ประหารชีวิตทุกคน พระนางบุญเหลือทรงส่งทูตมาร่วมงานพระศพกษัตริย์ทั้งสาม ในที่สุดเมืองสรวงและเมืองสรองก็กลับมาเป็นไมตรีต่อกัน