กองพันทหารม้าที่ 7 กรมทหารม้าที่ 2 มณฑลทหารบกที่ 35 มอบทุนการศึกษา ให้กับบุตรกำลังพล

1248

กองพันทหารม้าที่ 7 กรมทหารม้าที่ 2 มณฑลทหารบกที่ 35 มอบทุนการศึกษา ให้กับบุตรกำลังพล

เนื่องในวันคล้ายวันสถาปนาครบรอบปีที่ 126 และเปิดอนุสรณ์สถานผู้กล้าสมรภูมิบ้านร่มเกล้า

เมื่อวันที่ 24 ก.ค.2562 เวลา 09.30 ที่กองบังคับการกองพันทหารม้าที่ 7 กรมทหารม้าที่ 2 มณฑลทหารบกที่ 35 ตำบลท่าเสา อำเภอเมืองจังหวัดอุตรดิตถ์ พลเอกปราการ ชลยุทธ อดีตแม่ทัพภาคที่ 4 พลโทจำลอง โพธิ์ทอง ที่ปรึกษากองทัพภาคที่ 3 พลตรีวิชิต วงศ์สังข์ ผู้บัญชาการกองพลทหารม้าที่ 1 พันเอกศุภฤกษ์ สถาพรผล รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 35 พันเอกวิศิษฐ์ ทรัพย์สิน รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 35 พันเอกทรงยศ ทองก้อน รองผู้บัญชาการกองพลทหารม้าที่ 1 พันเอกอนุวัธ ปัญญานันท์ รองเสนาธิการกองกำลังผาเมือง นายสหวิช อภิชัยวิศรุตกุล ปลัดจังหวัดอุตรดิตถ์ พันโทกฤตินันท์ นิโลบล ผู้บังคับกองพันทหารม้าที่ 7 พร้อมด้วยกำลังพล กองพันทหารม้าที่ 7 และครอบครัวพร้อมทั้ง อดีต ข้าราชการในสังกัดกองพันทหารม้าที่ 7

ที่เกษียณอายุราชการเข้าร่วมงานครบรอบคล้ายวันสถาปนากองพันทหารม้าที่ 7 ครบ 126 ปีและเข้าร่วมเปิดอนุสรณ์สถาน ผู้กล้าสมรภูมิบ้านร่มเกล้าและสมรภูมิอื่น โดยในช่วงเช้า มีพิธีมอบทุนการศึกษาให้กับบุตรข้าราชการของหน่วยในสังกัดจำนวน 168 ทุนรวมเป็นเงินทั้งสิ้น 212,400 บาท โดยมีพลเอกปราการชล ยุทธอดีตแม่ทัพภาคที่ 4 เป็นประธานในพิธี มอบทุนจำนวน 168 ทุน ระดับอนุบาลจำนวน 53 ทุน ทุนละ 1,000 บาท ระดับประถมศึกษาจำนวน 67 ทุน ทุนละ 1,200 บาท ระดับมัธยมศึกษาถึง ปวช จำนวน 34 ทุน ทุนละ 1,500 บาท ระดับ ปวส ถึงปริญญาตรี จำนวน 14 ทุน ทุนละ 2,000 บาท

โดยได้รับ การสนับสนุนทุนการศึกษาจาก มูลนิธิ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ มูลนิธิพลเอกปราการ ชลยุทธ กองพลทหารม้าที่ 1 ร้านค้าสวัสดิการ ม 2 พัน 7 สหกรณ์ออมทรัพย์กรมทหารม้าที่ 2 และสนามกอล์ฟ กรมทหารม้าที่ 2 หลังจากนั้นได้มีพิธี ทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับกำลังพลของกองพันทหารม้าที่ 7 ที่ได้เสียชีวิตไป ในสมรภูมิต่างๆจากนั้นพลเอกปราการ ชลยุทธ อดีตแม่ทัพภาคที่ 4 พร้อมคณะ ได้เดินทางไปเป็นประธานในพิธีเปิดอนุสรณ์สถานผู้กล้าสมรภูมิบ้านร่มเกล้า และสมรภูมิคนอื่น

โดยมี พันโทกฤตินันท์ นิโลบล ผู้บังคับกองพันทหารม้าที่ 7 กรมทหารม้าที่ 2 พร้อมกำลังพล และครอบครัวรวมทั้งอดีต กำลังพลของกองพันทหารม้าที่ 7 ซึ่งในพิธีเปิดอนุสรณ์สถานผู้กล้าสมรภูมิบ้านร่มเกล้าและสมรภูมิอื่นๆในวันนี้ ด้วยพลตรีวิชิต วงศ์สังข์ ผู้บัญชาการกองพลทหารม้าที่ 1 มีตำหนิว่าสมควรให้มีการจัดสร้างอนุสรณ์สถานผู้กล้าสมรภูมิบ้านร่มเกล้า น้าสมรภูมิคนอื่น เพื่อรำลึกถึงคุณงามความดี ความเสียสละและวีรกรรมอ่านหาญกล้าของเหล่าทหารหาญหน่วยกองพันทหารม้าที่ 127 ( กองพันทหารม้าที่ 7 กรมทหารม้าที่ 2) นายสมรภูมิบ้านร่มเกล้าหรือยุทธการบ้านร่มเกล้าซึ่งเป็นการรบระหว่างทหารไทยกับทหาร สปปลาว บ้านร่มเกล้า ตำบลบ่อภาค อำเภอชาติตระการ จังหวัดพิษณุโลกในช่วงเดือนกุมภาพันธ์พุทธศักราช 2531กรณีพิพาทเรื่องเขตแดนหน่วยกองพันทหารม้าที่ 127 โดยร้อยเอกวิชิต วงศ์สังข์ ผู้บังคับกองร้อยทหารม้าที่ 1 ในขณะนั้น ได้รับมอบหมายภารกิจให้ทำการเข้าตีที่หมาย 5 และที่หมาย 6 ซึ่งเป็นที่มั่นดัดแปลงแข็งแรงของข้าศึก และเป็นเนินสูงชันมีความสูงรองลงมาจากเนิน 1428 ผลจากการสู้รบอย่างหนักต่อเนื่องทำให้เกิดการบาดเจ็บและสูญเสียอย่างมากทั้งฝ่ายทหารไทยและทหาร สปป ลาว ซึ่งนับเป็นการสูญเสียชีวิตทหารมากที่สุดในการรบของทหารไทยเท่าที่เคยมีมา ระดับหน่วยกองพันทหารม้าที่ 127 ได้รับบาดเจ็บ 161 นายเสียชีวิต 42 นายสูญหาย 1 นาย นอกจากนี้ยังมีสมรภูมิคนอื่นที่เหล่าทหารกองพันทหารม้าที่ 7 กรมทหารม้าที่ 2 ผู้กล้าทั้งหลายได้ทำการรบและสร้างวีรกรรมอันหาญกล้าเพื่อรักษาอธิปไตยของแผ่นดินไทยไว้ให้ลูกหลานได้มีแผ่นดินอาศัยมาจวบจนปัจจุบัน

สำหรับวัตถุประสงค์ในการเปิดอนุสรณ์สถานผู้กล้าสมรภูมิบ้านร่มเกล้าและสมรภูมิอื่นเพื่อเทิดเกียรติและเป็นอนุสรณ์สถานแด่ผู้กล้าในสมรภูมิบ้านร่มเกล้าและสมรภูมิอื่นๆ เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ของหน่วยกองพันทหารม้าที่ 7 เพื่อเป็นศูนย์รวมจิตใจเพื่อให้เกิดความรักชาติของกำลังพลครอบครัวและประชาชนทั่วไปรวมทั้งเป็นแบบอย่างให้ทหารรุ่นหลังรวมทั้งลูกหลานพี่น้องคนไทยทุกคนมีจิตสำนึกในความเสียสละความรักชาติบ้านเมืองและความสามัคคี รูปแบบการก่อสร้างอนุสรณ์สถาน ผู้กล้าสมรภูมิบ้านร่มเกล้าและสมาคมหื่น ฐานกว้าง 7 เมตรยาว 7 เมตรตรงกลางมีแท่นสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดกว้าง 2 เมตรยกสูงจากพื้น 1.5 เมตรก่อสร้างด้วยปูนและปูพื้นด้วยหินแกรนิตโต้บริเวณด้านหน้า และจารึกรายชื่อผู้เสียสละชีวิตและประวัติการรบสมรภูมิร่มเกล้า อนุสรณ์สถาน เป็นรูปเกือกม้าคู่มีขนาดกว้าง 2.5 เมตรยาว 2.4 เมตรวางอยู่บนแท่นในลักษณะเกือกม้าคว่ำเกือกม้าหงายมีการจัดวางแบบฝืนแรงโน้มถ่วงของโลก เกือกม้าหงายหมายถึงกำลังพลที่มีชีวิตอยู่ เกือกม้าคว่ำหมายถึงคนที่เสียชีวิตไปแล้วเกือกม้าทั้ง 2 หมายถึงความรัก ความผูกพันระหว่างกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่และยังมีชีวิตอยู่ กับกำลังพลที่เสียสละชีวิตในหน้าที่ไปแล้วยังคงมีความผูกพันและนึกถึงกันอยู่เสมอ

ปวินท์ อินกล่ำ รายงาน