พะเยา เร่งแก้ไขปัญหาฝนทิ้งช่วง สถานการณ์ปัญหาภัยแล้งทวีความรุนแรง(คลิป)

658

พะเยา เร่งแก้ไขปัญหาฝนทิ้งช่วง สถานการณ์ปัญหาภัยแล้งทวีความรุนแรง

วันที่ 18 กรกฎาคม 2562 นายพงษ์พันธ์ วิเชียรสมุทร รองผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา เป็นประธานการประชุมการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝนแล้ง ฝนทิ้งช่วง และการบริหารจัดหารน้ำกว๊านพะเยา และแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรของจังหวัดพะเยา ครั้งที่ 1/2562 ณ ห้องประชุมศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัด สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพะเยา ศาลากลางจังหวัดพะเยา โดยมี นายอำเภอ หัวหน้าส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการประชุม

 

โดย สถานการณ์น้ำในพื้นที่จังหวัดพะเยา ปริมาณฝนสะสมตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2562 ถึงปัจจุบัน ปริมาณน้ำฝน 193.2 มิลลิเมตร ซึ่งปริมาณฝนตกน้อยกว่าค่าเฉลี่ย 487.7 มม. สำหรับปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำทั้ง 60 แห่ง ปริมาณเก็บกักรวม 141.425 ล้าน ลบ.ม. ปัจจุบันมีน้ำ 51.395 ล้าน ลบ.ม. และมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ปริมาณน้ำในกว๊านพะเยาวันนี้เหลือเพียง 9.45 ล้าน ลบ.ม.ซึ่งยังคงลดลงอย่างต่อเนื่องจากฝนทิ้งช่วง

นายพงษ์พันธ์ วิเชียรสมุทร รองผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา กล่าวว่า สถานการณ์ขณะนี้พบว่า ในช่วงฤดูฝนนี้ มีปริมาณฝนตกในพื้นที่จังหวัดพะเยาค่าเฉลี่ยน้อยกว่าปกติ ทำให้มีแนวโน้มขาดแคลนน้ำ จังหวัดพะเยาได้ร้องขอให้ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคเหนือเชียงใหม่ ทำฝนเทียมเพื่อช่วยเหลือในพื้นที่การเกษตร ซึ่งได้ปฏิบัติการทำฝนหลวงไปแล้วหลายครั้ง แต่เนื่องจากสภาพความชื้นในอากาศต่ำ จึงทำให้เกิดฝนปริมาณน้อย จึงขอให้ประชาชนร่วมกันรณรงค์ใช้น้ำในการอุปโภคบริโภคอย่างประหยัด

โดยแหล่งน้ำที่มีอยู่ขณะนี้ ให้บริหารจัดการน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคเป็นอันดับแรก และขอให้เกษตรกรชะลอการปลูกพืชไปก่อน นอกจากนี้ ได้สั่งการให้ทุกอำเภอ สำรวจแหล่งน้ำและพื้นที่เกษตรกรรมที่คาดว่าจะได้รับความเสียหาย พร้อมทั้งให้ทุกอำเภอเร่งจัดทำโครงการ ป้องกันและระงับยับยั้งปัญหาภัยแล้งเพื่อเสนอของบประมาณดำเนินการต่อไป สำหรับหน่วยงานที่สนับสนุนรถบรรทุกน้ำให้จัดทำแผนแจกจ่ายน้ำแก่ประชาชนอย่างเพียงพอ ซึ่งได้มีการแจกจ่ายน้ำในเขตพื้นที่อำเภอเมืองพะเยา อำเภอภูกามยาว ไปแล้วกว่า 200 ,000 ลิตร

ทั้งนี้ การประปาส่วนภูมิภาคสาขาพะเยา ยังสามารถผลิตน้ำประปาบริการประชาชน ไปจนถึงสิ้นเดือนสิงหาคม 2562 นี้ ส่วนการประปา อำเภอจุน และอำเภอเชียงคำ เริ่มประสบปัญหาขาดแหล่งน้ำที่จะนำมาผลิตประปา จึงได้เร่งหาแหล่งน้ำเพิ่มเติม คาดว่าจะสามารถผลิตน้ำประปาได้ อีกประมาณ 20 – 30 วัน