พิษณุโลก วัดจันทร์ตะวันตก จัดสัปดาห์เผยแพร่พระพุทธศาสนา เทศกาลวันอาสาฬหบูชา และวันเข้าพรรษา

1267

พิษณุโลก วัดจันทร์ตะวันตก จัดสัปดาห์เผยแพร่พระพุทธศาสนา เทศกาลวันอาสาฬหบูชา และวันเข้าพรรษา

วันที่ 15 กรกฎาคม 2562 เวลา 13.00 น. วัดจันทร์ตะวันตก อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก พระศรีรัตนมุนี เจ้าคณะจังหวัดพิษณุโลก ประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมคณะสงฆ์จังหวัดพิษณุโลก และ นายสุรชัย มณีประกร รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก ประธานฝ่ายฆราวาส นายเจษฎา ลิ้มศรีตระกูล นายอำเภอเมืองพิษณุโลก นางสุวิมล เกตุศรีบุรินทร์ วัฒนธรรมจังหวัดพิษณุโลก นายนิติศาสตร์ จันทร์เดช ผู้อำนวยการสำนักงานพุทธศาสนาจังหวัดพิษณุโลก นางพัฒน์นรี พานิช เกตุรักษ์ ประธานชมรมแม่บ้านทหารอากาศกองบิน 46 พร้อมพุทธศาสนิกชน ร่วมงานสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนาเนื่องในเทศกาลวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา

 

โดยถวายเทียนจำนำพรรษาจำนวน 138 เล่ม ถวายวัด 69 วัด พื้นที่จังหวัดพิษณุโลก โดยมีเทียน 1 คู่ พระธรรม 1 ตู้ ข้าวสาร 1 กระสอบ น้ำ 1 แพ็คผ้าป่าสามัคคี 1 กอง โดย 69 เจ้าภาพ
เข้าพรรษา แปลว่า พักฝน หมายถึง พระภิกษุสงฆ์ต้องอยู่ประจำ ณ วัดใดวัดหนึ่งระหว่างฤดูฝน โดยเหตุที่พระภิกษุในสมัยพุทธกาลมีหน้าที่จะต้องจาริกโปรดสัตว์ และเผยแผ่พระธรรมคำสอนแก่ประชาชนไปในที่ต่างๆ ไม่จำเป็นต้องมีที่อยู่ประจำ แม้ในฤดูฝน ชาวบ้านจึงตำหนิว่าไปเหยียบข้าวกล้าและพืชอื่นเสียหาย

องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า จึงทรงวางระเบียบการจำนำพรรษาให้พระภิกษุอยู่ประจำที่ตลอด 3 เดือนแล้วดูผลโดยแบ่งเป็น ปุริมพรรษา หรือวันเข้าพรรษาแรก เริ่มตั้งแต่วันแรม 1 ค่ำเดือน 8 ของทุกปี หรือถ้าปีใดมีเดือน 8 สองครั้ง เป็นวันแรม 1 ค่ำเดือน 8 หลัง และออกพรรษาในวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 11 ปัจฉิมพรรษา หรือวันเข้าพรรษาหลัง เริ่มตั้งแต่วันแรม 1 ค่ำเดือน 9 จนถึงวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 12

อย่างไรก็ตาม หากมีธุระคืนเมื่อเดินทางไปแล้วไม่สามารถจับได้ในคืนเดียว ก็ทรงอนุญาตให้ไปแรมคืนได้ คราวหนึ่งไม่เกิน 7 คืน เรียกว่า “สัตตาหะ”หากเกินกำหนดนี้ถือว่าไม่ได้รับประโยชน์แห่งการจำนำพรรษา จัดว่าพรรษาขาด
การถวายเทียนพรรษาได้จัดทำขึ้นก่อนเทศกาลเข้าพรรษาแด่พระสงฆ์ในพุทธศาสนาทุกปี คือก่อนวันแรม 1 ค่ำเดือน 8 หรือเดือน 8 ที่สอง

ในกรณีที่มีอธิกมาส พุทธศาสนิกชนก็จะพากันขวนขวายให้มีการ ถวายเทียนจำนำพรรษาแก่วัดในท้องถิ่นของตน เพื่อให้พระสงฆ์จุดบูชาพระรัตนตรัยเป็นเวลา 3 เดือน สมัยก่อนเทียนพรรษามีความสำคัญเป็นอย่างมากเพราะพระสงฆ์ต้องใช้จุดให้แสงสว่างในการศึกษาธรรมวินัยแต่ในปัจจุบันนั้นเทียนพรรษาอาจจะมีความสำคัญลดน้อยไป ญาติโยมจึงมีจิตศรัทธาได้เปลี่ยนมาถวายหลอดไฟฟ้า ถ่านไฟฉาย ต้นแทน แต่ถึงอย่างไรก็ยังมีการถวายเทียนพรรษากันอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาไว้ซึ่งประเพณีอันดีงามของชาวพุทธไม่ให้สูญหายไป

ผ้าอาบน้ำฝน ถึงแม้ว่าไม่ได้จัดอยู่ในชุดไตรจีวร แต่ก็หมายถึงเครื่องนุ่งห่มอันจำเป็นสำหรับพระภิกษุสงฆ์เช่นกัน การถวายผ้าอาบน้ำฝนให้พระภิกษุนั้นก็เพื่อให้ท่านได้นำสำหรับอาบน้ำในช่วงฤดูฝนซึ่งจัดเป็นประเพณีที่สืบทอดกันมาเพียงปีละครั้งก่อนเข้าพรรษา คือตั้งแต่วันแรม 1 ค่ำเดือน 7 เป็นต้นไปจนถึงวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 8 เธอจะเลือกช่วงเวลาไหน อันใดก็ได้ในช่วงเวลานี้ ซึ่งขนาดของผ้าอาบน้ำฝนนั้นกำหนดมาตรฐานไว้ว่า จะต้องมีความยาวของผ้า 4 ศอก กับ 3 กระเบียด กว้างศอกคืบ 4 นิ้ว 1 กระเบียด กลับ 2 อนุกระเบียด ติดตามประมาณของช่างไม้ ยาวหรือกว้างกว่านั้นไม่ได้จะเป็นโทษแก่พระภิกษุสงฆ์ อานิสงส์ของการถวายผ้าอาบน้ำฝน เชื่อถือกันมานานว่าผู้ใดที่ถวายผ้าอาบน้ำฝนให้พระภิกษุสงฆ์ จะถือว่าเป็นการทำบุญที่ช่วยทำนุบำรุงและสนับสนุนพระศาสนาให้คงอยู่สืบไป

เพื่อมิให้พระภิกษุสงฆ์ต้องลำบากในการแสวงหาผ้าอาบน้ำฝน แต่จะได้ตั้งหน้าตั้งตาปฏิบัติธรรมตามหลักคำสอนของพระพุทธศาสนาและช่วยเผยแผ่ให้พระพุทธศาสนาเจริญรุ่งเรืองสืบไป ผู้ที่ได้บริจาคผ้าอาบน้ำฝนก็จะได้พบแต่ความสุขความเจริญ จะมั่งมีด้วยทรัพย์สินเงินทองและบริวารมากมาย เมื่อสิ้นบุญไปแล้วก็จะได้เกิดเป็นเทพบุตรเทพธิดาบนสรวงสวรรค์ เสวยทิพย์สมบัติสืบไป