ข่าวเศรษฐกิจ

ปี 2561 รองประธานหอการค้าไทย ชี้เศรษฐกิจภาคเหนือ จะขยับตัวสูงขึ้น การท่องเที่ยว การค้าชายแดน ภาคเกษตร

ปี 2561 รองประธานหอการค้าไทย ชี้เศรษฐกิจภาคเหนือ จะขยับตัวสูงขึ้น การท่องเที่ยว การค้าชายแดน ภาคเกษตร

นายวิโรจน์ จิรัฐติกาลโชติ รองประธาหอการค้าไทย และประธานพัฒนาเศรษฐกิจพื้นที่ภาคเหนือหอการค้าไทย 17 จังหวัด เปิดเผยถึงภาพรวมเศรษฐกิจภาคเหนือในปี 2560 ที่ผ่านมา จากการประชุมภาคที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน เมื่อวันที่ 23 – 25 กุมภาพันธ์ ได้รับการรายงานจากประธานกลุ่มจังหวัดทั้ง 4 กลุ่มในภาคเหนือว่า ปัจจุปันเศรษฐกิจของภาคกระเตื้องขึ้น เรื่องภาคเกษตร ราคาผลิตผลภาคเกษตรเริ่มขยับตัวดีขึ้น โดยเฉพาะ มันสำปะหลัง ในส่วนเรื่องของน้ำถือว่าปี 2560 อยู่ในเกณฑ์ดี แต่กำลังซื้อของประชาชนยังไม่กระเตื้องมากนักเท่าไหร่ อย่างไรก็ตามในปี 2561 แนวโน้มน่ามีการปรับตัวดีขึ้น

“ในส่วนเรื่องของการท่องเที่ยวและบริการยังคงเส้นคงวาพอสมควร เพราะว่าในปีที่ผ่านมา นอกจากการค้าและการบริการแล้วยังมีเรื่องของการท่องเที่ยว การท่องเที่ยวตรงนี้ที่สำคัญก็จะเป็นจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย พิษณุโลก และสุโขทัย ซึ่งการท่องเที่ยวมีการปรับปรุงดีขึ้น

ทางภาคเหนือทางด้านเศรษฐกิจก็มีเรื่องที่สำคัญคือการค้าชายแดน ทางด่านแม่สอด มีการปรับตัวดี แต่ช่วงหลังอาจจะลดลงมานิดนึง เพราะว่ามีสินค้าบางอย่างที่เป็นสินค้าต้องห้ามที่ไม่สามารถผ่านด่านนี้ได้ แต่ภาคเหนือไม่ได้มีด่านแม่สอดด่านเดียว จังหวัดเชียงราย ยังมีด่านแม่สาย ด่านเชียงแสน ด่านเชียงของ อีกทั้งด่านห้วยโก๋น จังหวัดน่าน และด่านภู่ดู่ จังหวัดอุตรดิตถ์

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ด่านบ้านห้วยต้นนุ่น อำเภอขุนรอง จังหวัดแม่ฮ่องสอน มีศักยภาพที่เจริญเติบโตได้สูง ซึ่งตรงนี้อาจจะสามารถแบ่งเบาภาระการส่งออกจากอำเภอแม่สอดได้ส่วนหนึ่ง. ซึ่งด่านบ้านห้วยต้นนุ่น มีปัญหาเรื่องการคมนาคม เพราะว่าเขตป่าและศูนย์รักษาพันธุ์เขตป่า ซึ่งถนนก็จะเป็นถนนตรวจการเป็นถนนดินทำให้การขนส่งไม่สะดวก

อย่างไรก็ตาม ทราบมาว่ากระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้อนุญาตให้ปรับปรุงสภาพถนนเส้นนี้ จะเป็นถนนบดอัด ทำให้การขนส่งสินค้าสะดวกมากขึ้น ถ้ามองข้ามด่านห้วยต้นนุ่นไปยังสาธารรัฐสหภาพเมียนม่า ที่นั่นจะมีเมืองใหญ่ใหญ่สำคัญถึง 2 เมืองเมืองรองก่อ เป็นเมืองหลวงของรัฐคะยา ซึ่งอยู่ติดกับแม่ฮ่องสอน และยังมีเมืองตองจี ซึ่งถือว่าเป็นเมืองใหญ่อันดับ 3 อันดับ 4 ของสหภาพเมียนม่า ซึ่งมีกำลังซื้อพอสมควร. ทางสหภาพเมียนม่าก็กำลังมีการปรับปรุงถนนเส้นทางคมนาคม

ถ้ามองภาพรวมการขนส่งในอนาคต น่าจะมีตัวเลขการค้าที่สูงขึ้นจากปี 60 ค่อนข้างมาก ทางด้านฝั่งไทยควรจะยกระดับให้เป็นด่านถาวร เมื่อยกระดับก็จะทำให้การค้าการขาย คุณสามารถมีนักท่องเที่ยว จากไทย ข้ามไป รัฐคะยา เป็นชนเผ่าชนเผ่าหนึ่ง แต่บังเอิญว่ารัฐคะยาเป็นชนกลุ่มที่ญาติดีกับรัฐบาล คือเข้ากันได้ดีกับรัฐบาลของเมียนม่า รัฐบาลสหภาพเมียนม่าก็ส่งเสริมรัฐนี้

ในภาพรวมของทุกจังหวัด ที่ผ่านมามูลค่าการส่งออกถ้ารวมรวมแล้วปี 60 ที่ผ่านมาก็จะอยู่ประมาณ 80,000 กว่าล้าน โดยรวมรวมก็ถือว่าดี ซึ่งขณะเดียวกันยังมีเขตเศรษฐกิจพิเศษ ที่อำเภอแม่สอด ที่กำลังเร่งพัฒนา
มีโอกาสการลงทุนสูงขึ้นในเรื่องของภาคการผลิตที่ใกล้กับเขตเศรษฐกิจพิเศษตามด่านชายแดน

ท่องเที่ยวในเขตภาคเหนือที่ถือว่ามาแรงมาก คือจังหวัดเชียงใหม่ ปัจจุบันเราพบว่าสนามบินนานาชาติเชียงใหม่เริ่มหนาแน่น คือบินตรงข้ามภาคและบินตรงข้ามประเทศจากประเทศจีน ประเทศเกาหลี ตรงเข้ามาเชียงใหม่เลย ล่าสุดก็มีเที่ยวบินของกาตาร์แอร์เวย์ ซึ่งก็จะหลีกเลี่ยงไม่ได้ว่าในอนาคตเชียงใหม่จะเป็นสนามบินนานาชาติ ทางภาคเอกชนก็เคยเสนอนายกรัฐมนตรี การประชุมสัญจรที่พิษณุโลกว่า อาจจะต้องคิดเรื่องของสนามบินนานาชาติเชียงใหม่แห่งที่ 2 แห่งที่ใช้ในปัจจุบันจนไปถึง 2573 อาจจะไม่เพียงพอ

สำหรับจังหวัดพิษณุโลกสนามบินพิษณุโลกถือว่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ซึ่งสนามบินในภาคเหนือที่อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานมีแค่ 3 สนามบิน คือสนามบินเชียงใหม่ สนามบินแม่ฟ้าหลวง สนามบินพิษณุโลก ซึ่งมีรันเวย์ยาว 3,000 เมตร ซึ่งมีรันเวย์ยาวได้มาตรฐานในส่วนของจังหวัดพิษณุโลก ที่ต้องทำกันต่อไป คือการส่งเสริมการท่องเที่ยว ส่งเสริมเรื่องเที่ยวบิน แต่จากที่มองเวลานี้ ก็มีเที่ยวบินมาเรื่อยๆ”นายวิโรจน์ กล่าว

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Close