พิษณุโลก“สุริยะ”รมว.เกษตรฯ จัดสรรงบ 300 ล้าน สร้างประตูระบาย อ.พรหมพิราม เร่งรัดแผน”ทุ่งทะเลแก้ว”พื้นที่ลุ่มต่ำ ใกล้ตัวเมือง

วันที่ 9 ตุลาคม 2569 นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์พร้อมคณะผู้บริหารกระทรวงเกษตรฯ เดินทางไปยัง เทศบาลตำบลท่าทอง ติดตามการแก้ไขปัญหาพื้นที่ลุ่มต่ำ “ทุ่งทะเลแก้ว” ต.ท่าทอง อ.เมือง จ.พิษณุโลก โดยมีนายเกียรติศักดิ์ ตรงศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก, นายจเด็ศ จันทรา เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์/อดีตสส.พรรคเพื่อไทย, นายนพพล เหลืองทองนารา สส.พรรคเพื่อไทย, นางพิมพ์พิชชา ชัยศุภกิจเจริญ อดีตสส.พรรคเพื่อไทย, นายเอกพงษ์ กุลเจริญ รองนายก อบจ.พล./อดีตผู้สมัครพรรคเพื่อไทย ให้การต้อนรับร่วมกับประชาชนในพื้นที่ ก่อนที่คณะรัฐมนตรีได้มอบปัจจัยการผลิตต่างๆแก่เกษตรกรที่มารับฟังนโยบาย

“ทุ่งทะเลแก้ว” เป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ แอ่งกระทะ พอฤดูน้ำหลาก ไม่สามารถระบายน้ำไปสู่คลองเมมและคลองบางแก้วได้ทัน น้ำท่วมขังเป็นประจำทุกปี สร้างความเสียหายต่อพื้นที่การเกษตรกว่า 20,000 ไร่ กรมชลประทานอยู่ระหว่างทำแผน แก้ไขปัญหา คือ เร่งขุดลอกคลองระบายน้ำ สร้างสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้า และปรับปรุงประตูระบายน้ำ
จากนั้น กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน ยื่นหนังสือต่อนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ติดตามทวงถามความก้าวหน้าการศึกษาความเหมาะสมโครงการพัฒนาลุ่มน้ำยมฝั่งขวา อำเภอบางระกำ ให้อยู่ในเขตชลประทาน เพื่อบริหารจัดการน้ำ เพื่อแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งอย่างยั่งยืน

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า มาตามงานทุ่งทะเลแก้ว อ.เมือง และประตูระบายน้ำ อ.พรหมพิราม ได้มีข้อสั่งการให้กรมชลประทาน ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด และสนับสนุนเครื่องสูบน้ำออกจากพื้นที่ในช่วงฤดูน้ำหลาก เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน เร่งรัดการดำเนินโครงการพัฒนาแหล่งน้ำที่อยู่ระหว่างดำเนินการให้แล้วเสร็จตามแผน และขอให้ตั้งงบประมาณในการสร้างประตูระบายน้ำที่ อ.พรหมพิราม ซึ่งรับน้ำมาจาก จ.อุตรดิตถ์ งบประมาณกว่า 300 ล้านบาท เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมและกักเก็บน้ำในฤดูแล้ง
เร่งด่วนคือ จะเน้น 2 มาตรการหลัก คือการปรับปรุงประตูระบายน้ำ”ทุ่งสาน”ให้สามารถระบายน้ำได้เร็วขึ้น และการก่อสร้างสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้า เพื่อเร่งสูบน้ำออกจากพื้นที่ลุ่มต่ำอย่างมีประสิทธิภาพ

