พิษณุโลก ชาวบ้านทั้ง 3 อำเภอ ยื่นหนังสือเปิดผนึกถึง”ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ” ฟื้น” อ่างเก็บน้ำคลองชมพู”
มวลชน-แกนนำ-ผู้นำชุมชน อ.เนินมะปราง ระบุ 20 ปีที่ผ่านมา เอ็นจีโอต่อต้าน ลั่น! ไม่ขอทน ประกาศหนุนสร้างเขื่อนกั้น”ลุ่มน้ำชมพู” ชลประทานขานรับ ระบุ งานก่อสร้างเดิม 1,400 ล้านบาท ผลรายงาน EIA รอบแรกผ่านไปแล้ว แต่หมดอายุ รอทำใหม่ทั้งระบบ


วันที่ 23 กันยายน 69 ร.อ.อุบล พุทธรักษ์ ประธานสภาเกษตรจังหวัดพิษณุโลก/รองประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ ได้จัดประชุมเพื่อเลือกสมาชิกสภาเกษตรกรแห่งชาติ ประเภทตัวแทนองค์กรเกษตรกร ด้านพืช (แทนตำแหน่งที่ว่าง) ที่โรงแรมเมย์ฟลาวเวอร์ แกรนด์ อำเภอเมืองพิษณุโลก โดยเชิญ นายนัยฤทธิ์ จำเล ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ มาเป็นประธานการลงคะแนน เพื่อเลือกสมาชิกสภาเกษตรกรแห่งชาติ ประเภท ตัวแทนองค์กรเกษตรกร ด้านพืช (แทนตำแหน่งที่ว่าง) กระทั่งโหวต เลือก นายณรงค์ ปราบปัญจะ ได้รับเลือกเป็น ตัวแทนองค์กรเกษตรกรด้านพืช

ระหว่างการประชุม ตัวแทนชาวบ้าน โดยกำนันตำบลชมพู อ.เนินมะปราง พาชาวบ้านนับร้อยคนเดินเข้าห้องประชุมพิจิตรา โรงแรมเมย์ฟลาวเวอร์ฯ ระบุถึง ปัญหาเรื่องน้ำท่วม ฤดูแล้ง ขอความอนุเคราะห์จากสภาเกษตรฯ สร้างอ่างเก็บน้ำสักแห่ง เพื่อแก้ปัญหาในพื้นที่อำเภอเนินมะปราง แม้เคยสนอร้องเรียนไปหลายครั้งว่าชาวอำเภอวังทอง อำเภอเนินมะปราง อำเภอบางกระทุ่ม ต้องการสร้างอ่างเก็บน้ำคลองชมพู แต่ถูกกลุ่มคนบางกลุ่ม ไม่กี่คน สไตล์อีจีโอต่อต้าน จึงมีปัญหาค้างคา 10-20 ปี จากนั้นชาวบ้านทั้ง 3 อำเภอยื่นหนังสือต่อนายนัยฤทธิ์ จำเล ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ ให้ช่วงรับหนังสือผลักดันโครงการ

นายนัยฤทธิ์ จำเล ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ กล่าวว่า ปัญหาลุ่มน้ำชมพูเกิดขึ้นนานกว่า 10 ปีแล้ว ไม่มีการขับเคลื่อนใดๆ สภาเกษตรมีหน้าที่นำเสนอต่อรัฐบาลโดยตรงอยู่แล้ว เพียงแต่จะต้องรวบรวมข้อมูลใหม่อีกครั้งให้สมบูรณ์เพื่อนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรี จึงต้องเก็บข้อมูลให้แน่นเพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อน
“สั่งการให้เจ้าหน้าที่ฯสภาเกษตรกร ลงพื้นที่ไปเก็บข้อมูลใหม่เร็วๆนี้โดนประสานนายกฯ กำนันฯ(ต.ชมพู) ลงดูพื้นที่ก่อสร้างอ่างเก็บน้ำคลองชมพู ห้วงหลายปีที่ผ่านมา ทำไม ! ไม่สามารถสร้างได้เลย ติดปัญหาหลายๆด้าน จะรวบรวมปัญหาดังกล่าวเข้าสู่สภาเกษตรแห่งชาติก่อนนำเสนอ ครม.”

นายชำนาญ ชูเที่ยง ผู้อำนวยการโครงการชลประทานพิษณุโลก กล่าวว่า ความเดือดร้อนของคนพื้นที่ 3 อำเภอ จากต้นน้ำอยู่ ต.ชมพู อ.เนินมะปราง ไหลสู่อ.วังทอง อ.บางกระทุ่ม และไหลสู่อำเภอเมืองจ.พิจิตรต่อไป มีความต้องการพัฒนาแหล่งน้ำ ซึ่งลุ่มน้ำชมพู ทางชลประทานได้ศึกษาตั้งแต่ปี 2535 เป็นที่เรียบร้อยเมื่อปี 2540 แต่ไม่ศึกษาได้ และวันนี้ผลรายงานได้หมดอายุไปแล้ว ทางชลประทานได้ขอศึกษาผลกระทบ EIA ใหม่อีกครั้งหนึ่งและครอบคลุมเป็นระบบมากกว่าเดิม ใช้เวลาอีก ปีครึ่ง คาดว่า สิ้นปี 2570 แล้วเสร็จ
“หากความพร้อม ด้านการมีส่วนร่วมของประชาชน กรณีเห็นด้วย ชลประทานจึงค่อยศึกษาทางโครงสร้างของอ่างเก็บน้ำคลองชมพูต่อไป ซึ่งตามข้อมูลเดิมพบว่า งานโครงสร้างอ่างเก็บน้ำประมาณ 1,400 ล้านบาท “นายชำนาญ กล่าว

