พิษณุโลก รวบโจรแสบ ทุบกระจกฉกทรัพย์สินในรถยนต์ ก่อเหตุมากว่า 50 ครั้ง

610

พิษณุโลก รวบโจรแสบ ทุบกระจกฉกทรัพย์สินในรถยนต์ ก่อเหตุมากว่า 50 ครั้ง

เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 1 ก.ค. 62 พ.ต.อ.ทรงพล สังข์เกษม ผกก.เมืองพิษณุโลก เปิดเผยว่า ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวน สภ.เมืองพิษณุโลก สามารถจับกุมผู้ต้องหาคดีลักทรัพย์ของประชาชนภาในรถยนต์ ชื่อนายธีรภัทธ์ ทำบุญ อายุ 29 ปี อู่บ้านเลขที่ 2 ม.4 ต.มะตูม อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก พร้อมของกลางอีกจำนวนมาก อาทิ รถจักรยานยนต์ที่ใช้ก่อเหตุ ยี่ห้อ ฮอนด้า รุ่น สกูปปี้ไอ สีดำ-น้ำตาล ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน 1 คัน พร้อมแผ่นป้ายทะเบียนที่ซุกเอาไว้ใต้เบาะ ทะเบียน1 กณ 2304 พิษณุโลก กางเกง เสื้อเซิ๊ตแขนยาว ลายสก๊อต สีเขียวเข้ม ถุงมือ 2 คู่ หมวกกันน็อกสีดำ ที่สวมใส่ก่อเหตุ โทรศัพท์มือถือยี่ห้อ ไอโฟน 6 เอสพลัส สีขาว 1 เครื่อง ธนบัตรรัฐบาลไทยอีกจำนวนหนึ่ง และธนบัตร ฉบับละ 1,000 กีบ ของ สปป.ลาว นาฬิกา พระเครื่อง ลำโพงบลูทูธ 1 ตัว

ทั้งนี้สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 26 มิ.ย.ที่ผ่านมา นายประสิทธิ์ แก้วนก ผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพิษณุโลก ว่าได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวน ได้ลักกระเป๋าสะพาย ที่วางไว้ในท้ายกระบะรถปิกอัพ ภายในระเป๋ามีทรัพย์ ประกอบด้วย โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อไอโฟน 6 เอสพลัส และทรัพย์สินมีค่าอีกจำนวนหนึ่ง

ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ได้ลงพื้นที่หาข้อมูลรายละเอียด กระทั่งทราบว่า ผู้ก่อเหตุ คือนายนายธีรภัทธ์ ทำบุญ มีชื่อเล่นว่า ตาร์ ก่อเหตุมาแล้วนับไม่ถ้วน โดยล่าสุดทุบกระจกรถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ แบบแค็บ 2 ประตู สีบรอนซ์-เทา ทะเบียน บฉ 1081 พิษณุโลก ของนายบุญลือ ศรีวงษ์ อายุ 55 ปี อยู่บ้านเลขที่ 56 หมู่ 3 ต.บึงพร้าว ต.ชัยนาม อ.วังทอง จ.พิษณุโลก เหตุเกิดบริเวณคลองหนองมะแพ๊บ หมู่ 1 บ้านดอนทอง ต.ดอนทอง อ.เมือง จ.พิษณุโลก ขณะพาญาติมายกยอหาปลากัน ได้เงินสดไป10,000 บาท และโทรศัพท์มือถือ รวมความเสียหายกว่า 20,000 บาท
เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาไปทำการสอบสวน ให้การรับสารภาพ ว่าเป็นคนก่อเหตุมาแล้วจำนวนหลายครั้ง เพื่อเอาทรัพย์ไปขายนำเงินไปใช้จ่ายและเที่ยว จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ขณะนี้มีผู้เสียหายเบื้องต้นกว่า 1 0 ราย ส่วนผู้ต้องหาเคยก่อเหตุมาแล้วไม่น้อยกว่า 50 ครั้ง จึงได้แจ้งข้อหา ลักทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือเพื่อการพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นจากการจับกุม หรือรับของโจร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อ