พะเยา พายเรือแห่ข้าวทิพย์กลางกว๊าน ถวายพระเจ้าตนหลวง สืบสานประเพณีเก่าแก่และความเชื่อศรัทธาล้านนา

วันที่ 18 มกราคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศอันงดงามยิ่งใหญ่ เปี่ยมด้วยพลังศรัทธาของพุทธศาสนิกชน เมื่อมหาวิทยาลัยพะเยา ร่วมกับประชาชนชาวพะเยา จัดพิธี พายเรือแห่ข้าวทิพย์ทางน้ำในกว๊านพะเยา เพื่อถวายแด่ พระเจ้าตนหลวง พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดพะเยา ท่ามกลางขบวนเรืออันวิจิตรตระการตา และบรรยากาศแห่งความเลื่อมใสศรัทธาที่สืบทอดกันมาแต่โบราณ

พิธีพายเรือแห่ข้าวทิพย์ ถือเป็นประเพณีเก่าแก่ของชาวล้านนา ที่เชื่อมโยงกับความเชื่อเรื่อง การตานข้าวใหม่ เพื่อบูชาพระรัตนตรัย และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำบ้านเมือง เชื่อกันว่าเป็นการแสดงความกตัญญูต่อผืนดิน ผืนน้ำ และธรรมชาติ ที่หล่อเลี้ยงชีวิตผู้คน อีกทั้งยังเป็นการอธิษฐานขอความอุดมสมบูรณ์ ความร่มเย็นเป็นสุข และความเจริญรุ่งเรืองให้กับบ้านเมือง

สำหรับจังหวัดพะเยา ประเพณีดังกล่าวได้นำมาผูกโยงเข้ากับอัตลักษณ์สำคัญของพื้นที่ คือ กว๊านพะเยา แหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์และแหล่งหล่อเลี้ยงชีวิตของชุมชน และ พระเจ้าตนหลวง ซึ่งชาวพะเยาเชื่อว่าเป็นศูนย์รวมดวงใจ เป็นที่พึ่งทางจิตใจ และเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่คุ้มครองบ้านเมืองมาอย่างยาวนาน จนเกิดเป็นพิธีแห่ข้าวทิพย์ทางน้ำที่หาได้ยาก และนับเป็น หนึ่งเดียวของจังหวัด และหนึ่งเดียวในโลก
การจัดพิธีในครั้งนี้มีขบวนเรือแห่กว่า 15 ลำ ตกแต่งอย่างงดงามตามศิลปะล้านนา ภายในขบวนเรือประกอบด้วยเครื่องสักการะและเครื่องบูชาตามคติความเชื่อโบราณ อาทิ หมากสุ่ม พลูสุ่ม ต้นผึ้ง ต้นเทียน ขันขอศีล ข้าวทิพย์ ข้าวหลาม น้ำอ้อย ข้าวต้ม และข้าวหม้อ ซึ่งล้วนเป็นเครื่องหมายแห่งความอุดมสมบูรณ์และความเป็นสิริมงคล

ขบวนเรือเริ่มเคลื่อนจากท่าเรือวัดติโลกอาราม ล่องไปตามร่องน้ำแม่อิงในกว๊านพะเยา ท่ามกลางเสียงสาธุการและการร่วมอนุโมทนาบุญของประชาชน ก่อนจะเทียบท่าที่ท่าน้ำวัดศรีโคมคำ (พระอารามหลวง) จากนั้นมีการตั้งขบวนแห่ข้าวทิพย์ทางบก เคลื่อนเข้าสู่พระวิหารหลวง เพื่อประกอบพิธีถวาย “ข้าวทิพย์” และเครื่องสักการะแด่พระเจ้าตนหลวง ทั้งนี้ตามความเชื่อว่า การได้ร่วมพิธีแห่ข้าวทิพย์และถวายเครื่องสักการะแด่พระเจ้าตนหลวง จะก่อให้เกิดอานิสงส์อันยิ่งใหญ่ เสริมสิริมงคลแก่ชีวิต ครอบครัว และชุมชน อีกทั้งยังเป็นการร่วมกันสืบสานประเพณีอันทรงคุณค่าของบรรพชน ให้คงอยู่คู่กว๊านพะเยาและเมืองพะเยาตราบนานเท่านาน พร้อมทั้งเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงศรัทธาและวัฒนธรรมของจังหวัดพะเยาให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางต่อไป

