อาชญากรรม

อุตรดิตถ์ รวบนายหน้าแรงงานเถื่อน หลอกคนไปดูแลต้นกัญชาที่สหรัฐอเมริกา

อุตรดิตถ์ รวบนายหน้าแรงงานเถื่อน หลอกคนไปดูแลต้นกัญชาที่สหรัฐอเมริกา

นายสุมิตร เกิดกล่ำ รองผู้ว่าราชการ จ.อุตรดิตถ์ นายสมมาตร อนันต์ธราทรัพย์ จัดหางาน จ.อุตรดิตถ์ และ พ.ต.อ.รัฐศรัณย์ เกตุสิงห์สร้อย ผกก.สภ.ทองแสนขัน อ.ทองแสนขัน จ.อุตรดิตถ์ และ ร.ต.อ.ณรงค์ศักดิ์ จิตตรง พนักงานสอบสวน สภ.ทองแสนขัน ร่วมกันแถลงข่าว กรณี เจ้าหน้าที่จัดหางาน จ.อุตรดิตถ์ ประสานชุดสืบสวน สภ.ทองแสนขัน จังหวัดอุตรดิตถ์ และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง อ.ทองแสนขัน ร่วมกันจับกุมตัวนายสมร แพงศรี อายุ 57 ปี บ้านเลขที่ 153 หมู่ 12 ต.บ่อทอง อ.ทองแสนขัน ข้อหาจัดหางานให้คนหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนจัดหางานกลาง

.

โดยจัดหางาน จ.อุตรดิตถ์ และเจ้าหน้าที่จากกองทะเบียนจัดหางานกลางและคุ้มครองคนหางาน กรมการจัดหางานสืบทราบว่า มีกลุ่มบุคคลรับสมัครคนงานไปดูแลต้นกัญชาที่ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยได้รับค่าจ้างเดือนละประมาณ 90,000 บาท มีการเก็บค่าดำเนินการรายละ 250,000 -270,000บาท

หลังสืบทราบว่าเป็นนายสมร เจ้าหน้าที่ จึงวางแผนล่อซื้อโดยนำธนบัตรรัฐบาลไทยฉบับละ 1,000 บาท จำนวน 55 ใบ รวมเป็นเงิน 55,000 บาทมาลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สภ.ทองแสนขัน จากนั้นได้ติดต่อกับนายสมรทางโทรศัพท์หมายเลข 089-8393329 เพื่อนัดให้ไปพบที่คลินิกนายแพทย์สาโรจน์ หมู่ 2 ต.บ่อทอง อ.ทองแสนขัน

จากนั้นได้ให้สายยื่นเอกสารการสมัครพร้อมยื่นเงินค่าสมัครให้กับผู้ต้องหาเมื่อผู้ต้องหารับเงินแล้ว จากนั้นจึงส่งสัญญาณให้ชุดจับกลุ่มเข้าจับกุมตัวผลการตรวจค้นพบธนบัตรที่ใช้ล่อซื้อสำเนาเอกสารหน้าหนังสือเดินทางของ ว่าที่ ร.ต.หญิง รัตนา หอมสูงเนิน รูปถ่ายขนาด 1.5 นิ้ว สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน ใบรับรองแพทย์หลักฐาน สำเนาใบสลิปโอนเงินคืนให้คนงานที่ถอนตัวไป โทรศัพท์มือถือจำนวน 1 เครื่อง เอกสารการรับเงินค่าดำเนินการจัดหางานจำนวน 2 แผ่น สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของนายสมร แพงสี ที่ใช้ประกอบการรับเงิน เอกสารการรับเงินค่าดำเนินการจัดหางานพร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนที่ยังไม่ได้ใช้งาน คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ก จำนวน 1 เครื่อง จึงแจ้งข้อกล่าวหาให้ทราบผู้ต้องหาให้การรับสารภาพจึงจับกุมตัวส่งพนักงานสอบสวนคดีตามกฎหมายต่อไป

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่จัดหางาน จ.อุตรดิตถ์ ยังพบว่านอกจากเหยื่อรายนี้แล้ว เจ้าหน้าที่ยังพบว่ามีเหยื่อที่เป็นแรงงานอีกจำนวน 124 ราย ที่ตกเป็นเหยื่อ รวมมูลค่ามากกว่าความเสียหายกว่า 5 ล้านบาท โชคดีที่ทั้ง 124 รายวีซ่าขอเข้าประเทศยังไม่ผ่านจากหน่วยงานราชการ แต่หากผ่านก็นายสมรจะได้รับเงินหัวคิวจากนายจ้างประเทศสหรัฐอเมริกามากกว่า 30 ล้านบาท

ปวินท์ อินกล่ำ ภาพ/ข่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Close