เชียงราย “เสวนา” แม่น้ำกกสายน้ำแห่งชีวิต ทางออกสารปนเปื้อนจากเหมืองแร่

วันที่ 31 สิงหาคม 2568 ที่ วิทยาลัยสงฆ์เชียงราย ได้มีการจัดประชุมวิชาการระดับชาติ ครั้งที่ 2 “แม่น้ำกกสายน้ำแห่งชีวิต : มิติการบริหารจัดการสู่ความยั่งยืน” โดยเป็นการพูดถึงปัญหาสารพิษปนเปื้อนในแม่น้ำ กก สาย รวก โขง ที่ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของประชาชนในลุ่มน้ำ ทั้งด้านการอุปโภคบริโภค การดำรงค์ชีวิต ด้านวัฒนธรรม โดยมี นาายสมเกียรติ เขื่อนเชียงสา นายกสมาคมแม่น้ำเพื่อชีวิต ดร.สืบสกุล กิจนุกร อาจารย์ประจำสำนักนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ดร.นาวิน พรมใจสา รองอธิการ มหาวิทยาลัยราชภัฏชียงราย ร่วมเสวนา

นายสมเกียรติ เขื่อนเชียงสา กล่าวว่า ปัญหาแม่น้ำกก ที่มีต้นน้ำอยู่ในเมืองกก รัฐฉาน เมียนมา เข้าสู่แม่อาย จ.เชียงใหม่ เข้าสู่จังหวัดเชียงราย ก่อนลงสู่แม่น้ำโขง ซึ่งมีระบบนิเวศที่สำคัญกับชุมชนตลอดลุ่มแม่น้ำกก การแก้ไขปัญหาสารพิษในแม่น้ำกก

การเกิดน้ำท่วมที่ผ่านมา ทำให้เห็นข้อแตกต่างทางชีวภาพ ในแม่น้ำกก และแม่น้ำอิง ซึ่งพบว่าหลังน้ำท่วมแม่น้ำกกการเกิดสิ่งมีชีวิตเช่นลูกปลา พันธุ์ปลาได้น้อยลง แต่กลับกัน ในแม่น้ำอิงหลังเกิดน้ำท่วมพบว่าลูกปลาเล็ก ปลาน้อยและสัตว์น้ำ จำนวนมาก

การแก้ไขปัญหาสารปนเปื้อนในภาคประชาชนได้เดินหน้าแก้ไขปัญหา ไปจนถึงแนวชายแดนแต่ไม่สามารถไปถึงประเทศเพื่อนบ้านได้ แม่น้ำกกมันไม่สามารถจบที่เราได้จะต้องเกิดการเจรจาระหว่างประเทศ ซึ่งต้องเกิดการดูแลตั้งแต่ต้นน้ำในรัฐฉาน โดยการใช้ข้อกฎหมายหรืออนุสัญญาต่างๆ ในการเข้ามาดูและรักษาธรรมชาติ ซึ่งฝ่ายประชาชนไม่มีอำนาจหน้าที่ ซึ่งหวังว่าอำนาจหน้าที่ของรัฐบาลจะมีความสามารถในการเจราจาเพื่อแก้ไขปัญหาได้

 

สำหรับสรพิษในแม่น้ำกก ทางหน่วยงานควรให้ข้อมูลที่ตรงไปตรงมาถึงผลกระทบว่าหากมีเท่าไหร่จะส่งผลกระทบ จะเกิดอันตราย เพราะมีการสะสมในร่างกายของมนุษย์ได้ซึ่งจะทำให้ประชาชนได้รับรู้ และหาทางป้องกัน ไม่ใช่ว่าปลอดภัยแต่ปลอดภัยอย่างไร

“ความหวังที่จะให้ผลกระทบในแม่น้ำจบลงคือการหยุดเหมืองซึ่งเป็นต้นเหตุ แต่ก็ไม่ได้มีการขัดขวางการพัฒนา แต่ต้องการให้มีการพัฒนาที่ต้องควบคู่กับวิถีชีวิต และสิ่งแวดล้อม” นายกสมาคมแม่น้ำเพื่อชีวิตกล่าว

ดร.นาวิน พรมใจสา กล่าวว่า แม่น้ำกกมีความสำคัญหลายประเด็นทั้งประวัติศาตร์ และความสำคัญกับวิถีชีวิตก่อนที่จะเกิดน้ำท่วมแม่น้ำกกจะเกิดวิกฤติจนทำให้เกิดผลกระทบต่างๆเกิดขึ้น ทั้งด้านภัยระหว่างประเทศ ซึ่งพบว่าแม่น้ำกกยังเป้นสิ่งที่ยังควบคุมไม่ได้เหมือนแม่น้ำโขง ซึ่งเป็นแหล่วน้ำที่ควบคุมไม่ได้ เนื่องจากเราอยู่ที่ปลายน้ำ หลังจากแม่น้ำกกได้มีสารปนเปื้อนขึ้นทำให้ เกิดผลกระทบทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และวิถีชีวิต ซึ่งจะต้องได้รับการแก้ไข

ขณะนี้พวกเราต้องได้มีการเก็บรวบรวมข้อมูลซึ่งจะต้องมีการเก็บข้อมุลเพื่อนำเสนอรัฐบาลและนำไปแก้ไขที่ปัญหาต้นทางในพื้นที่ต้นน้ำในประเทศเมียนมา

แม่น้ำกกเริ่มขุ่นเมื่อช่วงปี 67 ที่ผ่านมา ซึ่งเกิดจากการทำเหมืองแร่ การทำไร่เลือนลอย การทำอุตสหกรรมไม้ ซึ่งส่งผลต่อการสไลด์ของดิน ทำให้ไหลลงแม่น้ำ ซึ่งปัจจุบันได้มีการเก็บข้อมูลน้ำจากชุมชนในรัฐฉาน มีสารหนู แมงกานีส จำนวนมาก แต่จะทำอย่างไรให้อยู่กับมันหรือแก้ไขปัญหามันอย่างไร ซึ่งรัฐบาลไทยมีข้อเสนอว่าจะทำบึงประดิษฐ์ กรองสารพิษ หรือฝายดักตะกอน ซึ่งเป็นการทำในพื้นที่ประเทศไทย แต่อยู่ที่ปลายน้ำ แต่จะทำอย่างไรให้เกิดการแก้ไขที่ต้นน้ำ แต่เราจะอย่างไรเพื่อให้น้ำที่เราใช้ในการอุปโภคบริโภค ได้อย่างปลอดภัยซึ่งเราจะทำอย่างไรเพื่อให้ได้หาทางออกในการแก้ปัญหาให้กับคนเชียงราย และคนลุ่มแม่น้ำ

ดร.สืบสกุล กิจนุกร กล่าวว่า การทำเหมือแร่แรร์เอิร์ท ที่ปนเปื้อนในแม่น้ำกก ซึ่งอยู่ต้นแม่น้ำกก ซึ่งการทำเหมืองแร่ทำให้เกิดผลกระทบต่อผู้ใช้นำในแม่น้ำกก ทำให้เกิดการปนเปื้อนในแม่น้ำ ซึ่งน้ำประปาที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน นำน้ำดิบมากจากแม่น้ำกก น้ำสาย น้ำรวก ซึ่งพบว่ามีสารปนเปื้อนทุกแหล่งน้ำ ซึ่งเป็นสารพิษที่สามารถสะสมจนเกิดเป็นมะเร็งได้ เช่น ปรอท สารหนู เคทเมียม ฯลฯ

ซึ่งข้อมูลจาก การประปาส่วนภูมิภาคสาขาเชียงราย แม่สาย เชียงแสน ได้มีการตรวจจากชุดเทสคิท และในห้องแล็ป โดยพบว่ามีสารหนู แบเรียม ซิลิเนียม ปนเปื้อนในแม่น้ำสาย แม้ว่าไม่เกินค่ามาตราฐาน ซึ่งการใช้ชุดตรวจเทสคิท อาจจะไม่แสดงผล แต่เมื่อนำมาตรวจสอบโดยละเอียดในหองแล็ป พบมีการปนเปื้อน แต่อยุ่ในนดับที่ไม่เกินค่ามาตราฐาน ซึ่งจากผลการทดสอบเราต้องยอมรับว่าน้ำประปาของเรามีสารปนเปื้อนอยู่

ในส่วนของผลผลิตทางการเกษตร ที่ใช้ น้ำกก น้ำสายน้ำรวก ที่ใช้น้ำในการผลิต ทั้งปลูกผัก เลี้ยงสัตว์ ซึ่งการที่จะทำให้น้ำปลอดภัยต้องมีการเพิ่มค่า PH ในดินเพื่อลดค่าสารพิษ ในส่วนของปลาทางกรมประมงได้ให้ข้อมูลว่าปลาในแม่น้ำกกยังไม่มีสารพิษในสัตว์ที่ไม่เกิดค่ามาตราฐาน

ปัญหาเขตแดนในการพฒนาระหว่างประเทศ ที่ผ่านมาความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาของรับบาลยังน้อยเกินไป การแก้ไขแม่น้ำกก คือ ต้องหาแหล่งน้ำดิบใหม่สำหรับแก้ปัญหาสารปนเปื้อน เพื่อความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ ซึ่งยังอยู่ในระหว่างการหาแหล่งน้ำ ในส่วนของการแก้ไขน้ำในการใช้ในการเกษตร ต้องการให้มีศูนย์ตรวจสารโลหะหนักในจังหวัดเชียงราย แต่ทั้งหมดในการแก้ไขปัญหาคือ การปิดเหมือง ซึ่งเป็นทางแก้ไขปัญหาได้ที่สุดและเร็วที่สุด

“ถึงเวลาแล้วที่จะมีการเปิดการเจรจาอย่างเป็นทางการเพื่อให้เกิดการกลับมาใช้ชีวิตอย่างเป็นปกติ กับการใช้แม่น้ำ ทั้งวัฒนธรรม การดำรงค์ชีวิต ของคนเชียงราย และลุ่มแม่น้ำกก สาย รวก โขง” ดร.สืบสกุลกล่าว