พิษณุโลก นายกเทศบาลนคร ยันรองบ 70 ล้านบาท แก้ปัญหานำ้เสีย จ่อสร้างสถานีบำบัดใหม่ฝั่งตะวันออก

789

พิษณุโลก นายกเทศบาลนคร ยันรองบ 70 ล้านบาท แก้ปัญหานำ้เสีย จ่อสร้างสถานีบำบัดใหม่ฝั่งตะวันออก

วันที่  24 มิถุนายน2562  นายบุญทรง แทนธานี นายกเทศมนตรีเทศบาลนครพิษณุโลก เปิดเผยว่า กรณีปรากฎข่าวว่าท่อน้ำทิ้งในเขตพาณิชย์กรรมตัวเมืองพิษณุโลกปล่อยทิ้งตรงลงน้ำน่านนั้น ตามแผนของกรมโยธาธิการได้ออกแบบไว้คือรวมทั้ง 17 ท่อ ฝั่งตะวันออกเข้ารวมจุดPUMP STATION ( PS 1 )คือ จุดรวมท่อบริเวณก๋วยเตี๋ยวจุกไก่ไทย มีน้ำเข้าวันละ2,000 คิวต่อวันจากนั้นรวมไปยังPS 2 รับน้ำ4,000 คิวต่อวันคือบริเวณหลังศูนย์การค้าราม่า(เดิม) และรวมไปยังPS 3 คือถนนพญาเสือรวมเป็น8,000 คิวต่อวัน

จากนั้นรวมน้ำไปสเตชั่น(PS4) ใต้สะพานสูงเพื่อส่งผ่านไปยังPS5, PS6 บริเวณคลองโคกช้างก่อนสู่โรงบ่อบำบัดน้ำเสียซึ่งเป็นระบบบ่อผึ่งบำบัดด้วยวิธีเติมอากาศและปล่อยตากแดดที่หนองอีเฒ่า.วังพิกุล.วังทองพิษณุโลกก่อนน้ำสู่แหล่งน้ำธรรมชาติแต่ปัญหาคือระยะทางที่นำน้ำจากครัวเรือนไปบำบัดยาว40 กิโลเมตรอีกทั้งมีระดับความสูงชันอีกทำให้น้ำที่ไปบำบัดจะต้องใช้ปั้มสูบน้ำอย่างเดียวถือว่าเป็นเทคโนโลยีถูกที่สุดในยุคสมัยนั้นโดยไม่มีต้องใช้สารเคมี

หลักการออกแบบน้ำที่ผ่านมาบำบัดหนองอีเฒ่าจะมีต้นทุนเพียงไม่ถึง1 บาทแต่กลับไม่คิดว่าน้ำที่วิ่งไปสู่หนองอีเฒ่าระยะ40 กิโลเมตรจะต้องเสียค่าไฟฟ้าประเมินแล้วเสียค่าใช้จ่าย4 – 6 บาทก่อนจะเป็นน้ำดีบริษัทผู้ก่อสร้างคือบริษัทหลานหลวงจำกัดเป็นผู้รับสัญญาก่อสร้างท่อและบ่อบำบัดแต่กลับปล่อยให้บริษัทอื่น(ซับ)งานต่อและงานทำไม่เสร็จบริษัทล้มละลายทิ้งงานในที่สุดซึ่งบ่อบำบัดพิษณุโลกถือว่าเป็นจังหวัดเดียวจากโครงการบ่อบำบัดทั่วประเทศในหลายจังหวัดสี่เป็นเมืองหลักยุคสมัยนายยิ่งพันธ์  มนะสิการขณะดำรงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อมจัดสรรงบประมาณมาก่อสร้างปี2541 วงเงิน379,000,000 บาทได้และงบประมาณซ่อมแซม59,000,000 บาทและ81,000,000 บาท

ที่ผ่านมามีความพยายามส่งมอบให้เทศบาลนครพิษณุโลกแต่ไม่สามารถเดินระบบได้เนื่องจากเสียในจุดPS5 มวลน้ำไม่เข้าโรงบ่อบำบัดหนองอีเฒ่ารั่วแตกซึมตามท่อเนื่องจากไม่ใช้แหวนยางรอง  ขอยืนยันว่าบ่อบำบัดยังใช้ได้หากย้อนไปเหตุการณ์เมื่อ20 ปีที่แล้วก็ไม่มีหน่วยงานใดผิดเพียงแต่เทคโนโลยีเก่าสิ่งที่เลวร้ายที่สุดคือผู้รับเหมาทำไม่เสร็จแล้วล้มละลายไปแล้ว

จากนั้นลงไปสำรวจดูว่าท่อรวมรวมน้ำทั้งในจุดPS 1 ถึง3 นั้นเป็นระบบล้าสมัยไม่สมบูรณ์อจน.สำรวจแล้วจะต้องลงทุนซ่อมอีกจำนวน70 ล้านบาทแต่เทศบาลมองว่าไม่คุ้มน่าจะมีระบบใหม่ควรนำเครื่องจักรใหม่ขนาด10 เมตรคูณ20 เมตรมาวางแทนระบบเทคโนโลยีเดิม  ซึ่งใช้ระบบแบคทีเรียกำจัดน้ำเสียก่อนปล่อยลงสู่แม่น้ำน่านสามารถตรวจค่าEOD ได้ซึ่งถือว่าดีและง่ายและไม่มีต้นทุนค่าไฟฟ้าสูบน้ำไปตากแดดที่หนองอีเฒ่า

จุดPS 1 ลงทุนระบบใหม่จำนวน28 ล้านบาทโดยเครื่องนั้นฝังอยู่ใต้ถนนจุดPS 2 ต้องลงทุน2 เครื่อง(เนื่องจากมีน้ำรับมาจากจุดแรก) ลงทุน40 ล้านบาท  ส่วนจุดPS 3 ก็ลงทุนเพียงเครื่องเดียวส่วน  PS 4  จะเหลือน้ำไปบำบัดที่หนองอีกเฒ่าเพียง4,000 คิวต่อวันเท่านั้นซึ่งก็ถือว่าเสียต้นทุนค่าสูบน้ำลดลงถ้าเปลี่ยนหม้อแปลงเสร็จก็คงทดสอบระบบได้เพราะว่าบ่อบำบัดไม่ได้เสียคาดว่ารับน้ำเสียได้ไม่เกิน6,000 คิวและคาดว่าบ้านเรือน.อรัญญิกและ.สมอแขสามารถจะใช้บ่อบำบัดหนองอีเฒ่าได้ด้วย

ฉะนั้นเลือกลงทุนระบบใหม่ดีกว่าเสียค่าใช้จ่ายซ่อมPS 1-3 อีก70 ล้านแต่เวลานี้เทศบาลนครพิษณุโลกยังไม่มีงบประมาณแต่ได้ทำเรื่องไปกระทรวงมหาดไทยหรืออจน.ก็เห็นด้วยและของบประมาณไปแล้วแต่เชื่อว่างบประมาณ70 ล้านบาทคงไม่ได้มารวดเร็วต้องใช้เวลา

ส่วนฝั่งตะวันตกของตัวเมืองก็ต้องปล่อยไว้ก่อนยังไม่มีแผนการบำบัดยอมรับต้องปล่อยน้ำเสียตรงอย่างเดียวมิฉะนั้นต้องเอาเงินงบประมาณไปทุ่มอีกแต่ตามหลักการคนผู้ใช้หรือปล่อยน้ำเสียจะต้องจ่ายเองซึ่งอาจจะบวกเพิ่มกับค่ามิเตอร์การใช้น้ำดีซึ่งไม่จำเป็นต้องไปติดมิเตอร์น้ำเสียถามว่าประชาชนคนพิษณุโลกจะเลือกไหมแต่คนทั้งประเทศก็ยังไม่เคยจ่ายน้ำเสียเลย