ข่าวเศรษฐกิจ

“เลขาฯปชป.” ชี้ “ตัวเลขจีดีพี” เป็น “บวก” ไม่ทำให้คนหายจน ห่วง “คนรากหญ้า” ไม่ได้ประโยชน์ มากเท่า “บ.ยักษ์ใหญ่”

“เลขาฯปชป.” ชี้ “ตัวเลขจีดีพี” เป็น “บวก” ไม่ทำให้คนหายจน ห่วง “คนรากหญ้า” ไม่ได้ประโยชน์ มากเท่า “บ.ยักษ์ใหญ่”

 

นายจุติ ไกรฤกษ์ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) คาดการภาวะเศรษฐกิจในปี 2561 ว่า จะขยายตัว 3.6-4.6 % หรือค่ากลางที่ 4.1% ว่าตนดีใจด้วยกับการพยากรณ์เศรษฐกิจที่จะโต เพราะตัวเลขจีดีพีเป็นบวกดีกว่าออกมาเป็นลบ แต่ไม่อยากให้ไปหลงประเด็นว่า จีดีพีจะทำให้คนหายจน วันนี้จีดีพีที่ขึ้นมาจากผลงานการขยายตัวของ บริษัทยักษ์ใหญ่ทุนใหญ่ที่ได้ประโยชน์ จากนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาล

“สิ่งที่เป็นห่วงคือ คนรากหญ้า คนหาเช้ากินค่ำ จะไม่ได้ประโยชน์จากตัวเลขจีดีพี ที่ขยายตัวมากเท่ากับบริษัทยักษ์ใหญ่ เพราะว่าวันนี้งบประมาณโครงการต่างๆ เงินยังไม่กระจายไปถึงมือคนระดับรากหญ้า ดังนั้นถ้าทำเช่นนี้ไปเรื่อยๆจะเกิดความแตกต่างระหว่างคนรวยกับคนจนมากขึ้น ความเท่าเทียมมีน้อยลง เห็นได้จากการขยายการให้โอกาสให้คนเข้าถึงระบบการเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ คือให้บริษัทที่เป็นเอเจนของธนาคาร ทำธุรกรรมได้ แต่ตนเห็นมีแต่บริษัทยักษ์ใหญ่ แต่บริษัทอื่นๆที่เป็นคู่แข่ง ยังไม่เห็นได้ใบอนุญาตเหมือนกันเลย ดังนั้นก็อยากจะให้เกิดความเท่าเทียม อย่าให้ประชาชนไปคิดได้ว่านโยบายออกมาเพื่อช่วยคนรวยเท่านั้น ควรจะคิดใหม่ว่าจะทำอย่างไรให้คนจน ไม่ใช่แค่ให้ได้สวัสดิการเท่านั้น แต่เขาต้องมีโอกาสในการเพิ่มรายได้ ฐานะความเป็นอยู่ของเขา ให้ดีกว่าที่เป็นอยู่และทำให้ช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจนลดลง”นายจุติ กล่าว

เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวอีกว่า เกรงว่าจีดีพีที่เพิ่มขึ้นจะให้โอกาสคนรวย เพราะคนรวยมีความสามารถมากกว่า มีเครือข่ายที่ดีกว่า มีความพร้อมมากกว่า ก็จะไปได้ก่อนส่วนคนจนจะถูกทิ้งไว้ข้างหลัง อยากจะบอกกับหัวหน้าทีมเศรษฐกิจว่า อย่าทิ้งคนจนไว้ข้างหลังแต่ให้แบกไปด้วย ลากไปด้วยกัน ตัวเลขจีดีพีที่ดีขึ้นมาจากการส่งออก ท่องเที่ยวซึ่งเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ ซึ่งนโยบายรัฐบาลทำถูกแล้วที่มีการท่องเที่ยวระดับจังหวัดรอง แต่ยังไม่เน้นคุณภาพของการเข้าถึงเท่าที่ควร เช่น การกระจายอาชีพ สายงาน

ส่วนกรณีที่การปราบปรามการทุจริตคอรัปชั่นของรัฐบาลนั้น เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ตนเชื่อว่าวันนี้รัฐบาลพยายามปราบคอรัปชั่นอยู่ แต่วันนี้ก็ชัดเจนแล้วว่า เมื่อไม่มีนักการเมืองในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา แต่ระบบราชการเองที่แก้ไขปัญหาเรื่องคอรัปชั่นไม่ได้ เพราะฉะนั้นจะต้องแก้ไขที่ระบบราชการ เห็นด้วยที่นโยบายรัฐบาลบอกว่า ออกกฎหมายมาให้ทุกคนแจ้งบัญชีทรัพย์สิน ก็อยากจะถามว่าทำไมไม่ทำเสียที อยากให้เร่งว่าภายในกลางปีนี้ ข้าราชการทุกคนทั้งพลเรือนและทหาร ขอให้แจ้งบัญชีทรัพย์สินทั้งหมด 3 ล้านคน ก็จะทำให้ทุกอย่างควบคุมง่าย ป้องกันการทุจริตได้ง่ายขึ้น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Close