พบผู้แต่ง”คำขวัญ” จังหวัดพิษณุโลก อดีตรองอธิการบดี มรภ.พิบูลสงคราม บ่นอุบเสียดาย ตปท.ต้องจ่ายเงินค่าดู

2224

พบผู้แต่งคำขวัญจังหวัดพิษณุโลก อดีตรองอธิการบดีมรภ.พิบูลสงคราม บ่นอุบเสียดาย ตปท.ต้องจ่ายเงินค่าดู

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ของชาวจังหวัดพิษณุโลก เกี่ยวกับคำขวัญของจังหวัดที่ปัจจุบันเอกลักษณ์มีไม่ครบเหมือนในอดีต”สองฝั่งน่านล้วนเรือนแพ” โดยเฉพาะเรือนแพสองฝั่งลำน้ำน่านกลางเมืองพิษณุโลก เนื่องจากถูกรื้อและเคลื่อนย้ายออกไปจากบริเวณ ในขณะที่จังหวัดพิษณุโลกจัดประกวดคำขวัญในสมัยนายนพรัตน์ เวชศาสตร์ ดำรงแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก

รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับผู้ชนะเลิศการประกวดแต่งคำขวัญของจังหวัดพิษณุโลก ในปี 2530 คือ ผู้ช่วยศาสตราจารย์สุรีย์ ไวยกุฬา อดีตอาจารย์ภาควิชาภาษาไทย มหาวิทยาลัยราชภัฎ(มรภ.)พิบูลสงคราม พิษณุโลกปัจจุบันเกษียณอายุราชการกลับไปใช้ชีวิตที่ภูมิลำเนาเดิม อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี

พระพุทธชินราชงามเลิศ”

“ถิ่นกำเนิดพระนเรศวร”

“สองฝั่งน่านล้วนเรือนแพ”

“หวานฉ่ำแท้กล้วยตาก”

“ถ้ำและน้ำตกหลากตระการตา

แต่ทว่าเรือนแพ ปัจจุบันได้ถูกทางราชการย้ายหายไปจากทัศนียภาพของสองฝั่งแม่น้ำน่าน ตั้งปี 2541-2542 โดยอ้างทำลายระบบนิเวศ สกปรก ถ่ายลงแม่น้ำ ส่วนใหญ่จึงถูกให้ย้ายไปอยู่บนบกที่ทางราชการจัดไว้ให้เช่าราคาถูกบริเวณบ้านโคกช้าง ตำบลอรัญญิก อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลกในอดีตเป็นพื้นที่รับผิดชอบขององค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก และอีกส่วนหนึ่งไม่ยอมขึ้นบกเทศบาลนครพิษณุโลก จึงย้ายเรือนแพไปไว้ท้ายลำน้ำน่านด้านทิศใต้ เพื่อให้เกิดความเป็นระเบียบ ซึ่งแตกต่างกับแพอาหารในแม่น้ำน่านที่ตั้งปะปนเรียงรายขาดความาสวยงาม

ทางด้านผู้ช่วยศาสตราจารย์สมบัติ พรหมเสน อดีตรองอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฎพิบูลสงคราม และเจ้าของโรงเรียนอนุบาลวังจันทน์ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองจังหวัดพิษณุโลก กล่าวว่า ขณะประกวดคำขวัญจังหวัดพิษณุโลก ตนดำรงตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์ ขณะยังมีสถานะเป็นวิทยาลัยครูพิบูลสงคราม และได้เป็นผู้รวบรวมคำขวัญของอาจารย์และนักศึกษาที่ส่งเข้าประกวดในปี 2530 คำขวัญเนื้อหาสอดคล้องกับภูมิทัศน์และธรรมชาติของจังหวัดพิษณุโลก แต่เอกลักษณ์เปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมที่หลายฝ่ายห่วง และให้ความสำคัญเป็นสิ่งที่น่าเสียดาย เพราะเรือนแพ คือองค์ประกอบที่งดงาม

ในอดีตวิถีชีวิตชาวเรือนแพสร้างบรรยากาศ สีสัน เป็นเสน่ห์ของเมืองพิษณุโลก เวลาแข่งเรือ โดยเฉพาะแห่ขบวนเรือ แพ ทางน้ำสามารถนั่งชมบนเรือนแพและตกแต่งได้ด้วย ซึ่งท่านพล..ศิริ ทิวะพันธุ์ อดีตแม่ทัพภาคที่ 3 ขณะดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 4 (ผบ.พล..4) ร่วมกับนายสุวรรณ อุบลเจริญ นายกเทศมนตรีเมืองพิษณุโลก ได้ปรับปรุงและพัฒนาบ้านเมืองหลายแห่งรวมทั้งคอนกรีตขึ้นลง ให้ชาวเรือนแพ และปลูกสวนครัวไม้ดอก เนื่องจากชาวแพมีบ้านเลขที่สามารถไปใช้สิทธิลงคะแนนเลือกตั้งอีกด้วยผศ.สมบัติ กล่าว

อดีตรองอธิการดี มรภ.พิบูลสงคราม กล่าวด้วยว่า ส่วนตัวรู้สึกเสียดาย แสดงถึงวิสัยทัศน์ของผู้บริหารขณะนั้น เคยไปเที่ยวประเทศจีน เขาเห็นความสำคัญของวัฒนธรรมเป็นอย่างยิ่ง นักท่องเที่ยวต้องเสียเงินล่องเรือเพื่อชมวิถีชีวิตของผู้คนที่อาศัยบ้านในลำน้ำ และเขาดูแลรักษาส่งเสริมให้บุคคลเหล่านั้นอยู่อย่างมีความสุข นับว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของเมืองและเป็นจุดขายที่น่าสนใจของนักท่องเที่ยว