เชียงราย รมว.ยุติธรรม ติดตามสถานการยาเสพติด ตั้งพื้นที่พิเศษปราบหนักยาเสพติด-สารตั้งต้น 11 อำเภอชายแดน

เวลา 12.30 น.วันที่ 4 พ.ย.66 พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.กระทรวงยุติธรรม ได้เดินตรวจเยี่ยมหน่วยงานด้านการสกัดกั้นยาเสพติดพื้นที่ชายแดนภาคเหนือตอนบน ร่วมกับ พล.ท.นฤทธิ์ ถาวรวงษ์ แม่ทัพน้อยที่ 3 และผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและปราบปรามยาเสพติดชายแดนภาคเหนือ พล.ต.ประพัฒน์ พบสุวรรณ ผบ.กองกำลังผาเมือง ตำรวจ ภ.5 สำนักงานป้องกันและปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ภาค 5 โดยได้เริ่มเดินทางไปเยี่ยมฐานปฏิบัตการบ้านนอแล ต.ม่อนปิ่น อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ และฐานปฏิบัติการดอยช้างมูบ ต.โป่งงาม อ.แม่สาย จ.เขียงราย เพื่อรับทราบสถานการณ์เกี่ยวกับยาเสพติดบริเวณแนวชายแดนไทย-เมียนมา

พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ที่มีนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เป็นประธานได้จัดตั้ง “หน่วยบัญชาการสกัดกั้ดและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ภาคเหนือ” โดยใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติดมาตรา 5 (10) กำหนดให้มีพื้นที่พิเศษที่จะต้องดำเนินการอย่างเข้มข้นโดยมีการจัดโครงสร้าง จัดสรรงบประมาณ กำหนดวิธีดำเนินการ ในเขต 11 อำเภอของชายแดนด้าน จ.เชียงใหม่ และ จ.เชียงราย โดยมี พล.ท.นฤทธิ์ เป็นผู้บัญชาการ สาเหตุเพราะเป็นที่ทราบกันดีว่าภายในประเทศไทยไม่มีแหล่งผลิตยาเสพติดแต่ยังคงมีอยู่ในเขตที่เรียกกันว่าสามเหลี่ยมทองคำและมีชนกลุ่มน้อยต่างๆ มีการสู้รบกัน ส่งผลทำให้มีการลักลอบนำเข้ามาตามพื้นที่ชายแดนภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

“ที่ผ่านมาหน่วยงานต่างๆ เข่น ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครองตั้งแต่ระดับผู้ว่าราชการจังหวัดลงไป ทำงานป้องกันและปราบปรามกันอย่างเต็มที่ แต่เนื่องจากพื้นที่นอกประเทศมีกองกำลังที่จำเป็นต้องหาเงินเพื่อใช้ในการสู้รบจึงทำให้มีความพยายามจะลักลอบนำเข้า ดังนั้นพื้นที่พิเศษนี้จะเข้าไปจัดการทุกมิติรวมถึงสกัดกั้นสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ด้วย หลังจากที่ในอดีตบางชนิดอาจไม่ผิดกฎหมาย แต่หลังการประกาศเขตพิเศษนี้เจ้าหน้าที่ก็จะหาช่องทางทางกฎหมายเพื่อกำหนดให้เป็นสินค้าต้องห้ามหรือให้ตรวจสอบได้ต่อไป” พ.ต.อ.ทวี กล่าว

พ.ต.อ.ทวี กล่าวอีกว่า ที่ปฏิบัติกันอยู่เดิมนั้นพบว่าเรื่องการปราบปรามก็มีผลเป็นที่น่าพอใจโดยเฉพาะภาคเหนือมีการจับกันได้มาก ทำให้ของกลางไม่ถึงแหล่งพักยาในกรุงเทพฯ และภาคกลาง แต่อย่างไรก็ตามจะมีการปฏิบัติการกันใหม่นี้กันใหม่ เริ่มต้นตั้งแต่เดือน ธ.ค.นี้เป็นต้นไป จากนั้นจะมีการประเมินทุก 1 ปี หน่วยงานที่จะมาร่วมกับแม่ทัพน้อยที่ 3 จะมีอำนาจตัดสินใจและใช้กฎหมายที่มีอยู่ทุกรูปแบบแม้แต่กฎหมายของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เพื่อไม่ให้ยาเสพติดเข้ามาให้ได้โดยกำหนดเขตทั้ง 11 อำเภอดังกล่าว ซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องใหม่ในรอบ 50 ปีเพราะที่ผ่านมาไม่เคยใช้วิธีการนี้มาก่อน

สำหรับสถติตการปรามปรามยาเสพติดในปัจจุบันแหล่งผลิตยาเสพติดทั้งยาบ้า ไอซ์ เฮโรอีน ยังคงอยู่ในเขตรัฐฉานเหนือหรืออิทธิพลของชนกลุ่มน้อยว้า และนำมาพักยาเสพติดในเขตรัฐฉานจำนวน 24 แห่ง ก่อนขนมาพักคอยตามแนวชายแดนที่ใกล้กับ จ.เชียงใหม่ และ จ.เชียงราย เพื่อรอการลักลอบนำเข้าสู่ประเทศไทย โดยตั้งแต่เดือน ต.ค.2565-ปัจจุบัน กองกำลังผาเมือง ได้สกัดกั้นการลักลอบเข้ามาแล้วจำนวน 497 ครั้ง จับกุมผู้ต้องหาได้ 600 คน ยึดยาบ้าได้จำนวน 55.8 ล้านเม็ด ไอซ์น้ำหนัก 2,007 กิโลกรัม และยาเสพติดชนิดอื่นๆ อีกเป็นจำนวนมาก