เพชรบูรณ์ มวลชน 30 คน นำรถกระบะ ขวางถนนขึ้นผาหัวสิงห์-ภูทับเบิก ปิดล้อม จนท.อุทยานฯ 80 นาย

ขณะติดประกาศ ปักป้ายเป็นพื้นที่ตรวจยึด สร้างรีสอร์ทเถื่อน ที่ ผาหัวสิงห์ รุกเขตอุทยานแห่งชาติเขาค้อ รับคำสั่งต้องดำเนินคดีขั้นเด็ดขาด ล่าสุดเจ้าหน้าที่อุทยานฯยอมเดินเท้าลงภูเขา ไม่อยากเผชิญหน้าม้ง ปล่อยให้จนท.ผ่ายปกครอง/ตำรวจเคลียร์ หลังติดป้าย ห้ามบุกรุก!!สำเร็จ

วันที่ 4 สิงหาคม 66 เวลา 10.00 น.นายทศพร ปภากุล ผู้อำนวยการส่วนอุทยานแห่งชาติ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ 11 (สบอ.11)พิษณุโลก นายเสกสันต์ ลอมแปลง ผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์และป้องกันทรัพยากร สบอ.11 สนธิกำลังเจ้าหน้าที่กว่า 80 นาย ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ ขค.2 (น้ำเพียงดิน) อุทยานแห่งชาติเขาค้อ, อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า, ชุดสายตรวจป้องกันและปราม สายที่ 1 สบอ.11 พิษณุโลก, หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ พช.18 (น้ำชุน) กรมป่าไม้

ร่วมด้วย กอ.รมน.จังหวัดเพชรบูรณ์, สนง.ส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น อำเภอหล่มเก่า, ตชด.ที่ 315 , ฝ่ายปกครองอำเภอหล่มเก่า, สถานีตำรวจภูธรหล่มเก่า, ศูนย์พัฒนาราษฎรบนพื้นที่สูงจังหวัดเพชรบูรณ์, สนง.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดเพชรบูรณ์, ปลัดอำเภอหล่มเก่า ฯลฯ

โดยเดินทางไปจุดเกิดเหตุคดีการก่อสร้างรีสอร์ท/บ้านพักตากอากาศ รุกเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาค้อ บริเวณผาหัวสิงห์ ภูทับเบิก ต.บ้านเนิน อ.หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์ ตามนโยบายนายโกเมศ พุทธสอน ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 11 และนายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง รักษาราชการแทน อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช (รรท.ออส.) ให้รื้อถอนตามกฎหมาย เนื่องจากเป็นพื้นที่ของรัฐ ทุกคนต้องเคารพกฎหมาย

ทันทีที่กำลังเจ้าหน้าที่ 80 นาย เตรียมจะติดป้ายทั้ง 5 จุด ประกอบด้วย ป้ายการตรวจยึดพื้นที่ จำนวน 3 ป้าย หน้ารีสอร์ท บริเวณผาหัวสิงห์ ภูทับเบิกและ 2 ป้านแสดงอาณาเขตอุทยานฯนั้น ได้มีมวลชนในพื้นที่(ม้ง)ขับรถกระบะสีเทา จำนวน 1 คัน ทะเบียน ผข 8752 เพชรบูรณ์ ได้ขับจอดขวางถนนทางขึ้น บนเส้นทางที่เจ้าหน้าที่อุทยานฯ นำรถระบบ มิตซูบิซิ สีเทา บรรทุกป้ายและไม้ ขึ้นไปหน้ารีสอร์ทบนเขา ส่งผลให้รถกระบะของเจ้าหน้าที่ไม่สามารถลงมาได้ จากนั้นได้มีมวลชนทยอยรวมเป็น 30 คน ปิดล้อมอยู่ด้านล่างเพื่อกดดันเจ้าหน้าที่อุทยานฯ

อย่างไรก็ตาม นายทศพร ปภากุล ผอ.ส่วนอุทยานแห่งชาติ สบอ.11 ไม่ขอปะทะคารม หรือใส่ใจเหตุการณ์ปิดล้อม สั่งการให้เจ้าหน้าที่อุทยานติดป้ายทั้งหมด ระบุต้องรื้อถอนตามกฎหมาย โดย 3 ป้าย เป็นการตรวจยึดเป็นพื้นที่ดำเนินคดีตามกฎหมาย ตาม ปจว.ข้อ 4 และ ปจว.ข้อ 5 สภ.หล่มเก่า ลงวันที่ 27 กรกฎาคม 2566 คือ ห้ามมิให้ผู้ใด ยึดถือ ครอบครอง หรือทำประโยชน์พื้นที่บริเวณนี้โดยเด็ดขาด หากฝ่าฝืนจะดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมกับติดป้ายบริเวณล่อแหลมและเสี่ยงต่อการบุกรุกพื้นที่อีก 2 ป้าย

ต่อมาเวลาประมาณ 12.00 น.เศษ วันเดียวกัน เจ้าหน้าที่อุทยานฯทั้ง 80 นาย ได้ติดตั้งป้ายแล้วเสร็จได้เดินลงจากภูทับเบิก ปล่อยให้คนในพื้นที่(ม้ง)เจรจากับเจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายปกครอง โดยปล่อยรถไว้อยู่ข้างบน โดยไม่มีเหตุการณ์ใดรุนแรง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การปิดล้อมรถยนต์ของเจ้าหน้าที่รัฐจากคนในพื้นที่ ไม่ใช่ครั้งนี้ เหตุกาณ์ม้งปิดล้อมรถยนต์ของคณะ จนท.ป่าไม้ (สำนักงานจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 4 สาขาพิษณุโลก) ครั้งนั้น เมื่อ 12 กันยายน 2565 สมัยที่นายทรงศักดิ์ กิตติธากรณ์ ผอ.สำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า กรมป่าไม้ ในปัจจุบัน สมัยที่เป็น ผอ.สำนักฯ 4 เคยประสบเหตุด้วยตนเอง ถูกปิดล้อมมีผลให้รถนักท่องเที่ยวเข้า-ออกไม่ได้