ผบ.พลพัฒนา 3 -มาดามฟิน นำสิ่งของช่วยน้องหว้า 10 ขวบ พร้อมมอบจักรยาน รร. 27 คัน

วันที่ 27 ก.ค. 66 พล.ต.ทวีศักดิ์ วงศ์ ทวีทรัพย์ ผู้บัญชาการกองพลพัฒนาที่ 3 ค่ายสมเด็จพระบรมไตรโลกนารถ อ.วังทอง จ.พิษณุโลก พร้อมด้วยชุดแพทย์โรงพยาบาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช จังหวัดพิษณุโลก ทหารจิตอาสา และภาคเอกชน โดยมีตัวแทนจากบริษัทมาดามฟิน ร่วมเดินทางไปที่บ้านลาดเรือ ต.บ่อภาค อ.ชาติตระการ จ.พิษณุโลก

ทั้งนี้เพื่อนำสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็น รวมทั้งข้าวสารอาหารแห้งไปช่วยเหลือไปมอบให้กับด.ญ.ธัญญาภรณ์ วุฒิทา หรือ “น้องหว้า” อายุ 10 ปี เรียนอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ที่อยู่บ้านเลขที่ 19 บ้านลาดเรือ หมู่ที่ 3 ต.บ่อภาค พักอาศัยอยู่กับนางทองดี ราชเพียแก้ว อายุ 81 ปี ย่าที่แก่ชรา มีอาการบกพร่องทางการได้ยินอยู่ในบ้านหลังเล็กๆ ที่มีสภาพเก่าทรุดโทรม หลังคาบ้านมุงด้วยใบจาก หญ้าคาและสังกะสีเก่าๆ ที่ผุ พัง ฝาบ้านตีแปะด้วยไม้ไผ่และสังกะสีเก่าๆ บางส่วน โดยในวันนี้มีการรื้อฝาบ้านออกไปแล้ว เพื่อทำการแก้ไขปรับปรุงให้ตัวบ้านมั่นคงยิ่งขึ้น

โดยมี ด.ต.หญิงธิติมา คงคานาคินทร์ ตำแหน่ง ผบ.หมู่ กก.ตชด.31 ครูประจำชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านลาดเรือ อ.ชาติตระการ เป็นผู้ให้ข้อมูลรายละเอียดกับทางคณะผู้บัญชาการกองพลพัฒนาที่ 3

จากนั้น พล.ต.ทวีศักดิ์ พร้อมคณะได้เดินทางไปที่บ้านพักของนายจักร์ วุฒิทา อายุ 85 ปี ปู่ที่ป่วยติดเตียง ซึ่งห่างออกไปประมาณ 500 เมตร เพื่อให้แพทย์ทำการตรวจ ร่างกาย และทำการรักษาเบื้องต้น ก่อนจะเดินทางไปที่โรงเรียนบ้านลาดเรือ เพื่อนำหนังสือและรถจักรยาน จำนวน 27 คัน มอบให้กับทางโรงเรียน เพื่อเป็นตัวแทน มอบให้กับเด็กนักเรียนนำไปใช้ เพื่อขี่ไปเรียนคนละ1 คัน สร้างความดีใจกับเด็กรักเรียนเป็นอย่างมาก

 

โดยก่อนหน้าที่ผ่านมา ทางครูผู้สอนทราบมาว่า มีลูกศิษย์ต้องเดินเท้ากลับบ้านในช่วงพักเที่ยงทุกวัน เพื่อไปป้อนยาและอาหารให้กับปู่ที่ล้มป่วยติดเตียงและย่าที่แก่ชรา รวมถึงพ่อที่มีอาการทางประสาท มีความเป็นอยู่ค่อนข้างลำบาก และเป็นเด็กยอดกตัญญู จึงได้นำข้อมูลลงในโซเชียล และขอความช่วยเหลือจากสังคม กระทั่งมีการเผยแพร่ข่าว ทำให้มีหน่วยงานหลายหน่วยลงพื้นที่ให้การช่วยเหลือในเวลาต่อมา

ด.ต.หญิงธิติมา เปิดเผยว่า น้องหว้า เป็นลูกศิษย์ของตนเองพักอาศัยอยู่กับปู่และย่าที่บ้านหลังดังกล่าว รวม 3 คน และต้องดูแลพ่อที่มีอาการบกพร่องทางประสาท ส่วนผู้เป็นแม่ของน้องได้เสียชีวิตไปตั้งแต่น้องยังเล็กๆ ทุกวันนี้ในช่วงพักกลางวัน “น้องหว้า” จะเดินเท้าจากโรงเรียนไปกลับบ้านพักทุกวันเกือบ 1 กิโลเมตร เพื่อดูแลป้อนยาและอาหารเหลวทางสายยางให้กับปู่ ที่ล้มป่วยติดเตียงและดูแลหุงหาอาหารให้แก่ย่า เนื่องจากไม่มีคนดูแล รวมทั้งยังต้องหาอาหารไปส่งให้กับพ่อ ที่พักอาศัยอยู่บ้านอีกหลังเลิกเรียน สภาพบ้านทรุดโทรม เกรงว่าลูกศิษย์จะไม่ปลอดเพราะบ้านพักอาศัยไม่มั่นคงแข็งแรงปลอดภัย และห้องน้ำไม่มีประตูปิด แต่ใช้ใช้ผ้าปิดไว้เท่านั้น

จากการสอบถามน้องหว้า ทราบว่าโตขึ้นอยากจะเป็นคุณครู ได้สอนและช่วยเหลือผู้อื่น ส่วนการเรียนนั้นสอบได้ลำดับที่ 2 ของห้อง พร้อมทั้งจะเป็นเด็กดีเชื่อฟังคำสั่งสอนของคุณครูและผู้ปกครองตลอดไป