พิษณุโลก “พยัคฆ์ไพร-พญาเสือ”” สกัดรถบรรทุกสิบล้อ 2 คัน บรรทุกไม้ประดู่แปรรูปเต็มคัน มูลค่าหลายล้าน

เวันที่ 15 ก.ค. 66 เวบา 14.00 น.ที่สถานีตำรวจทางหลวง 3 กองกำกับการ 5 อ.เมือง จ.พิษณุโลก เจ้าหน้าที่ชุดป้องกันปราบปรามการลักลอบขนไม้ โดยชุดพยัคฆ์ไพร และชุดพญาเสือ ได้ประสานงานกับ ตำรวจทางหลวงพิษณุโลก สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 11 ร่วมสกัดจับการลักลอบขนไม้เถื่อนแปรรูป ซึ่งใช้รถบรรทุกสิบล้อในการขนย้าย จนสามารถสกัดจับไว้ได้ จำนวน 2 คัน เป็นรถบรรทุกสิบล้อ ยี่ห้อ ฮีโน่ สีขาว หมายเลขทะเบียน 71-2879 เพชรบุรี และรถยนต์บรรทุก 10 ล้อ สีขาว ยี่ห้อ อีซูซุ หมายเลขที่ ทะเบียน 70-3964 เลย พร้อมผู้ต้องหา ซึ่งเป็นคนขับ ชื่อนายประชา มิสา อายุ 41 ปี ภูมิลำเนาอยู่ที่ จ.กำแพงเพชร กับนายบุญล้อม พรมโมค อายุ 42 ปี ภูมิลำเนาอยู่ที่ จ.กำแพงเพชร และควบคุมตัวมาที่ตำรวจทางหลวงพิษณุโลก เพื่อทำ การสอบสวนรายละเอียด

นายชัยชาญ ศรียงค์ หัวหน้าสำนักงานสนับสนุนการป้องกันและ ปราบปรามที่ 3 ภาคเหนือ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อต้นเดือนกรกฎาคม 2566 ที่ผ่านมา มีการประสานงานกันระหว่าง นายชาญชัย กิจศักดาภาพ ชุดพยัคฆ์ไพรกรมป่าไม้ และนายมงคล ไชยภักดี หัวหน้าชุดพญาเสือ กรมอุทยานฯ ได้สืบทราบว่ามีกระบวนการลักลอบขนไม้แปรรูปจากภาคเหนือไปสู่ภาคอีสาน โดยมีต้นทางอยู่ที่ อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ ปลายทางไปที่จังหวัดหนองคาย

“จึงได้ทำการฝังตัวสืบสวนกระทั่งทราบว่า มีกระบวนการลักลอบขนไม้เถื่อนแต่รูปที่ลักลอบตัดมาจากเขตป่าสงวนแห่งชาติ และเขตอุทยานแห่งชาติในหลายพื้นที่ ใช้เส้นทางลำเลียงตั้งแต่ จ.เชียงใหม่ ผ่าน จ.ลำพูน โดยมุ่งหน้าส่งลูกค้าปลายทางที่ จ.หนองคาย จึงได้จัดชุดเฝ้าระวังและติดตามสืบสวน จนทราบจากสายว่า มีรถบรรทุกต้องสงสัย 2 คัน ออกเดินทางมาจาก อ.แม่แจ่ม ผ่าน อ.ฮอด จ.เชียงใหม่ ซึ่งกำลังมุ่งหน้าเดินทางผ่านไปทาง จ.ตาก สุโขทัย พิษณุโลก เพื่อจะไปส่งให้กับลูกค้าที่ จ.หนองคาย”นายชัยขาญ กล่าว

นายชัยชาญ กล่าวอีกว่า หลังจากรถบรรทุกทั้ง 2 คัน ผ่านเข้าเขต จ.สุโขทัย จึงได้ประสานกับสำนักบริหารพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ที่ 11 และตำรวจทางหลวงพิษณุโลก เพื่อ ทำการสกัดจับ โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง ใช้รถยนต์ส่วนตัวติดตามอย่าง ใกล้ชิด กระทั่งเข้าพื้นที่ อ.วังทอง จ.พิษณุโลก เจ้าหน้าที่อีกชุดได้เข้าทำการจับกุม ได้ทั้งสองคัน พร้อมควบคุมมาดำเนินคดีบันทึกจับกุมที่สำนักทางหลวงพิษณุโลก จากการสอบสวนเบื้องต้น คนขับรถให้การรับว่า ได้ค่าจ้างคันละ 50,000 บาท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดเวลาที่คนขับรถบรรทุกทั้งสองคน พยายามจะหลบหลีกขณะที่ถูกบันทึกภาพ และยังมีการโทรศัพท์ติดต่อพูดคุยกับบุคคลปลายสาย ซึ่งรึยกชื่อเป็นเถ้าแก่ ได้มีการสอบภามว่าไปถูกจับกุมได้อย่างไร ทำไมเจ้าหน้าที่รู้ในการขนไม้ในครั้งนี้ ซึ่งทางคนขับได้ว่าทางเจ้าหน้าที่ได้ติดตามมาตั้งแต่แรกแล้ว

โดยมีการพูดคุยกันอยู่นาน และมีการโทรมาสอบถามรายละเอียดอยู่หลายครั้ง ก่อนจะถูกควบคุมตัวไปทำการสอบสวนภายในของสถานีตำรวจทางหลวง 3 กองกำกับการ 5 สำหรับไม้แปรรูปที่จับกุม ส่วนมากจะเป็นไม้ประดู่ ทางเจ้าหน้าที่ได้เร่งตรวจสอบวัดจำนวนปริมาตร ซึ่งมีอยู่หลายร้อยท่อน เบื้องต้นคาดว่ามีมูลค่าหลายล้านบาท